3 วิธีรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยสมุนไพร

โรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ดเงิน หรือโรคเรื้อนกวาง หรือ Psoriasis เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง ซึ่งเกิดจากการหนาตัวของผิวหนังในชั้นกำพร้า

อาการของโรคสะเก็ดเงิน เมื่อเริ่มเป็นใหม่ๆ มักจะพบตุ่มแดงที่มีขอบชัดเจนที่ผิวหนัง และมีขุยสีขาวอยู่ที่ผิว ต่อมาตุ่มจะค่อยๆ ขยายออกและกลายเป็นปื้นใหญ่และหนาตัวขึ้นเป็นสะเก็ดสีเงิน จึงถูกเรียกว่าโรคสะเก็ดเงิน โดยผื่นนี้จะเกิดได้ทั่วร่างกาย และสะเก็ดเงินมักจะหลุดล่วงตามพื้น หรือโต๊ะ ทางเดินต่างๆ เมื่อมีการเสียดสี หรือแกะเกาจนทำให้มีเลือดออกตามผิวหนังได้ นอกจากนั้น อาการของโรคสะเก็ดเงิน ยังแสดงออกได้แตกต่างกันแล้วแต่บุคคล เช่น บางคนมีผื่นหรือปื้นผิวหนังอักเสบเพียงบางจุดเท่านั้น โดยจุดที่พบบ่อยคือ จุดที่มักมีการเสียดสี ได้แก่ ข้อศอก เข่า แขน ขา ก้นกบ คอ เป็นต้น บางคนมีผื่นอักเสบได้ทั่วทั้งตัว และบางคนยังมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นมีไข้ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ เกิดตุ่มหนองกระจายทั่วตัว และเกิดอาการข้ออักเสบตามมาได้อีกด้วย

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน นั้นยังไม่ทราบแน่ชัด โดยไม่สามารถหาสาเหตุที่ชัดเจนได้ แต่เชื่อว่าอาจเกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม นอกจากนั้นยังพบอีกว่า อาจเกิดจากความผิดปกติใน metabolism ของ Arachidonic acid และความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของผิวหนัง เพราะจากการตรวจสอบบริเวณรอยโรค พบว่า เซลล์ผิวหนังในชั้น epidermis มีการแบ่งตัวเร็วกว่าปกติหลายเท่าและเคลื่อนตัวมาผิวนอก ภายในระยะเวลา 4 วันเท่านั้น ทั้งที่ปกติแล้วต้องใช้เวลาถึง 28 วัน ทำให้ผิวหนังเป็นปื้นและขาดแรงยึดเหนี่ยวของผิวหนังตามปกติ และยังพบอีกว่าเกิดจากการแพ้ยา การขูดข่วนทางผิวหนังได้อีกด้วย ส่วนความเครียดก็จะส่งผลให้อาการกำเริบได้

การรักษาเบื้องต้น โรคนี้เมื่อเป็นแล้วจะรักษาได้ไม่หายขาด แต่หากมีความเอาใจใส่ในการดูแลบำบัดอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยให้ควบคุมให้รอยโรคหายไป และมีอาการแสดงที่น้อยลงได้ โดยการรักษาทางด้านการแพทย์นั้นมีหลัก ๆ อยู่ 3 แบบ คือ การรักษาด้วยการใช้ยาทา ซึ่งเหมาะกับรอยโรคที่ไม่มากนัก การรับประทานยาหรือฉีดยา และการฉายแสงหรืออาจใช้การตากแดดบ้าง ซึ่งทั้ง 3 แบบนี้ต้องอยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด ร่วมไปกับการดูแลด้านจิตใจให้ไม่เครียดด้วย

การรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยสมุนไพร

     1. การรักษาด้วยน้ำมันมะพร้าว ทาลงบริเวณรอยโรค อย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง จะช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ช่วยลดความรุนแรงของอาการของโรคได้ และใช้ทานตอนตื่นเช้า และเข้านอน ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ ร่วมกับน้ำมัน Omega – 3 2 แคปซูล และขมิ้นชัน 5 เม็ด เพียงประมาณ 10 วันก็จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงโดยอาการของโรคจะทุเลาลง

     2. ใช้ว่านหางจระเข้ ปอกเปลือก เพื่อทาจะช่วยลดอาการคันได้

     3. ใช้รางจืด โดยการนำรางจืดผสมน้ำ หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 6 เดือน แล้วใช้น้ำหมักจากรางจืดทาหลังอาบน้ำ เช้า-เย็น จนอาการหาย หลังจากนั้น ให้ทาหลังอาบน้ำเพียงวันละ 1 ครั้ง เพื่อป้องกันการกำเริบของโรค

แสดงความคิดเห็น