โรคตามใจปาก ตอนที่ 5 ความดันโลหิตสูงสร้างได้ ลดได้ด้วยอาหาร

     โรคความดันโลหิตสูงนอกจากเป็นโรคที่เกิดจากกรรมพันธุ์แล้ว ปัจจุบันยังพบว่าเกิดจากการรับประทานอาหารที่ผิดหลักโภชนาการซึ่งอาจเกิดจากการรับประทานอาหารเค็ม มัน หรือแม้แต่อาหาร ที่อุดมด้วยสารพิวรีน (Purine) อาหารเหล่านี้เมื่อรับประทานไปนานๆก็สามารถชักนำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงและเมื่อมีภาวะความดันโลหิตสูงต่อไปสักระยะก็ทำให้มีอาการแทรกซ้อนตามมา ทั้งภาวะไตเสื่อม โรคเบาหวาน โรคปวดข้อเกาต์ และโรคที่ทำให้เกิดความเสื่อมต่างๆในร่างกาย

     แต่อาหารก็ไม่ได้ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงทั้งหมด หากเราเลือกรับประทานให้เป็นก็ช่วยให้สุขภาพดี ไม่ก่อโรค โดยเฉพาะโรคความดันโลหิตสูง
ก่อนจะมารู้จักอาหารช่วยลดความดันโลหิตสูง เรามารู้จักอาหารที่สามารถทำให้ความดันโลหิตสูงกันก่อน

เกลือ

เกลือ

     1. อาหารที่มีเกลือผสมอยู่มาก เช่น ขนมกรุบกรอบ น้ำปลา เกลือ ซ๊อสซีอิ๊ว ของหมักดองอาหารเหล่านี้ถ้าเราไม่รับประทานเลยก็จะทำให้ขาดเกลือแร่ในร่างกายที่ชื่อโซเดียม (Sodium) ทำให้หัวใจทำงานไม่มีประสิทธิภาพ แต่ถ้ารับประทานมากเกินไปเป็นประจำก็ทำให้หัวใจทำงานหนัก ยิ่งในผู้ที่มีอายุมากขึ้นจะเพิ่มโอกาสเกิดภาวะความดันโลหิตสูงมากขึ้น หากเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคไต โรคหัวใจจะทำให้คุมภาวะความดันโลหิตไม่ได้

งดเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ เหล้า บุหรี่

งดเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ เหล้า บุหรี่

     2. เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ เหล้า บุหรี่ แน่นอนว่าทั้งสองชนิดนี้มีสารพิวรีน (Purine) สูง ซึ่งสารเหล่านี้เมื่อสะสมไปนานวันจะไปจับตัวกันอยู่ที่ข้อต่างๆในร่างกายทำให้เกิดการอักเสบ นอกจากนี้สารพิวรีนยังไปเกาะในหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดขาดความยืดหยุ่นส่งผลให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงตามมาได้เมื่อบริโภคไปนานๆโดยเฉพาะบุหรี่ที่นอกเหนือจากสารพิวรีนแล้วยังมีสารนิโคติน (Nicotine) ที่ ทำให้หลอดเลือดเปราะ แตก หักง่าย

     หลังจากทราบอาหารที่มีโอกาสทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงแล้ว มาดูอาหารที่ช่วยควบคุมความดันโลหิตของเรากัน

กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดง

     1. กระเจี๊ยบแดง (Roselle)เป็นไม้พุ่มถิ่นฐานเดิมไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ถูกนำเข้ามาปลูกจากแอฟริกาเมื่อปี พ.ศ.2510 แต่เจริญเติบโตได้ดีในประเทศไทย กระเจี๊ยบแดงนิยมนำผลมาต้ม หรือนำมาตากแห้งเก็บไว้ต้มดื่มในฤดูร้อนเพราะให้ฤทธิ์เย็น เหมาะกับช่วงเวลาที่ร้อนอบอ้าว

          ประโยชน์ กระเจี๊ยบแดงมีสารแอนโธไซยานิน (Anthocyanin) มากกว่าบลูเบอร์รี่ถึงครึ่งหนึ่ง สารตัวนี้ช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่นไม่เปราะหักง่าย จึงช่วยให้เลือดไหลเวียนสะดวกลดการบีบเลือดจาดหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายจึงช่วยให้ความดันโลหิตปกติ นอกจากนี้ยังลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด

กระเจี๊ยบเขียว

กระเจี๊ยบเขียว

     2. กระเจี๊ยบเขียว (Lady’s Finger) มีถิ่นกำเนิดจากแอฟริกาเช่นกระเจี๊ยบแดง และสันนิษฐานว่านำเข้ามาปลูกก่อนกระเจี๊ยบแดง มีการปลูกกันมากในประเทศญี่ปุ่น อินเดีย รวมทั้งประเทศไทย นิยมนำมาทำอาหารเช่น ต้ม ลวกรับประทานคู่กับน้ำพริก หรือใช้ประกอบอาหารอื่น เช่น ผัด แกง

          ประโยชน์ ในกระเจี๊ยบเขียวอุดมด้วยสารเมือก (Mucilage) และสารแพกติน (Pectin) ซึ่งเป็นใยอาหารมีความสามารถในการดูดซับไขมัน และไปพองตัวในกระเพาะอาหารทำให้รู้สึกอิ่มเร็วรับประทานอาหารได้น้อย จึงลดการดูดซึมไขมัน ลดภาวะไขมันสะสมในร่างกายและหลอดเลือดจึงช่วยควบคุมความดันโลหิตได้

ใบบัวบก

ใบบัวบก

     3. ใบบัวบก (Gotu kola) เป็นพืชที่พบอยู่ทั่วในแถบเอเชีย เป็นสมุนไพรที่ใช้กันมานานจนปรากฏอยู่ในตำรายาสมุนไพรจีน สำหรับในประเทศไทยใช้ทั้งนำมาต้มน้ำดื่ม และประกอบอาหารทั้งลวก นึ่งรับประทานคู่กับน้ำพริก รวมทั้งประกอบอาหารผัด แกง

          ประโยชน์ใบบัวบกมีสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen) ทำให้หลอดเลือดฝอยแข็งแรงจึงช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตส่วนปลายสามารถควบคุมความดันโลหิต นอกจากนี้ใบบัวบกยังลดการเกาะตัวกันของเม็ดเลือดจึงทำให้เลือดไหลเวียนสะดวกยิ่งขึ้นช่วยลดอาการปวดศีรษะที่เกิดจากหลอดเลือดหดตัวได้

กระเทียม

กระเทียม

     4. กระเทียม (Garlic) เป็นพืชล้มลุกกระจายอยู่ในแถบเอเชียมานาน ประเทศไทยใช้กระเทียมในการประกอบอาหาร ปรุงอาหาร แม้กระทั่งการถนอมอาหาร กระเทียมจัดเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยารับประทานได้ทั้งสด ปรุงสุก หรือแม้กระทั่งกระเทียมดอง

          ประโยชน์กระเทียมมีสารพฤกษเคมี ชื่ออดรีโนซีน (Adenosine) และพรอสตาแกรนดิน เอ 1 (Prostaglandin A1) ประกอบอยู่ค่อนข้างสูง ซึ่งสารตัวนี้มีฤทธิ์ให้กล้ามเนื้อเรียบและหลอดเลือดคลายตัวจึงส่งผลช่วยลดความดันโลหิต นอกจากนี้กระเทียมยังมีสารที่ช่วยลดการเกาะตัวของเกร็ดเลือดจึงช่วยให้เลือดไหลเวียนดี

มะรุม

มะรุม

     5. มะรุม (Drumstick Tree)เป็นไม้ยืนต้นที่พบมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศไทยนิยมนำยอดอ่อนมาต้ม ลวก รับประทานคู่กับน้ำพริก รวมทั้งนำยอดอ่อน และฝักมาใช้ประกอบอาหารประเภทแกง

          ประโยชน์มะรุมมีสารในกลุ่มไกลโคไซด์ (Glycoside) รวมทั้งสารในกลุ่มไนอะซิน (Niacin) ซึ่งมีฤทธิ์ในการควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในภาวะปกติ แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบ โรคตับโตควรงดเว้นการรับประทานมะรุมเพราะจะทำให้เกิดพิษ

คาวตอง

คาวตอง

     6. คาวตอง หรือพลูคาว (PluKaow)เป็นพืชล้มลุกพบกระจายอยู่ทั่วไปในภูมิภาคเอเชีย สำหรับประเทศไทยพบมากในภาคเหนือนิยมรับประทานเป็นผักเคียงน้ำพริก หรือลาบบางคนอาจไม่ชอบเพราะคาวตองมีกลิ่นเฉพาะหรือกลิ่นคาวนั่นเอง

          ประโยชน์มีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ซึ่งเป็นกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ป้องกันการแข็งตัวของเลือด ป้องกันการเกาะตัวเป็นกลุ่มของเลือดจึงช่วยให้เลือดไหลเวียนสะดวกจึงควบคุมความดันโลหิตให้ปกติ

     โรคความดันโลหิตสูงนอกจากที่เราเข้าใจว่าเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นโรคที่เราสามารถสร้างขึ้นเองได้จากการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ การเลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพไม่ใช่เรื่องยาก หากเรารักสุขภาพ อยากให้ร่างกายนี้อยู่กับเราไปนานๆอย่างมีคุณภาพ ทุกครั้งเมื่อจะรับประทานอย่าลืมคำนึงถึงผลดีผลเสียกันนะ

แสดงความคิดเห็น