ไรฝุ่น ตัวก่อภูมิแพ้ใกล้ตัว

     ในสภาพแวดล้อมปัจจุบันเราต่างเผชิญกับสิ่งคุกคามสุขภาพต่างๆมากมายทั้งจากสารเคมีที่ผสมอยู่ในของใช้รอบตัว มลภาวะในสถานที่ต่างๆที่เราไป เมื่อเรากลับบ้านเราก็อยากอยู่ในสถานที่ๆสะอาดปราศจากสิ่งคุกคามสุขภาพ เราทุกคนต่างหวังว่าบ้านเราจะเป็นสถานที่ๆปลอดภัยจากสิ่งทำลายสุขภาพ แต่เชื่อหรือไม่ว่าภายในบ้านของเราก็เป็นแหล่งทำลายสุขภาพได้เช่นกัน โดยเฉพาะในห้องนอนของเราเอง

     ในยุคสมัยที่การทำงานเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของชีวิต ชีวิตอีกครึ่งจึงติดอยู่กับห้องนอน พอเลิกงานกลับบ้านหรือห้องพักก็ค่ำมืดอยากจะล้มตัวลงนอนอย่างเดียว บ้าน อะพาร์ทเมนต์หรือคอนโดมิเนียมจึงเป็นสถานที่ๆต้องการความสะอาดมาก บางคนอาศัยอะพาร์ทเมนต์มีห้องเดียวใช้รวมกันทั้งห้องนอนห้องนั่งเล่นรวมทั้งทำอาหาร บางครั้งด้วยความเร่งรีบเราจึงลืมทำความสะอาด แต่เชื้อโรคไม่ลืม พวกมันยังสะสม เพาะพันธุ์และเข้ามาทำลายสุขภาพเราอย่างเงียบๆ โดยเฉพาะไรฝุ่นที่สะสมอยู่บนเครื่องใช้ใกล้ตัวไรฝุ่นพวกนี้มีขนาดเล็กมาก 0.1-0.3 มิลลิเมตรเท่านั้น เล็กจนเรามองด้วยตาเปล่าไม่เห็น แต่เป็นภัยร้ายทำให้เราเป็นภูมิแพ้ จาม ไอ หรือแม้กระทั่งคันตามผิวหนังทั้งวัน

      อันตรายจากไรฝุ่นตัวเล็กๆ แต่พิษสงไม่เล็ก

     1. ภูมิแพ้ ไอ จาม น้ำมูกไหล ระบบทางเดินหายใจอักเสบ
     2. ตาอักเสบ แสบตา ตาแดง น้ำตาไหล
     3. จมูกอักเสบน้ำมูกไหล แสบจมูก
     4. กระตุ้นอาการหอบหืดให้กำเริบในผู้ที่เป็นโรคหอบหืดอยู่แล้ว และสำหรับผู้ที่ไม่เป็นจะกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดได้
     5. ผิวหนังอักเสบ ผื่น คัน

     จริงๆแล้วไรฝุ่นนั้นมีอันตรายทั้งจากตัวไรฝุ่นเอง และเศษมูลของไรฝุ่นที่เรียกว่าสารก่อภูมิแพ้ ตัวไรฝุ่นอยู่ในไฟลัมเดียวกับแมลง (Phylum Arthropoda) มีแปดขาจึงยึดติดแน่นกับใยผ้า กำจัดยาก แพร่พันธุ์เร็วโดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น ไรฝุ่นใช้คราบไคลจากตัวเราเป็นแหล่งอาหาร คราบไคลเพียงเล็กน้อยสามารถเลี้ยงไรฝุ่นได้หลายตัว ส่วนเศษซากมูลไรฝุ่นเรียกว่าสารก่อภูมิแพ้ สามารถฟุ้งกระจายในอากาศเมื่อเราตบที่นอน หมอน หรือสะบัดผ้าปูที่นอน ปลอกหมอนสารก่อภูมิแพ้เหล่านี้ก็ฟุ้งกระจายด้วย

ภูมิแพ้

แหล่งสะสมไรฝุ่น

     แหล่งสะสมไรฝุ่นในห้องนอน

     1. เครื่องนอนต่างๆ ทั้งที่นอน ฟูก หมอนเราควรทำความสะอาดเครื่องนอนเดือนละ 1 ครั้งเพื่อกำจัดเชื้อโรคและไรฝุ่น

     2. ของประดับสวยงามใกล้เตียง เช่น ตุ๊กตา โคมไฟผ้าควรทำความสะอาดเดือนละ 1 ครั้งเช่นกันม่านหน้าต่างแสนหวานที่เราลืมถอดออกซักมักเป็นอุปกรณ์ที่เราละเลยเพราะไม่สัมผัสกับผิวหนังเรา แต่อย่าลืมว่าม่านหน้าต่างเป็นทางผ่านเข้าออกของลม หากม่านมีไรฝุ่นเมื่อลมพัดก็อาจเล็ดลอดมาหาเราได้ควรถอดซักเดือนละ 1 ครั้ง

     3. ซอกมุมใต้เตียง หรือตามมุมต่างๆในห้องก็มีไรฝุ่นควรทำความสะอาดทุกวันและทำความ
สะอาดใหญ่อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อลดการสะสมฝุ่น

     วิธีการกำจัดไรฝุ่น

     1. ก่อนปัดกวาดฝุ่นให้ดูดฝุ่นเพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายก่อนเครื่องดูดฝุ่นที่จะเก็บกักไรฝุ่นได้ดีควรเป็นชนิด High Filtration System (HEPA Filter) เพราะสามารถเก็บกักสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นได้

     2. ทำความสะอาดเช็ดถูห้องไม่ให้มีฝุ่น ปัจจุบันมีน้ำยาทำความสะอาดกำจัดไรฝุ่นหาซื้อได้ตามท้องตลาด หรืออาจทำน้ำยาทำความสะอาดไรฝุ่นเองด้วยการถูห้องด้วยน้ำผสมเบกกิ้งโซดาในอัตราส่วนน้ำ 1 ถังต่อเบกกิ้งโซดาครึ่งถ้วย

     3. ทำความสะอาดเครื่องนอนทั้งที่นอน หมอน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง หากไม่ใช่ฤดูฝน ระหว่างวันที่ออกไปทำงานให้นำหมอนมาตากแดดบ่อยๆ ควรปูที่นอน หมอนด้วยผ้าปูชนิดกันไรฝุ่นก่อน (ปัจจุบันมีผ้าปูชนิดกันไรฝุ่นทั้งปลอกหมอน และผ้าปูที่นอน) หลังจากนั้นจึงปูผ้าปูที่นอน และปลอกหมอนทับ

ภูมิแพ้

ทำความสะอาด

     วิธีทำความสะอาดเครื่องนอนเพื่อฆ่าไรฝุ่น

     1. มีคำแนะนำว่าก่อนการซักผ้าให้แช่ผ้าในน้ำร้อนจัดทิ้งไว้ 20 นาที โดยน้ำร้อน 60 องศาเซลเซียสให้แช่ผ้าทิ้งไว้ 30 นาที น้ำร้อน 100องศาเซลเซียสให้แช่ผ้าทิ้งไว้ 20นาที ก็สามารถฆ่าไรฝุ่นได้ร้อยละ 90 แต่วิธีนี้ไม่สามารถกำจัดสารก่อภูมิแพ้ได้

     2. อีกวิธีคือการนำผ้าที่มีไรฝุ่นไปแช่ในช่องแช่แข็งของตู้เย็นจะสามารถฆ่าไรฝุ่นได้ แต่ทั้งสองวิธีไม่สามารถทำลายสารก่อภูมิแพ้

     3. การกำจัดสารก่อภูมิแพ้โดยวิธีการซักล้างออกจากผ้า หลังจากการแช่ผ้าด้วยน้ำร้อน น้ำเย็นเพื่อฆ่าไรฝุ่น วิธีนี้สามารถกำจัดสารก่อภูมิแพ้ได้ร้อยละ 85

     4. สำหรับที่นอนอาจซักไม่ได้เพราะมีขนาดใหญ่ วิธีทำความสะอาดคือใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดให้ทั่ว ดูดฝุ่นออกจากที่นอน นำไปตากแดดจัด จับพลิกทั้งด้านบนด้านล่างตากครั้งละ 3 ชั่วโมง จะช่วยปรับสภาพแวดล้อมป้องกันไรฝุ่นแพร่พันธุ์

     5. ทำความสะอาดตุ๊กตา โคมไฟผ้า รวมทั้งผ้าม่านอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยก่อนทำความสะอาดให้แช่น้ำร้อนจัด 20 นาที ก่อนนำไปซักหรืออาจนำไปแช่ช่องแช่แข็งก่อนซักเช่นเดียวกับการทำความสะอาดเครื่องนอน ก่อนนำไปซัก

     6. ควบคุมห้องไม่ให้มีความชื้นมาก เพราะไรฝุ่นแพร่พันธุ์ได้ดีในห้องที่ชื้น วิธีป้องกัน เช่น ไม่ตากผ้าที่ยังไม่แห้งสนิทไว้ในห้องภาชนะใส่น้ำควรมีฝาปิดป้องกันน้ำระเหย หากเป็นห้องนอนที่มีอากาศเย็นควรเปิดให้แสงแดดส่องถึง

     การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงควรเริ่มจากที่บ้าน ที่ห้องนอนเรา เพราะเมื่อเราออกไปเผชิญกับมลพิษในสภาพแวดล้อมภายนอกบ้านเราไม่อาจจัดการกับมลพิษเหล่านั้นได้ แต่เราสามารถจัดการกับความสะอาดที่บ้าน ในห้องนอน เพื่อส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรง และเตรียมรับกับสิ่งต่างๆที่เราต้องเผชิญ

แสดงความคิดเห็น