โรคตามใจปาก ตอนที่ 1 เรื่อง อาหารป้องกันไขมันเกาะตับ

โรคไขมันเกาะตับ

     วิถีการใช้ชีวิตเร่งรีบในปัจจุบันเป็นวิถีที่ก่อให้เกิดโรคหลายชนิด โดยที่โรคบางชนิดในอดีตแทบไม่พบหรือพบน้อยมาก โดยเฉพาะโรคในกลุ่ม Metabolism syndrome เช่น โรคไขมันเกาะตับ (Fatty liver) ในอดีตโรคนี้จะพบมากในกลุ่มผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ หรือมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ แต่ปัจจุบันกลายเป็นว่าเราพบผู้ที่ไม่ดื่มสุรา ไม่เคยมีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ กลับตรวจพบโรคไขมันเกาะตับมากขึ้น

     ทำไมเราต้องให้ความสำคัญกับตับ….เพราะเราทุกคนต่างมีอวัยวะที่เรียกว่าตับอยู่เพียงหนึ่งเดียว เราไม่สามารถหามาเปลี่ยนได้เมื่อตับเสียแล้ว อีกทั้งตับเป็นเหมือนโรงงานเคมีที่ผลิตสารต่างๆ ให้กับร่างกาย รวมทั้งกำจัดสารพิษที่สะสมไว้ออกจากร่างกาย หากมีความผิดปกติที่ตับกลไกการทำงานต่างๆ ของร่างกายจะแปรปรวน รวมทั้งของเสียที่ควรจะถูกกำจัดก็กลับมาคั่งอยู่ในร่างกายทำให้เจ็บป่วย ก่อโรค ตับจึงเป็นอวัยวะที่เราควรดูแล เพราะการดูแลไม่ใช่เรื่องยากเกินกว่าที่เราจะทำได้

ไขมันเกาะตับ คืออะไร

     ไขมันเกาะตับ หมายถึง การที่ตับมีการสังเคราะห์ไขมันผิดปกติไป ทำให้ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride : TG) ซึ่งเป็นไขมันเสียแทรกซึมอยู่ในเนื้อตับ ทำให้ตับทำงานผิดปกติ ทางการแพทย์แบ่งความรุนแรงออกเป็น 3 ระยะ

     1. ระยะเริ่มแรก จะพบไขมันแทรกอยู่ในเนื้อตับ 5-10% ระยะนี้ไม่มีการเจ็บป่วยแสดงออกมาเลย
     2. ระยะกลาง จะพบไขมันแทรกอยู่ในเนื้อตับ 10-25% ระยะนี้อาจพบมีอาการอืดแน่นท้อง ท้องผูกหรือถ่ายเหลวได้บ้าง
     3. ระยะรุนแรง พบไขมันแทรกอยู่ในเนื้อตับมากกว่า 30% ระยะนี้เป็นระยะที่การทำงานของตับแปรปรวน อาจมีอาการปวดชายโครงขวา ปวดแน่นท้องมากขึ้น

อาการของโรคไขมันเกาะตับ

     1. ในระยะแรกอาจพบเพียงอาการอืดแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ท้องผูก หรือท้องเสีย
     2. เมื่อไขมันเกาะตับมากขึ้นจะทำให้เกิดการอักเสบ จะมีอาการปวดชายโครงขวาร่วมด้วย ระยะนี้จะตรวจพบค่าเอ็นไซม์ในตับผิดปกติโดยค่าเอ็นไซม์นี้คือ SGOT/SGPT จะพบว่ามีค่าสูงขึ้นมากกว่าปกติ
     3. ในระยะแรกที่เป็นไขมันเกาะตับอาการอาจไม่รุนแรง แต่หากปล่อยทิ้งไว้จนอักเสบจะทำให้พัฒนาเป็นมะเร็งตับได้

สาเหตุของโรคไขมันเกาะตับ

     1. ไขมันเกาะตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มสุรา กลุ่มนี้เรียกว่า Non Alcoholic Fatty Liver Disease (NAFLD) เป็นกลุ่ม Primary พบในผู้ที่รับประทานอาหารไขมันสูง ติดรสหวาน รับประทานแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวมากเกินไป หรือผู้ที่มีอาการเจ็บป่วย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
     2. ไขมันเกาะตับในผู้ที่ดื่มสุรา กลุ่มนี้เรียกว่า Alcoholic Fatty Liver Disease เป็นกลุ่ม Secondary นอกจากสาเหตุจากสุราแล้วยังมาจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ การรับประทานยา เช่น Prednisolone เป็นประจำ

     จากสาเหตุของโรคไขมันเกาะตับ จะพบว่าสาเหตุ Primary นั้นเป็นสาเหตุที่เราป้องกันได้ โดยการเลือกรับประทานอาหาร เรามาดูอาหารที่ลดภาวะไขมันเกาะตับกัน

ข้าวซ้อมมือ อาหารในกลุ่มแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรต ที่ควรรับประทาน

ข้าวซ้อมมือ อาหารในกลุ่มแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรต ที่ควรรับประทาน

     1. อาหารในกลุ่มแป้ง หรือคาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) ให้เลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน คือ ข้าวซ้อมมือ ข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อย ธัญพืช ขนมปังโฮลวีท เพราะคาร์โบไฮเดรตกลุ่มนี้เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะผ่านกระบวนการย่อยช้าทำให้กลูโคสที่ผลิตออกมาถูกนำไปใช้หมดไม่เกิดการสะสม โดยเฉพาะสะสมในตับ

เนื้อปลา อาหารในกลุ่มโปรตีนสะอาด ที่ควรรับประทาน

เนื้อปลา อาหารในกลุ่มโปรตีนสะอาด ที่ควรรับประทาน

     2. เลือกรับประทานโปรตีน (Protein) ย่อยง่าย เช่น ปลา หรือโปรตีนสะอาด เช่น เต้าหู้ เพราะโปรตีนเหล่านี้ย่อยง่ายและลดขั้นตอนการออกซิเดชั่น (Oxidation) ไม่ให้เกิดของเสียเหลือทิ้งที่มากเกินแล้วไปสะสมที่ตับ

น้ำมันถั่วเหลือง อาหารในกลุ่มไขมันไม่อิ่มตัว ที่ควรรับประทาน

น้ำมันถั่วเหลือง อาหารในกลุ่มไขมันไม่อิ่มตัว ที่ควรรับประทาน

     3. ในกลุ่มไขมันควรเลือกรับประทานน้ำมันที่สกัดมาจากพืช เป็นกลุ่มไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated fatty acid) เพื่อป้องกันการเกิดไขมันทรานส์ ซึ่งไขมันตัวนี้จะไปสะสมอยู่ที่ตับ

ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยในการขับของเสียออกจากร่างกาย

ควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยในการขับของเสียออกจากร่างกาย

     4. การดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้ว ในผู้ที่ไม่ได้เป็นโรคไต หรือหัวใจที่ต้องจำกัดน้ำ เพราะน้ำเป็นหนึ่งในสารละลายที่ช่วยจับและขับของเสียที่ละลายในน้ำได้ออกจากร่างกาย การดื่มน้ำน้อยจะทำให้กระบวนการเผาผลาญสารอาหารทำได้ไม่มีประสิทธิภาพ

ผัก ผลไม้ อาหารในกลุ่มวิตามินและเกลือแร่ ที่ควรรับประทาน

ผัก ผลไม้ อาหารในกลุ่มวิตามินและเกลือแร่ ที่ควรรับประทาน

     5. อาหารในกลุ่มวิตามินและเกลือแร่ เป็นสารอาหารที่สำคัญมากในการลดไขมันเกาะตับ เช่น
          5.1 กลุ่มใยอาหารที่มีทั้งใยละลายและไม่ละลายน้ำ ใยอาหารกลุ่มนี้จะดูดซับทั้งน้ำตาล และไขมันออกไปกำจัดทิ้ง หากเรารับประทานใยอาหารน้อยก็ไม่มีตัวช่วยเก็บกวาดไขมันส่วนเกิน
          5.2 กลุ่มรงค์วัตถุต่างๆ ในผัก ผลไม้ ทั้งสารสีแดง เหลือง ส้ม ม่วง กลุ่มนี้เรียกรวมกันว่า พฤกษเคมี (Phytonutrient) สารสีเหล่านี้ออกฤทธิ์แตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วจะกำจัดไขมันที่เกาะอยู่ในเส้นเลือด ช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น ขัดขวางการดูดซึมไขมัน รวมทั้งขัดขวางปฏิกิริยาเคมีในระบบย่อยอาหารที่จะเปลี่ยนไขมันส่วนเกินเป็นไขมันเลว (Triglyceride : TG)

อาหารที่ต้องหลีกเลี่ยง

     1. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ แน่นอนว่าเป็นสาเหตุหลักของโรคไขมันพอกตับเลยทีเดียว

น้ำอัดลม เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคไขมันเกาะตับ

น้ำอัดลม เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคไขมันเกาะตับ

     2. อาหารที่มีน้ำตาลสูง เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำตาลเหล่านี้จะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็ว แต่กำจัดออกยาก ในที่สุดจะกลายเป็นไขมันส่วนเกินไปสะสมที่ตับ
     3. แป้งขัดขาว หรือคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว แป้งกลุ่มนี้จะถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย และรวดเร็ว

เนื้อแดงจากสัตว์ใหญ่  เป็นอาหารที่ย่อยยาก ผ่านขั้นตอนการย่อยที่ซับซ้อน ส่งผลให้เกิดของเสียในร่างกายมากขึ้น

เนื้อแดงจากสัตว์ใหญ่ เป็นอาหารที่ย่อยยาก ผ่านขั้นตอนการย่อยที่ซับซ้อน ส่งผลให้เกิดของเสียในร่างกายมากขึ้น

     4. เนื้อแดงจากสัตว์ใหญ่ เช่น โค กระบือ สุกร โดยเนื้อเหล่านี้จะย่อยยาก ผ่านขั้นตอนการย่อยที่ซับซ้อน เกิดของเสียขึ้นในร่างกายมาก เมื่อเกิดมากขึ้นก็ขับออกจากร่างกายไม่ได้จนไปสะสมที่ตับ

     ไขมันเกาะตับเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งตับ ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการลุกลามถึงแก่ชีวิตได้อย่างรวดเร็ว การรักษาไม่ได้ผลเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลาม หากเราไม่อยากเป็นโรคมะเร็งตับในอนาคต ก็ควรดูแลตัวเอง หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดโรค แล้วเราจะลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งให้ตัวเองได้หนึ่งชนิด

แสดงความคิดเห็น