6 วิธีรักษาภาวะเลือดกำเดาไหลด้วยสมุนไพร

เลือดกำเดาไหล

ภาวะเลือดกำเดาไหล เป็นภาวะที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

อาการของภาวะเลือดกำเดาไหล แบ่งได้ 2 ชนิด ตามตำแหน่งที่เกิด คือ เลือดออกทางส่วนหน้าของจมูก พบได้มากถึง 90% ของภาวะเลือดกำเดาไหลทั้งหมด มักพบในเด็กและผู้ใหญ่ที่อายุไม่มาก ซึ่งอาการแสดงออกคือ จะมีเลือดสดๆ ไหลออกทางรูจมูกข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง หากมีเลือดออกมากอาจจะมีเลือดไหลลงคอได้บ้าง แต่ไม่เยอะ ในท่านั่งจะออกทางจมูกเสียมากกว่า เลือดกำเดาไหลแบบนี้จะมีอาการไม่รุนแรง และสามารถห้ามเลือดได้ง่าย ส่วนอีกตำแหน่งหนึ่งคือ เลือดออกทางส่วนหลังของจมูก พบได้เพียง 10% เท่านั้น และมักพบในผู้สูงอายุ อาการแสดงคือมักพบเลือดไหลลงคอ และหากเลือดออกมากจะมีบางส่วนไหลออกทางจมูกได้บ้าง แต่ในท่านั่ง จะไหลลงคอมากกว่าออกทางจมูก เลือดกำเดาไหลแบบนี้ แม้จะพบได้น้อย แต่อาการจะรุนแรงกว่าแบบแรก โดยเลือดจะออกมากกว่า และห้ามเลือดได้ยากกว่า โดยหากเลือดไหลนานเกินกว่า 20 นาทีควรไปพบแพทย์ทันที

สาเหตุของภาวะเลือดกำเดาไหล หากเกิดจากสาเหตุเฉพาะในรูจมูก ก็จะมีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บหรือระคายเคืองต่อเยื่อบุจมูก เช่น การแคะจมูก การสั่งน้ำมูกแรงๆ หรือการโดนกระแทกบริเวณใบหน้า เป็นต้น หรืออาจเกิดจากการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ มักทำให้เกิดเลือดออกทางส่วนหน้าของจมูก และอีกสาเหตุหนึ่งคือ เกิดจากความดันโลหิตสูง หรือหลอดเลือดแดงแข็งตัว หรือภาวะอื่นๆ ที่ทำให้เกิดเลือดออกง่าย เช่น เกล็ดเลือดต่ำ เป็นต้น และในบางรายอาจตรวจไม่พบสาเหตุ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักเป็นต้นเหตุให้เกิดเลือดออกทางส่วนหลังของจมูก

การรักษาเบื้องต้น ให้ผู้ที่มีภาวะเลือดกำเดาไหลเงยหน้าหรือก้มหน้าลง แล้วใช้นิ้วบีบปีกจมูกทั้ง 2 ข้างให้แน่น 5-10 นาที แล้วหายใจทางปากแทน หลังจากนั้นให้นำผ้าเย็นหรือผ้าห่อน้ำแข็งมาประคบบริเวณดั้งจมูกเพื่อให้หลอดเลือดหดเกร็ง และช่วยให้เลือดหยุดเร็วขึ้น เมื่อเลือดหยุดแล้วก็ควรนอนหัวสูง ประคบเย็นต่อก่อน และภายใน 24-48 ชั่วโมง หลังเป็นหลีกเลี่ยงการแคะจมูกหรือการจามแรงๆ แต่หากทำแล้ว 20 นาทีเลือดยังไม่หยุด ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

การรักษาภาวะเลือดกำเดาไหลด้วยสมุนไพร

     1. การใช้ใบพลู โดยนำใบพลูมา 1 ใบ แล้วม้วนให้เหมือนบุหรี่ จากนั้นขยี้ปลายข้างหนึ่ง แล้วนำส่วนที่ขยี้สอดเข้าไปในรูจมูกด้านที่มีเลือดกำเดาไหล ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงเลือดก็จะหยุดไหล เพราะใบพลูมีสรรพคุณในการช่วยสมานแผลได้ดี

     2. รากไพล โดยใช้รากไพล 7 ราก ล้างน้ำให้สะอาดและนำมาตำให้ละเอียด หลังจากนั้นใส่น้ำเปล่าเล็กน้อย ขยี้ให้เข้ากัน กรองเอาแต่น้ำ แล้วนำน้ำรากไพลหยอดเข้าไปในรูจมูกด้านที่มีเลือดไหลออกมา ไพลนั้นนอกจากจะช่วยให้เลือดหยุดไหลยังช่วยฆ่าเชื้อด้วย

     3. รากหัวไชเท้า โดยใช้รากหัวใช้เท้าประมาณ 15 กรัม ล้างน้ำให้สะอาดแล้วตำหรือคั้นเอาแต่น้ำ แล้วนำน้ำหยอดเข้าไปในรูจมูกด้านที่มีเลือดไหลก็จะช่วยสมานแผลและห้ามเลือดได้

     4. รากต้นข้าว โดยใช้รากข้าวที่เกี่ยวแล้ว 1 ต้น ถอนตั้งแต่รากขึ้นไป 1 คืบ หลังจากนั้นล้างให้สะอาดแล้วนำมาต้มกับน้ำ 1 ลิตร เสร็จแล้วกรองด้วยผ้าขาวบางเอาน้ำเก็บไว้ ดื่ม 1 แก้ว ก่อนอาหารเช้า-เย็น ช่วยป้องกันการเกิดภาวะเลือดกำเดาไหลได้

     5. รากต้นฝรั่ง ใช้รากต้นฝรั่ง 1 กำมือ และใช้กรรมวิธีเดียวกับรากต้นข้าว ดื่มก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ 1 แก้วเช่นกัน

     6. น้ำมะนาว โดยบีบน้ำมะนาวครึ่งลูก ผสมน้ำอุ่น เกลือป่น และน้ำตาลเล็กน้อย ดื่มก่อนอาหารทุกเช้า ซึ่งมะนาวมีวิตามินซีสูง จึงช่วยในเรื่องการป้องกันภาวะเลือดกำเดาไหลได้

แสดงความคิดเห็น