3 วิธีรักษาแผลพุพองด้วยสมุนไพร

แผลพุพอง

แผลพุพอง

อาการของแผลพุพอง จะเริ่มด้วยตุ่มเล็กๆ สีแดงก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นตุ่มใส และกลายเป็นหนองซึ่งโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ผิวหนังบริเวณตุ่มหนองจะบางและหลุดได้ง่าย และเมื่อหลุดลอกออกจะกลายเป็นรอยแผลสีแดง และอีกแบบคือตุ่มจะแตกออกเป็นถุงน้ำ และมีการหลุดลอกของผิวหนัง

สาเหตุของการเกิดแผลพุพอง ส่วนมากเกิดจากการติดเชื้อ Staphylococcus และหรือส่วนน้อยเกิดจาก Group A Streptococcus ที่อาจได้รับจากการสัมผัสบริเวณที่มีเชื้อโรคอยู่ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะสร้างสารที่เป็นพิษต่อผิวหนังจนก่อให้เกิดการพุพองขึ้นได้ นอกจากการสัมผัสเชื้อโรคแล้วแผลพุพองยังอาจเกิดจากอุบัติเหตุที่ก่อให้เกิดการไหม้บริเวณผิวหนัง เช่น ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ได้อีกด้วย

การรักษาแผลพุพองเบื้องต้น อันดับแรกต้องดูแลความสะอาดโดยใช้น้ำเกลือล้างทำความสะอาด และปิดแผลด้วยผ้าพันแผล สิ่งสำคัญในการทำความแผลพุพองนั้น นอกจากในเรื่องของความสะอาดแล้ว แผลต้องมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอด้วย แผลจึงจะหายได้เร็วขึ้น อาจมีการใช้ยาทาเฉพาะที่โดยอาจเป็นครีม tetracyclineหรือ gentamicin และให้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วย โดยการรับประทานยาปฏิชีวนะนั้นต้องทานตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้เชื้อหายขาด และป้องกันการดื้อยาด้วย ที่สำคัญตัวผู้ป่วยเองต้องให้ความสำคัญในการดูแลความสะอาดอยู่เสมอ ตัดเล็บให้สั้น เพื่อป้องกันการแกะเกาแผล
     ยาปฏิชีวนะที่นิยมในการเริ่มใช้รักษาแผล คือ Dicloxacillin 500 mg. ทานครั้งละ 1 เม็ด 4 เวลา ติดต่อกัน 5-7 วัน แต่หากเป็นการติดเชื้อที่รุนแรง สำหรับเชื้อ Streptococcus แพทย์จะใช้ยา penicillin ในการรักษา และหากเป็นเชื้อ Staphylococcus ก็จะใช้ยา cloxacillin ในการรักษา

การรักษาแผลพุพองด้วยสมุนไพร

     1. ขมิ้นชัน โดยเหง้าของขมิ้นชันนั้น มีสาระสำคัญ คือสาร curcumin ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียซึ่งก่อให้เกิดหนองได้ดี จากการนำเหง้าสดฝนกับน้ำให้ข้น นำมาทาแผลพุพองทุกวัน เช้า-เย็น พบว่า สามารถรักษาได้ผลดีเทียบเท่าการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเลยทีเดียว

     2. เทียนบ้าน เป็นพรรณไม้คลุมดิน ที่นอกจากจะช่วยให้ดินอุ้มน้ำได้ดี และมีความสวยงามแล้ว ยังมีสรรพคุณในการรักษาฝีหนอง และแผลพุพองอีกด้วย โดยในการรักษาแผลพุพองนั้น ให้นำใบสดและดอกสดประมาณ 1 กำมือ มาโขลกให้ละเอียด แล้วนำไปโปะพอกบริเวณที่เป็นแผลพุพอง หรือนำมาคั้นน้ำแล้วนำมาทาบริเวณแผลพุพองวันละ 3 เวลา ก็จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นเช่นกัน

     3. ว่านหางจระเข้ มีฤทธิ์เย็นช่วยลดอาการแสบร้อน และช่วยให้ความชุ่มชื้น รวมทั้งช่วยในการสมานแผลให้แผลติดเร็วขึ้น การใช้ก็เพียงปอกเปลือกสีเขียวออก ล้างยางออกให้สะอาด ฝานบางๆ นำมาประคบตรงแผลพุพอง ก็จะช่วยให้คลายความแสบร้อนของแผลพุพองได้ ข้อควรระวังคือ ควรทดสอบการแพ้ว่านหางจระเข้ก่อนใช้

แสดงความคิดเห็น