7 วิธีลดรอยดำจากสิวที่ได้ผลจริง และปลอดภัย

รอยดำจากสิว

     สาเหตุของการขาดความมั่นใจของหนุ่มสาว นอกจากสิวแล้วยังมีปัญหาหลังสิวยุบนั่นคือ รอยดำจากสิว (Surface discolorations) ที่ทิ้งร่องรอยไว้ แม้สิวจะจากไปแล้ว เรียกว่าอยู่ก็เป็นปัญหาจากไปยังทิ้งปัญหาไว้อีกแน่ะ รอยดำจากสิวเกิดขึ้นภายหลังสิวอักเสบ สาเหตุเกิดจากการที่เราแกะ หรือบีบสิว หรือที่แย่สุด คือ เกิดขึ้นเองโดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลยก็ยังเป็นรอยทิ้งไว้ให้คิดถึง แต่ทั้งหมดไม่ว่าจากสาเหตุอะไรล้วนรักษาหายยาก ทำให้ใบหน้าหมองคล้ำไม่สดใส ถ้ามีไม่กี่รอยก็ยังพอทำใจ แต่ถ้าหากทิ้งร่องรอยไว้เยอะคงไม่ไหวแน่

     รอยดำจากสิวเป็นปัญหาระยะยาว เพราะหลังจากสิวหาย รอยดำอาจอยู่บนใบหน้าอย่างน้อย 1 เดือน หรืออาจเป็นปัญหาถึง 1 ปี เลยทีเดียว แน่นอนว่าถ้าหากร่องรอยเหล่านี้อยู่บนใบหน้านานๆ ใครจะไปทนได้ ถ้าอย่างนั้นเราลองมาค้นหาวิธีลบเลือนรอยดำให้หายไปจากผิวหน้ากันเถอะ

1. การล้างทำความสะอาดผิวหน้า
     1.1 เริ่มขั้นตอนลดรอยดำตั้งแต่การล้างทำความสะอาดผิวหน้า นอกจากเลือกครีม (Cream) หรือเจล (Gel) ล้างหน้าที่เหมาะกับสภาพผิวแล้ว ควรเลือกชนิดที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยลดเลือนรอยดำ เช่น AHA, BHA และวิตามินซี (Vitamin C) ส่วนผสมของสารกลุ่มนี้จะช่วยขัดผิวในขั้นตอนการทำความสะอาดใบหน้า ช่วยให้เซลล์ผิวเก่าหลุดลอกออก

2. การบำรุงผิวหน้า

วิธีรักษารอยดําจากสิวด้วยครีมลดรอยดําจากสิวชนิดต่างๆ

วิธีรักษารอยดําจากสิวด้วยครีมลดรอยดําจากสิวชนิดต่างๆ

     2.1 ครีมทาลดรอยในกลุ่มวิตามินเอ (Vitamin A) อนุพันธ์วิตามินเอ หรือเรตินอยด์ (Retinoid) กลุ่มนี้มีทั้งชนิดครีม และเจล ทำงานโดยการช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าออกและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen) เผยผิวใหม่ที่ขาวใสกว่า แต่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง หรืออาการแพ้ได้ และควรหลีกเลี่ยงในผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
     2.2 ครีมลดรอยดำที่มีส่วนผสมชนิดอื่น เช่น วิตามินซี (Vitamin C) วิตามินอี (Vitamin E) ครีมในกลุ่มนี้จะดูดซับรอยคล้ำดำ และมีกรดอ่อนๆ ช่วยผลัดผิว ระคายเคืองน้อยกว่ากลุ่มอนุพันธุ์วิตามินเอ และไม่มีข้อห้ามใช้ ยกเว้นในผู้ที่แพ้วิตามิน
     2.3 ครีมทาในกลุ่มกรดผลไม้ ทั้ง AHA และ BHA ทำงานโดยการช่วยผลัดเซลล์ผิว เมื่อผิวเก่าหลุดลอกออก ผิวใหม่จะขาวใสกว่าเดิม ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดร่วมด้วยทุกครั้งอย่างเคร่งครัด เพราะผิวที่บางหลังการผลัดผิวจะถูกรบกวนด้วยรังสียูวี (Ultraviolet) ได้ง่าย

3. การพอกหน้าเพื่อลดเลือนรอยดำจากสิว มีอยู่หลายสูตร โดยผู้ใช้เลือกตามความสะดวกและความเหมาะสมกับตัวเองได้ เช่น

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยมะเขือเทศ

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยมะเขือเทศ

     3.1 สูตรมะเขือเทศ เพียงนำมะเขือเทศลูกใหญ่ 1 ลูก มาฝาน แล้ววางแปะไว้บนผิวหน้า 15-20 นาที หรืออาจนำมะเขือเทศฝานถูวนบริเวณเกิดรอยดำจากสิว 5 นาที แล้วล้างออก มะเขือเทศมีสารไลโคปีน (Lycopene) แคโรทีน (Carotene) วิตามินซี (Vitamin C) โดยสารเหล่านี้จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยลดรอยดำจากสิวให้จางลง ผิวหน้าจะใสขึ้น

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยมะขามเปียก และน้ำผึ้ง

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยมะขามเปียก และน้ำผึ้ง

     3.2 สูตรมะขามเปียก น้ำผึ้ง วิธีทำให้นำเนื้อมะขามเปียกพอประมาณผสมน้ำผึ้งลงไปคนให้เข้ากันพอหนืดนำมาทาบริเวณรอยดำจากสิว 10-15 นาที หรือถูวนบริเวณรอยดำ 5 นาที แล้วล้างออก ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายกระตุ้นการผลัดผิวใหม่ทำให้รอยดำค่อยๆจาง เผยผิวใหม่ให้หน้าใสขึ้น

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยมะนาว และแตงกวา

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยมะนาว และแตงกวา

     3.3 สูตรมะนาว แตงกวา โดยใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา แตงกวาลูกพอประมาณครึ่งลูก นำมาผสมให้เข้ากันจากนั้นนำมาทาบริเวณรอยดำทิ้งไว้ 15 นาที หรือถูวนบริเวณรอยดำ 5 นาที แล้วล้างออก แตงกวามีเอนไซม์ชื่อ Cryssin ที่ช่วยย่อยโปรตีนจึงช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า น้ำมะนาวเป็นกรดผลไม้อย่างอ่อนและมีวิตามินซีจึงช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวใหม่ขาวใสขึ้นสูตรนี้สามารถทำได้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์

     สูตรนี้อาจเปลี่ยนจากมะนาวเป็นสับปะรด หรือมะเฟืองได้ เพราะผลไม้เหล่านี้มีกรดผลไม้อย่างอ่อนที่ช่วยผลัดลอกเซลล์ผิวเก่า และวิตามินซีที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากชั้นหนังแท้ (Dermis) และหนังกำพร้า (Epidermis) ได้เช่นเดียวกัน

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยมะละกอสุก

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยมะละกอสุก

     3.4 สูตรมะละกอสุก สูตรนี้นำมะละกอสุกยีให้ละเอียดนำมาพอกหน้า 10-15 นาที แล้วล้างออก หรือนำมะละกอหั่นเป็นชิ้นนำมาถูวนบริเวณที่มีรอยดำ 5 นาที แล้วล้างออก ทั้ง 2 สูตรสามารถทำได้ 2-3 ครั้ง ต่อสัปดาห์ ในมะละกอมีเอนไซม์ชื่อปาเปน (Enzyme Papain) และโคโมปาเปน (Chymopapain) เอนไซม์ 2 ตัวนี้ออกฤทธิ์ช่วยย่อยโปรตีนทำให้เม็ดสีกระจาย และช่วยในการผลัดเซลล์เก่าสร้างเซลล์ใหม่

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยใบบัวบก

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยใบบัวบก

     3.5 สูตรใบบัวบก โดยใช้ใบบัวบก 1 กำมือ คั้นหรือบด นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาที จะใช้แบบแยกน้ำหรือใช้ทั้งกากพอกหน้า หรืออาจใช้ใบบัวบกตำพอแหลกมาถูบริเวณที่เกิดรอยดำจากสิว 5 นาที แล้วล้างออก ในใบบัวบกมีสารไกลโคไซด์ (Glycosides) สารตัวนี้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน (Elastin) จึงช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออก

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยแอปเปิ้ล

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยแอปเปิ้ล

     3.6 สูตรแอปเปิ้ล นำแอปเปิ้ลมาปั่นใช้พอกบริเวณรอยดำ 20 นาที หรือถูวนบริเวณที่มีรอยดำ 10 นาที แล้วล้างออก ในแอปเปิ้ลมีกรดมาลิก (Malic acid) และทาร์ทาริก (Tartaric acid) ที่ช่วยย่อยโปรตีนจึงช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออก นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ อิลาสติน (Elastin) และคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวสดใส

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยว่านหางจระเข้

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยว่านหางจระเข้

     3.7 สูตรว่านหางจระเข้ โดยใช้ว่านหางจระเข้อายุ 1 ปี ขึ้นไป เลือกใช้ใบล่าง เอามาล้างแช่น้ำ 10-15 นาที ให้ยางเหลืองออกก่อน นำไปปอกเปลือกและล้างยางซ้ำอีกครั้งให้สะอาด นำวุ้นใสมาพอกหน้าทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออก หรือนำวุ้นใสของว่านหางจระเข้มาบดไม่ต้องให้ละเอียดมาก นำมาถูบริเวณที่มีรอยดำ 10 นาทีแล้วล้างออก ทั้ง 2 สูตรนี้สามารถทำซ้ำได้ทุกวัน ในว่านหางจระเข้มีสารอะลอคตินเอ (Aloctin A) สารตัวนี้ช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่จึงทำให้รอยดำจากสิวค่อยๆ จางไป

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยกระเทียม

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยกระเทียม

     3.8 สูตรกระเทียม โดยการนำกระเทียมกลีบใหญ่ 2-3 กลีบ บดหรือทุบคั้นเอาแต่น้ำ กรองเอากากออก นำน้ำกระเทียมที่ได้มาทาบริเวณรอยดำจากสิว ทาทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก ห้ามทิ้งไว้นานกระเทียมมีฤทธิ์ทำให้ผิวหนังบริเวณเกิดรอยดำหลุดลอก แต่ต้องระวังไม่ทิ้งไว้นานเกินไป เพราะผิวจะไหม้สามารถทาน้ำกระเทียมคั้นได้ทุกวันจนกว่ารอยดำจะจางไป สูตรนี้อาจเปลี่ยนจากกระเทียมเป็นหอมแดงได้เช่นกัน โดยนำหอมแดงมาฝานบางๆ แปะไว้บริเวณที่เกิดรอยดำ ถ้าไม่ชอบกลิ่นให้นำหอมแดงไปแช่เย็นก่อนนำมาใช้

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยไข่ขาว

วัตถุดิบของสูตรลดรอยดำจากสิวด้วยไข่ขาว

     3.9 สูตรไข่ขาวลดรอยดำ วิธีการ คือ แยกใช้เฉพาะไข่ขาว นำสำลีมาชุบแล้วแปะไว้บริเวณที่มีรอยดำจากสิว 15-20 นาที แล้วล้างออก ไข่ขาวจะดูดซับสิ่งสกปรกและบีบรัดผิวหนังบริเวณที่เกิดรอยดำช่วยให้สีผิวจางลงได้

วิธีรักษารอยดําจากสิวด้วยการทำไอออนโตฟอรีซีส

วิธีรักษารอยดําจากสิวด้วยการทำไอออนโตฟอรีซีส

4. การทำไอออนโตฟอรีซีส (Iontophoresis) เป็นการดันสารจำพวกวิตามินเข้าไปในชั้นผิวที่ลึกกว่าการทาครีมปกติโดยอาศัยประจุไฟฟ้าอย่างอ่อนเป็นตัวนำ ครีมที่ใช้อยู่ในกลุ่มวิตามินเอ วิตามินอี และวิตามินซี การพิจารณาใช้วิตามินตัวใดแพทย์ผิวหนังจะเป็นผู้ประเมิน แต่โดยส่วนใหญ่ในผู้ที่ต้องการลดเลือนรอยดำจากสิว แพทย์จะนิยมใช้ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินซี การรักษาด้วยไอออนโตจะทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ทำติดต่อกัน 8 ครั้ง จะเริ่มเห็นผลในสัปดาห์ที่ 5

5. การใช้เลเซอร์ (Laser) วิธีการใช้เลเซอร์เพื่อความงามมีอยู่หลายช่วงคลื่นสำหรับผลที่ต้องการ เช่น การรักษาสิวหลุม หรือรอยแผลเป็น วิธีการ คือ จะยิงเลเซอร์ในช่วงคลื่นที่เหมาะสม กับรอยดำ ตรงเข้าไปยังบริเวณที่มีรอยดำทำให้เกิดการแตกกระจายของเม็ดสี หลังจากนั้นบริเวณที่ยิงเลเซอร์จะเริ่มตกสะเก็ดและหลุดลอกออกไป การรักษาด้วยการยิงเลเซอร์จะทำซ้ำทุก 2 สัปดาห์

6. IPL (Intense pulsed light) เป็นการใช้แสงหลายความยาวคลื่นมายิงเข้าไปบริเวณที่เป็นรอยดำสามารถช่วยทำให้รอยดำลดเลือนได้ การรักษาด้วยการทำ IPL ควรทำต่อเนื่องกันทุก 2 สัปดาห์ ติดต่อกัน 3-4 ครั้ง จึงเริ่มเห็นผล

วิธีรักษารอยดําจากสิวโดยการกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี

วิธีรักษารอยดําจากสิวโดยการกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี

7. การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณี (Microdermabrasion) หรือเรียกสั้นๆ ว่า MD วิธีการโดยการนำผง Aluminum oxide, Sodium chloride หรือ Sodium bicarbonate ที่มีขนาดเล็กมากกว่า 100 ไมครอน (Micron) มาใช้ วิธีนี้สามารถลดรอยดำหลังจากสิวหายได้ แต่การเลือกทำวิธีนี้ควรใช้กรณีรอยดำสร้างปัญหาให้มากเท่านั้น เพราะหลังจากกรอผิวหน้าจะเกิดรอยแดงใหม่ขึ้นมาได้เช่นกัน การรักษาจึงต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นใหม่ในภายหลัง

     นอกจากขั้นตอนดังกล่าวแล้ว อย่าลืมการดูแลสุขภาพจากภายในเพื่อช่วยส่งเสริมการกระตุ้นเซลล์ผิวให้ผลัดผิวเก่า กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้เผยผิวใหม่ สวย สดใส ไร้รอยดำจากภายใน

     1. รับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามิน ทั้งเอ ซี อี เพราะวิตามินเหล่านี้จะไปเสริมความแข็งแรงของผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ดูดซับริ้วรอยดำ เช่น อาโวคาโด น้ำมันรำข้าว ไข่ ปลา ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว มะนาว มีคำแนะนำว่าการใช้มะนาวทารอยดำจากสิวร่วมกับการดื่มน้ำมะนาวติดต่อกันจะช่วยลดรอยดำจากสิวได้ดีขึ้น เช่นเดียวกันกับใบบัวบกที่หากเรารับประทานร่วมกับการทาหรือพอกบริเวณรอยดำจะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้มากขึ้น หรือการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินสกัดชนิดเม็ดหรือแคปซูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผิว

     นอกจากนี้ยังมีอาหารกลุ่มกลูต้าไธโอนช่วยลดรอยดำจากสิว เช่น กระเจี๊ยบขาว ธัญพืช หน่อไม้ฝรั่ง บล็อกโคลี่ อาโวคาโด สตรอเบอรี่ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกลุ่มกลูต้าไธโอน

     2. การดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบที่มากที่สุดในร่างกายมีหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนเข้าไปให้เซลล์และนำของเสียออกจากเซลล์ ถ้าเราดื่มน้ำน้อยการลำเลียงของเสียไม่ดีหรือทำได้น้อย ของเสียจะปรากฏที่ผิวทำให้ผิวหมองคล้ำ รอยดำจากสิวจะไม่จางไป อีกทั้งน้ำสะอาดเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของตับซึ่งเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ขจัดของเสียอีกด้วย

     3. การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ นอนในห้องที่มืด คำแนะนำนี้เหมือนเป็นข้อปฏิบัติทั่วไป แต่จริงๆ มีความสำคัญถ้าเรารู้กลไกการทำงานของร่างกาย ยังจำสารที่ชื่อกลูต้าไธโอนกันได้หรือไม่คะ สารตัวนี้มีมากที่เซลล์ตับ ถ้าเรานอนดึกหรือนอนไม่พอตับจะมีของเสียตกค้างที่เรียกว่าไขมันในตับขัดขวางการทำงานของกลูต้าไธโอน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสารเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว เพียงเรานอนพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ตับสามารถสังเคราะห์กลูต้าไธโอนเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว

     แล้วการนอนในห้องที่มืดสำคัญอย่างไร การนอนในห้องที่มืดสำคัญกับร่างกายตรงที่ความมืดจะกระตุ้นให้สมองในส่วนไฮโพทาลามัส (Hypothalamus) ออกคำสั่งให้ต่อมไพเนียนหลั่งเมลาโทนิน (Melatonin) ที่เป็นตัวตั้งต้นของกระบวนการนำไปสู่การสังเคราะห์กลูต้าไธโอนที่ตับนั่นเอง

     4. การออกกำลังกาย เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เป็นการเร่งการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและของเสียของร่างกาย อีกทั้งยังเป็นการเปิดรูขุมขนช่วยให้ของเสียถูกขับออกทางเหงื่อได้อีกทาง

     5. ดูแลเรื่องการขับถ่าย ป้องกันไม่ให้ท้องผูก การขับถ่ายที่ดีตามนาฬิกาชีวิต คือ 05.00 – 07.00 น. เพราะเป็นช่วงที่ลำไส้ใหญ่ทำงาน ถ้าเราไม่ขับถ่ายของเสียจะถูกดูดซึมกลับอีกครั้งทำให้เกิดของเสียตกค้างในเซลล์ต่างๆทั่วร่างกาย และเป็นพิษต่อตับในที่สุด ซึ่งผลที่ตามมา คือ ทำให้ผิวหมองคล้ำ รอยดำจากสิวเข้มขึ้น

     แม้ว่ารอยดำจากสิวจะเป็นปัญหากวนใจหรืออาจเป็นปัญหาใหญ่ในบางราย แต่การดูแลและการรักษาควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป การเลือกวิธีการรักษาควรให้เหมาะสมกับตัวเอง ไม่เกิดอันตราย เช่น การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ควรดูว่ามีฉลากผ่าน อย.หรือไม่ การรักษาโดยผ่านสถาบันความงามควรอยู่ในการดูแลรักษาโดยแพทย์เพื่อให้เราปลอดภัย และไม่ก่อปัญหาผิวหน้าให้มากขึ้นไปอีก และสุดท้ายการทำจิตใจให้แจ่มใสไม่หมกมุ่นกับริ้วรอยดำจากสิวจะช่วยให้เรามีความสุข มั่นใจกับภาพลักษณ์ และไม่ทำให้เราเครียดจนก่อสิวใหม่ที่จะเป็นสาเหตุของรอยดำหลังเกิดสิวขึ้นมาอีก

แสดงความคิดเห็น