ไขมันในเลือดสูง โรคร้ายจากการตามใจปาก

โรคไขมันในเลือดสูง

     โรคไขมันในเลือดสูง (Dyslipidemia) ปัจจัยหนึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการบริโภค อีกปัจจัยเกิดมาจากพันธุกรรม ในยุคสมัยที่คนส่วนใหญ่นิยมความรวดเร็วในการดำเนินชีวิต อาหารก็เช่นกัน ทำให้การระมัดระวังในเรื่องการรับประทานอาหารลดลง โดยเฉพาะกระแสการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด (Fast food) หรืออาหารขยะมาแรง คนไทยยิ่งมีอัตราการเป็นโรคไขมันในเลือดสูงตามมา เฉพาะไขมันในเลือดสูงอาจดูไม่ใช่เรื่องอันตรายอะไร แต่จริงๆ แล้วไขมันที่ไปเกาะตามหลอดเลือดเหล่านี้เป็นสาเหตุของโรคร้ายแรงทั้งโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง

ชนิดของไขมันในเลือด

ไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายคนเรา แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

     1. ไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น หน้าท้อง แขน ขา ไขมันชนิดนี้พบในผู้ที่มีภาวะอ้วน หรืออ้วนเฉพาะส่วน น้ำหนักตัวมาก
     2. ไขมันที่สะสมในหลอดเลือด กลุ่มนี้จะก่อให้เกิดโรคไขมันในเลือดสูง ไม่จำกัดเฉพาะผู้ที่มีภาวะอ้วน ในคนผอมก็อาจเป็นโรคไขมันในเลือดสูงได้ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
          2.1 คอเลสเตอรอล (Cholesterol) เป็นไขมันที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเอง ประกอบด้วยไขมันดี (HDL : High Density Lipoprotein) ทำหน้าที่ช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น และไขมันเลว (LDL : Low Density Lipoprotein) ไขมันนี้จะเกาะที่ผนังหลอดเลือดทำให้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หากร่างกายเรามีไขมันดีสูงจะช่วยต่อต้านการก่อตัวของไขมันเลวในหลอดเลือด
          2.2 ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ประกอบด้วยกรดไขมัน 3 ชนิด หากในเลือดมีไตรกลีเซอไรด์จะมีโอกาสเกิดภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ ทำให้เป็นโรคหัวใจขาดเลือดได้มากขึ้น

     การที่แพทย์จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคไขมันในเลือดสูงจะวินิจฉัยจากการที่มีค่าคอเลสเตอรอลสูง หรือไตรกลีเซอไรด์สูง หรืออาจมีทั้งค่าคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์สูงร่วมกัน

แหล่งที่มาของไขมันชนิดต่างๆ

     1. HDL (High Density Lipoprotein) กลุ่มไขมันดีที่ป้องกันการก่อตัวของไขมันเลว (LDL) ค่าระดับ HDL ปกติ คือ 35-60 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dl) หาก HDL มีค่าต่ำกว่า 35 mg/dl มีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด วิธีการสร้าง HDL ให้ร่างกาย คือ
          1.1 การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มระดับ HDL ให้ร่างกาย การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มไขมันดี มีคำแนะนำให้ออกกำลังกายอย่างน้อยครั้งละ 30 นาที ต่อวัน สัปดาห์ละ 5 วัน ชนิดของการออกกำลังกาย เช่น เดินเร็ว แอโรบิค ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน
          1.2 การรับประทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 (Omega 3) อย่างสม่ำเสมอ เช่น ปลาทะเลต่างๆ

     2. LDL (Low Density Lipoprotein) กลุ่มไขมันเลว หากสะสมในหลอดเลือดมากเกินไปจะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ระดับ LDL ในร่างกายที่เหมาะสม ควรต่ำกว่า 100 mg/dl แหล่งอาหารที่สร้างไขมันเลว ได้แก่
          2.1 มาจากไขมันอิ่มตัว (Saturated fat) ได้แก่ ไขมันจากเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น เนื้อหมู ไก่ที่ติดมัน ยกเว้นไขมันปลา นอกจากนี้ยังมีในน้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว อาหารเหล่านี้ล้วนมีไขมันอิ่มตัวสูง
          2.2 มาจากไขมันทรานส์ (Trans fat) คือ อาหารในกลุ่มไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated fat) ที่ผ่านการปรุงผ่านความร้อนหลายครั้ง เช่น เนย มาการีน ขนมอบกรอบ ของทอด

     3. ไตรกลีเซอร์ไรด์ (Triglyceride) ค่าปกติ ควรอยู่ที่ 50-150 mg/dl
          3.1 เกิดจากการรับประทานไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์มากเกินไปจนร่างกายกำจัดออกไม่ได้เช่นเดียวกับไขมันเลว (LDL)
          3.2 การรับประทานอาหารหวาน ขนม น้ำหวานมากก็เป็นสาเหตุหลัก
          3.3 การทำงานของตับผิดปกติ ทำให้มีการสร้างไตรกลีเซอร์ไรด์ผิดปกติ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการดื่มสุรา เบียร์

สาเหตุของภาวะไขมันในเลือดสูง

     1. กรรมพันธุ์ ในบางรายผู้ที่มีร่างกายผอมก็อาจมีไขมันในเลือดสูงจากการที่ร่างกายกำจัดไขมันเหล่านี้ออกมาได้น้อยซึ่งมักเกิดจากกรรมพันธุ์
     2. อายุ ในผู้ที่มีอายุมากขึ้นการกำจัดไขมันออกจากร่างกายลดลง ทำให้เกิดการสะสมไขมันต่างๆ
     3. พฤติกรรมการรับประทานอาหาร คือ การรับประทานอาหารทอด อาหารที่มีไขมันจากสัตว์สูงหรืออาหารที่ผ่านการปรุงหลายครั้ง เช่น ขนมทอดต่างๆ
     4. การทำงานของตับผิดปกติ ทำให้สร้างไตรกลีเซอร์ไรด์ออกมามาก ส่วนใหญ่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากจนตับทำงานผิดปกติ
     5. ความเครียด เป็นตัวกระตุ้นให้ตับสร้างคอเลสเตอรอลมากขึ้น

ผลกระทบจากภาวะไขมันในเลือดสูง

     ในส่วนของโรคไขมันในเลือดสูงเพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้ทำอันตรายต่อร่างกายมาก แต่ภาวะแทรกซ้อนในภายหลัง หากปล่อยให้มีภาวะไขมันในเลือดสูงไปนานๆ ก็ก่อโรคอันตรายตามมา

     1. โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือโรคหัวใจขาดเลือด จากการที่ไขมันไปเกาะที่ผนังหลอดเลือด สะสมไว้นานวันก็ทำให้เส้นเลือดแข็ง เปราะ ขาดความยืดหยุ่น
     2. โรคหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก จากกรณีไขมันไปเกาะที่ผนังหลอดเลือดเช่นเดียวกัน
     3. โรคไขมันเกาะตับ ไขมันส่วนเกินจะไปสะสมที่ตับ ทำให้มีอาการแน่นท้อง อืดท้อง หรือปวดท้องได้
     4. ตับอ่อนอักเสบ มีการศึกษาพบว่าภาวะไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดสูงส่งผลให้ตับอ่อนอักเสบได้

วิธีป้องกันไม่ให้มีภาวะไขมันในเลือดสูง

     1. การควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ป้องกันไขมันสะสมทั้งในส่วนของร่างกายและหลอดเลือด
     2. ลดการรับประทานไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ติดมัน เนย มาการีน ของทอด ขนมกรุบกรอบ
     3. เน้นการรับประทานปลาทะเลเพื่อเพิ่มระดับไขมันดีเพื่อต่อต้านไขมันเลว
     4. การออกกำลังกายเป็นการเพิ่มระดับไขมันดีซึ่งเป็นตัวช่วยลดระดับไขมันเลวในหลอดเลือด

การตรวจเช็คระดับไขมันในเลือด

     เนื่องจากโรคไขมันในเลือดสูง เป็นโรคที่ไม่สามารถวินิจฉัยจากการตรวจร่างกายได้ ตัวของผู้ป่วยโรคนี้ก็มักไม่มีอาการผิดปกติใดๆ การตรวจวินิจฉัยจึงทำได้เพียงการตรวจเลือดเพื่อหาค่าไขมันในเลือด วิธีการตรวจ คือ การหาค่าระดับไขมันในเลือดหลังการงดน้ำและอาหาร 8-12 ชั่วโมง

วิธีการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

     1. การปรับพฤติกรรม ในกรณีที่ค่าไขมันเลวและไตรกลีเซอร์ไรด์ไม่สูงมาก แพทย์จะให้ผู้ป่วยปรับพฤติกรรมก่อนจะนัดตรวจเลือดซ้ำ 3-6 เดือน วิธีปรับพฤติกรรม ได้แก่
          1.1 ลดการรับประทานอาหารไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่
          1.2 รับประทานปลาทะเลเพื่อเพิ่มระดับไขมันดี รวมทั้งการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

     2. การใช้ยาลดระดับไขมันในเลือด
          2.1 ยากลุ่มที่ใช้ลดคอเลสเตอรอลในเลือด เป็นกลุ่มที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะคอเลสเตอรอลเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ยากลุ่มนี้มักลงท้ายด้วยสแตติน (statin) เช่น ซิมวาสแตติน (Simvastatin) อะโทรวาสแตติน (Atrorvastatin) ถึงแม้ยากลุ่มนี้จะลดระดับคอเลสเตอรอล แต่ก็สามารถลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ได้เล็กน้อย
ข้อควรระวัง
          2.1.1 ภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ ให้สังเกตอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อมากโดยเฉพาะกล้ามเนื้อขา ซึ่งอาการอาจพบเพียงเล็กน้อยหรือรุนแรงจนเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน หากมีอาการให้หยุดยาและรีบมาพบแพทย์
          2.1.2 ตับอักเสบเฉียบพลัน ให้สังเกตภาวะเบื่ออาหาร ตัว ตาเหลือง

          2.2 ยากลุ่มไฟบริค แอซิด เดอริเวทีฟ (Fibric acids derivatives) กลุ่มนี้ลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ได้ดี ลดระดับคอเลสเตอรอลได้เล็กน้อย เช่น เจมไฟโบรซิล (Gemfibrozil), ฟีโนไฟเบรต (Fenofibrate)
ข้อควรระวัง
          2.2.1 ภาวะกล้ามเนื้ออักเสบเช่นเดียวกับยาในกลุ่มสแตติน (statin)
          2.2.2 อ่อนเพลียจากภาวะไขกระดูกทำงานไม่เต็มที่ หากมีอาการอ่อนเพลียให้รีบหยุดยาและไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ
          2.2.3 อาจทำให้เกิดภาวะนิ่วในถุงน้ำดีมากกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานยานี้ อาการ คือ ปวดท้อง ปวดบั้นเอว ตัว ตาเหลือง
          2.2.4 ห้ามใช้ยานี้กับสตรีมีครรภ์

          2.3 ยากลุ่มนิโคทินิค แอซิด (Nicotinic acid) กลุ่มนี้ลดไตรกลีเซอร์ไรด์ได้ดี ลดคอเลสเตอรอลได้เล็กน้อย เช่น ไนอะซิน (Niacin) อะคิพิม็อกซ์ (Acipimox)
ข้อควรระวัง
          2.3.1 ห้ามใช้ยานี้กับผู้ที่เป็นโรคตับ และผู้ที่ยังดื่มสุราจัด
          2.3.2 อาจทำให้เกิดกล้ามเนื้ออักเสบเช่นเดียวกับยากลุ่มอื่น
          2.3.3 หากใช้ในผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์จะทำให้มีอาการปวดข้อมากขึ้นจากระดับกรดยูริก (Uric acid) ในร่างกายสูงขึ้น
          2.3.4 ระมัดระวังการใช้ยากลุ่มนี้ร่วมกับยาละลายลิ่มเลือดในผู้ที่เป็นโรคลิ้นหัวใจ เพราะจะทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก ซึ่งจะเป็นอันตรายเมื่อเกิดแผลต่างๆ

          2.4 ยาในกลุ่มจับกับน้ำดี ลดการสร้างคอเลสเตอรอลจากตับ เช่น คอเลสไทรามีน (Cholestyramine)
ข้อควรระวัง
          2.4.1 ระมัดระวังภาวะเลือดแข็งตัวช้า โดยเฉพาะหลังเกิดอุบัติเหตุ สังเกตจากการมีจุดจ้ำสีม่วงใต้ผิวหนัง หรือปัสสาวะสีปนเลือด
          2.4.2 อาจระคายเคืองระบบย่อยอาหารทำให้อืดแน่นท้อง ท้องผูก

     การจะใช้ยาลดไขมันในเลือดตัวใดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ สำหรับผู้ที่รับยาก็ให้สังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ดังกล่าว นอกจากนี้หลักของการรับประทานยาลดไขมันในเลือด คือ งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เกิดโรคตับอักเสบเฉียบพลันแทรกซ้อนเข้ามาอีก

วิธีปฏิบัติตัวเมื่อมีภาวะไขมันในเลือดสูง

     1. เมื่อเป็นโรคไขมันในเลือดสูงในระยะแรกๆ ที่มีค่าไขมันในเลือดไม่สูงนัก แพทย์มักแนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คือ
          1.1 ลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน เนย มาการีน น้ำมันหมู
          1.2 เพิ่มการรับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น อย่างน้อยวันละ 1 ถ้วย
          1.3 การออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันส่วนเกิน และเพิ่มการกระตุ้นการทำงานของหัวใจในการสูบฉีดเลือด ตามคำแนะนำของกรมอนามัย คือ ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ 30 นาที นอกจากเป็นการลดไขมันเลว (LDL) ยังช่วยเพิ่มไขมันดี (HDL) ให้กับร่างกายด้วย
     2. ตรวจร่างกายประจำปี ปีละ 1 ครั้ง
     3. หากเป็นโรคไขมันในเลือดสูงที่แพทย์ให้ยาลดไขมันในเส้นเลือดมารับประทาน ไม่ควรหยุดยาหรือปรับขนาดยาที่รับประทานเอง ให้ไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง และหากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ก่อนวันนัด

อาหารที่ควรรับประทาน และควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีภาวะไขมันในเลือดสูง

อาหารที่ผู้เป็นโรคไขมันในเลือดสูงควรรับประทาน

แอปเปิ้ล ผลไม้ที่มีเส้นใยสูง

แอปเปิ้ล ผลไม้ที่มีเส้นใยสูง

     1. ผักและผลไม้ที่มีเส้นใยสูง เพื่อช่วยดูดซับไขมันและน้ำตาลที่ลำไส้ไม่ให้ไปสะสมในร่างกายและหลอดเลือด เช่น ผักกวางตุ้ง คะน้า แอปเปิ้ล แก้วมังกร

เนื้อปลา อาหารที่อุดมด้วยโปรตีนย่อยง่ายไขมันต่ำ

เนื้อปลา อาหารที่อุดมด้วยโปรตีนย่อยง่ายไขมันต่ำ

     2. โปรตีนย่อยง่ายไขมันต่ำ เช่น ปลา เต้าหู้ ถั่ว และอาหารที่มีโอเมก้า 3 สูง เช่น ปลาทะเลต่างๆ แต่ควรใช้วิธีนึ่งแทนทอด

ควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว

ควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว

     3. ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว กรณีไม่ได้เป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย และโรคหัวใจระยะบวมน้ำ เพราะน้ำเป็นตัวนำของเสียออกจากร่างกาย

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีภาวะไขมันในเลือดสูง

เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีภาวะไขมันในเลือดสูง

เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีภาวะไขมันในเลือดสูง

     1. เนื้อสัตว์ติดมันต่างๆ น้ำมันหมู เนยหรือมาการีน อาหารเหล่านี้นอกจากมีโปรตีนแล้วยังประกอบด้วยไขมันอิ่มตัวที่เป็นตัวการให้เกิดโรคไขมันในเลือดสูง

อาหารทะเล อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีภาวะไขมันในเลือดสูง

อาหารทะเล อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีภาวะไขมันในเลือดสูง

     2. อาหารทะเล คือ ปลาหมึก หอย กุ้ง เหล่านี้ล้วนทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายสูงขึ้น

ขนมหวาน อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีภาวะไขมันในเลือดสูง

ขนมหวาน อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีภาวะไขมันในเลือดสูง

     3. ลดอาหารที่มีน้ำตาลสูง หรือข้าวขัดขาว แป้ง ขนมปังขัดขาว เพราะเป็นน้ำตาลโมเลกุลเชิงเดี่ยว (Monosaccharide) ที่ร่างกายสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็ว ซึ่งไม่เป็นผลดีกับผู้ที่มีระดับไขมันในเลือดสูง

สุรา เครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีภาวะไขมันในเลือดสูง

สุรา เครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อมีภาวะไขมันในเลือดสูง

     4. การดื่มสุรา ทำให้ตับทำงานผิดปกติ ส่งเสริมให้ตับสร้างคอเลสเตอรอลสูง

ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่เมื่อมีภาวะไขมันในเลือดสูง

ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่เมื่อมีภาวะไขมันในเลือดสูง

     5. การสูบบุหรี่ มีการวิจัยพบว่า บุหรี่ทำให้ระดับไขมันดี (HDL) ในร่างกายลดลง

สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

กระเจี๊ยบแดง สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

กระเจี๊ยบแดง สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

     1. กระเจี๊ยบแดง มีสารที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการสังเคราะห์คอเลสเตอรอลในร่างกายให้ลดลงเช่นเดียวกับยาลดไขมันแผนปัจจุบัน มีการวิจัยพบว่าการรับประทานกระเจี๊ยบแดงติดต่อกันนาน 1 เดือน จะทำให้ระดับไขมันในเลือดทั้งคอเลสเตอรอล ไขมันเลว และไตรกลีเซอไรด์ ลดลงด้วย

เสาวรส สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

เสาวรส สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

     2. เสาวรส มีใยอาหารประเภทเมือก (Mucilage) สูง จึงช่วยดูดซับไขมันและน้ำตาล กระตุ้นการขับถ่ายให้สมดุล มีการวิจัยพบว่าการรับประทานเสาวรสเป็นประจำสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดลงได้

ขิง สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

ขิง สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

     3. ขิง ช่วยเผาผลาญไขมัน มีสารที่ช่วยดูดซึมไขมันออกจากลำไส้และขับออกจากร่างกายทางระบบขับถ่าย จึงสามารถลดระดับไขมันในเลือดได้ มีคำแนะนำว่าดื่มน้ำขิง วันละ 1-3 แก้วชาหรือประมาณ 60 ซีซี จะช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ลดภาวะหลอดเลือดเปราะ แตกง่าย

กระเทียม สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

กระเทียม สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

     4. กระเทียม ในกระเทียมมีสารอัลลิซิน (Allicin) เมื่อเรารับประทานกระเทียมเข้าไปร่างกายจะทำปฏิกิริยาเคมีช่วยลดไขมันในเลือด มีคำแนะนำว่าในหนึ่งวันเราควรรับประทานกระเทียมสดให้ได้ 7 กลีบ จะช่วยลดไขมันในเลือด นอกจากนี้กระเทียมยังช่วยลดภาวะเลือดหนืดช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี

หอมหัวใหญ่ สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

หอมหัวใหญ่ สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

     5. หอมหัวใหญ่ มีสารออลลินโพรพิลดิสซันไฟล์ (Allylpropyl disulfide) มีการวิจัยพบว่าสารนี้ช่วยลดระดับไขมันในเลือด โดยสารนี้พบทั้งในหอมหัวใหญ่สดและชนิดปรุงสุกแล้ว นอกจากนี้สรรพคุณพิเศษของหอมหัวใหญ่ คือ การฆ่าเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติ และกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

ดอกคำฝอย สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

ดอกคำฝอย สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

     6. ดอกคำฝอย นิยมนำมาทำชาดื่ม อุดมไปด้วยกรดไลโนเลอิก (Linoleic acid) ที่ช่วยลดไขมันเลวทั้งคอเลสเตอรอล (Cholesterol) ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ทั้งยังช่วยเพิ่มระดับไขมันดี (HDL) จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ

พริกไทยดำ สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

พริกไทยดำ สมุนไพรรักษาภาวะไขมันในเลือดสูง

     7. พริกไทยดำ มีสารไพเพอรีน (Piperine) ซึ่งมีรสชาติเผ็ดร้อน สารนี้จะไปขัดขวางกระบวนการสะสมไขมันและเผาผลาญไขมันที่มีอยู่เดิม จึงช่วยลดไขมันในหลอดเลือด

     อย่างไรก็ดี สมุนไพรเหล่านี้ยังมีข้อจำกัดในการที่ต้องศึกษาต่อไป การรับประทานอะไรมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป ควรรับประทานแต่พอดีเพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียง อีกทั้งหากกำลังรับประทานยาลดไขมันในเลือด การรับประทานสมุนไพรเหล่านี้ในรูปอาหารจะปลอดภัยกว่าชนิดสารเสริมอาหารสกัดเม็ด

     โรคไขมันในเลือดสูงถึงแม้จะมีสาเหตุหนึ่งมาจากกรรมพันธุ์ แต่สาเหตุใหญ่ที่กระตุ้นให้เกิดโรคนี้มากที่สุด คือ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร เมื่อเราทราบถึงความน่ากลัวของโรคไขมันในเลือดสูงแล้ว เราก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรค และเราจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทุกวัน

แสดงความคิดเห็น