แหล่งเพาะเชื้อโรคใกล้ชิด อันตรายใกล้ตัวที่เรามองข้าม

     เราต่างรู้กันว่าการดูแลสุขภาพให้ดีห่างไกลโรคก็คือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การพักผ่อนอย่างเพียงพอ ซึ่งทั้งหมดเป็นพื้นฐานการดูแลสุขภาพ หลายคนทำตามอย่างเคร่งครัด หลายคนก็ทำตามอย่างหละหลวมแต่ไม่ว่าจะปฏิบัติตามอย่างไรสุขภาพเราก็ยังไม่น่าพอใจ จริงๆแล้วนอกเหนือจากการส่งเสริมสุขภาพแล้วเราต้องระมัดระวังสิ่งของใกล้ตัวที่อาจก่อโรคโดยที่เราคาดไม่ถึงว่าสิ่งของเหล่านี้จะเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคทำร้ายสุขภาพ

หมอน

หมอน

     1. หมอนในแต่ละวันคนเราต้องนอนหลับอย่างต่ำวันละ 4-8 ชั่วโมง แต่เวลาที่เรานอนหลับส่วนใหญ่สิ่งที่ใกล้ชิดเรามากที่สุดนั่นคือหมอน หมอนที่เราหนุนอยู่ทุกวันหากไม่ได้รับการทำความสะอาดจะเป็นแหล่งเพาะเชื้อรา รวมทั้งไรฝุ่นที่มีขนาดเล็กมากซึ่งก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ เราทำความสะอาด หรือซักหมอนหนุนกันบ่อยแค่ไหนมีคำแนะนำว่าเราควรซักหมอนหนุนทุก 1-3 เดือนเพื่อป้องกันการสะสมเชื้อโรค

          วิธีการทำความสะอาดหมอน ควรแช่ในน้ำร้อนประมาณ 60 องศา นาน 20 นาทีก่อนนำลงเครื่องปั่น นำไปตากให้แห้ง ควรตากในแดดร้อนจัดมีคำแนะนำว่าตากแดด 5 ชั่วโมงในช่วงที่ร้อนจัดจะทำให้สภาพแวดล้อมในหมอนไม่เหมาะกับการเพาะไรฝุ่นใหม่

          อีกวิธีที่ทำให้ไรฝุ่นตายคือความเย็นอากาศต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส หากเป็นฤดูฝนที่ไม่มีแดดก็สามารถใช้วิธีนี้ได้โดยการนำหมอนไปแช่ในช่องแช่แข็ง (กรณีหมอนไม่ใหญ่มาก) ใช้เวลา 5 ชั่วโมง ไรฝุ่นจะตาย เมื่อไรฝุ่นตายแล้วให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดทำความสะอาดเศษที่เหลือ

ที่นอน

ที่นอน

     2. ที่นอนเช่นเดียวกับหมอน คนเราต้องสัมผัสกับที่นอนวันละหลายชั่วโมงเพื่อพักผ่อน ที่นอนเป็นแหล่งสะสมทั้งคราบไคล ไรฝุ่น ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ ที่นอนที่มีกลิ่นอับและสะสมเชื้อโรคทำให้เรานอนไม่หลับจากการระคายเคืองควรทำความสะอาดที่นอนทุก 3 เดือน

          วิธีทำความสะอาดที่นอน มักมีขนาดใหญ่และหนัก จะทำความสะอาดแต่ละทีก็ลำบาก จะเอาไปซักเหมือนหมอนก็ไม่ได้เพราะนอกจากจะไม่มีแรงยกแล้วตากแดดทั้งวันก็คงไม่แห้ง วิธีการทำความสะอาดที่นอนคือ

          2.1 ใช้น้ำชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดที่นอน ใช้แปรงเช็ดคราบสกปรกออกก่อน หากมีคราบมากอาจใช้แปรงชุบยาสีฟัน หรือผงซักฟอกถูอีกครั้งจะช่วยลดรอยได้
          2.2 ใช้ไม้ตบที่นอนให้ทั่วแล้วใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดทำความสะอาดทั้งด้านบนและด้านล่าง
          2.3 นำที่นอนไปตากแดดจ้าโดยพลิกที่นอนทั้งสองด้านๆละ 3 ชั่วโมง
          2.4 เพื่อเพิ่มความร้อนในการกำจัดไรฝุ่นให้คลุมที่นอนด้วยพลาสติกดำก่อนตากแดด
          2.5 ขั้นตอนสุดท้ายก่อนปูผ้าปูที่นอนให้คลุมด้วยผ้ากันไรฝุ่นเพื่อการทำความสะอาดครั้งหน้าจะลดแรงในในการทำความสะอาด

ตุ๊กตา

ตุ๊กตา

     3. ตุ๊กตา ไม่ว่าเด็กหรือสาวๆต่างชอบตุ๊กตาและเป็นของที่วางกองอยู่บนเตียงไม่ต่างจากหมอน เจ้าตุ๊กตาเหล่านี้ก็เป็นแหล่งสะสมฝุ่นและไรฝุ่นก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้เช่นกัน ควรทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

          วิธีทำความสะอาดตุ๊กตา เช่นเดียวกับการทำความสะอาดหมอน

ผ้าเช็ดตัว

ผ้าเช็ดตัว

     4. ผ้าเช็ดตัวเป็นสิ่งที่สัมผัสใกล้ชิดกับร่างกายเรา มีความอับชื้นสูง รวมทั้งเป็นแหล่งสะสมคราบไคล เชื้อราซึ่งทำให้เกิดโรคผิวหนัง ควรซักเมื่อเราใช้ไป 5-6 ครั้งยิ่งในช่วงฤดูฝนที่อับชื้นควรซักบ่อยกว่านั้น

          วิธีทำความสะอาดผ้าเช็ดตัว คือการซักทั่วไป แต่หากต้องการความสะอาดมากขึ้นอาจแช่ในน้ำร้อนสัก 20 นาทีก่อนซัก และทุกครั้งหลังใช้ควรผึ่งให้แห้ง หากเป็นเวลากลางวันควรตากแดดเพื่อให้แห้งสนิท

แปรงสีฟัน

แปรงสีฟัน

     5. แปรงสีฟันเป็นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปากที่เราต้องใช้ในเวลาเช้า ก่อนนอน หรือหลังมื้ออาหาร ต้องรับบทหนักในการกำจัดเศษอาหาร คราบหินปูน หรือแม้กระทั่งทำความสะอาดป้องกันการก่อตัวของแบคทีเรีย จนแปรงสีฟันเองก็มีโอกาสสะสมแบคทีเรียที่ก่อโรคทำให้เป็นหวัดและมีอาการเจ็บคอได้ง่าย ทันตแพทย์แนะนำควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 3 เดือนนอกจากนี้หลังจากมีอาการเจ็บคอหรือเป็นไข้หวัดใหญ่ก็ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันทันทีไม่ต้องรอ 3 เดือน

          วิธีทำความสะอาดแปรงสีฟัน นอกจากต้องเปลี่ยนทุก 3 เดือนแล้ว ทุกครั้งหลังการใช้ควรทำความสะอาดและผึ่งแปรงสีฟันให้แห้ง หากเก็บในห้องน้ำควรหาที่ครอบปลายแปรงเพื่อป้องกันเชื้อโรค หรือทุกค่ำก่อนเข้านอนอาจจุ่มแปรงสีฟันลงในน้ำส้มสายชูทิ้งไว้ 5 นาที ก่อนนำมาล้างกลิ่นน้ำส้มสายชูออกให้หมดและผึ่งไว้ให้แห้ง

ฟองน้ำขัดตัว

ฟองน้ำขัดตัว

     6. ฟองน้ำขัดตัวอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นแหล่งสะสมคราบไคลที่เราใช้เป็นประจำทุกวันหากฟองน้ำไม่สะอาดก็ทำให้เราติดเชื้อที่ผิวหนังได้นอกจากทำความสะอาดหลังใช้ทุกครั้ง ควรทำความสะอาดแบบจริงจังทุกสัปดาห์

          วิธีทำความสะอาดฟองน้ำขัดตัว ทุกครั้งหลังใช้ให้ใช้แชมพูอาบน้ำขยำ ขยี้เบาๆก่อนบิดให้แห้ง นำไปผึ่งหากเป็นช่วงกลางวันอาจนำไปตากแดด หากเป็นวันหยุดให้นำไปแช่ในน้ำร้อน ทิ้งไว้ 20 นาที นำมาซักอีกครั้งก่อนนำไปตากแดด หากเป็นช่วงฤดูฝนอาจนำไปอบในไมโครเวฟด้วยความร้อนจัด 2 นาที แล้วนำออกมาผึ่งแห้งก็ช่วยลดการสะสมเชื้อโรคเชื้อรา แต่หากนำไปอบฟองน้ำควรเป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟ

ฟองน้ำล้างจาน

ฟองน้ำล้างจาน

     7. ฟองน้ำล้างจานของใช้ที่เราต้องใช้ทุกวัน สะสมเศษอาหาร เชื้อรา และเชื้อโรคต่างๆ ควรทำความสะอาดทุกวัน เพราะเราต้องล้างจานทุกวัน แถมเป็นของที่ใช้ทำความสะอาดภาชนะใส่อาหารจึงต้องสะอาดเป็นพิเศษเพราะหากฟองน้ำล้างจานสะสมเชื้อโรคจะทำให้เราติดโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ปวดท้อง ท้องเสียได้

          วิธีทำความสะอาดฟองน้ำล้างจาน ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างจานบิดให้หมาดแช่ในน้ำร้อนจัดจนเดือด ทิ้งไว้20 นาทีก่อนจะนำมาขยำและผึ่งไว้ หรือหากอากาศชื้นในฤดูฝนให้นำเข้าไมโครเวฟความร้อนจัด 2 นาทีแล้วนำมาผึ่งให้แห้ง ระหว่างวันหากมีแดดให้นำออกมาตากแดดให้แห้ง

เขียง

เขียง

     8. เขียงก่อนมาถึงขั้นตอนการทำความสะอาดเขียง เราควรแยกเขียงสำหรับหั่นผักและหั่นเนื้อออกจากกันเพื่อป้องกันเชื้อโรคจากเนื้อมาผสมในผักที่เราอาจรับประทานสดเขียงโดยเฉพาะเขียงไม้ที่ใช้หั่นเนื้อเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เชื้อรา เราควรทำความสะอาดทุกวัน และควรทำความสะอาดอย่างจริงจังสัปดาห์ละ 2 ครั้งเพราะเขียงเหล่านี้ก่อให้เกิดการติดเชื้อระบบทางเดินอาหารซึ่งอาจรุนแรงมากหากมีเชื้อโรคติดมากับเนื้อสัตว์ดิบเหล่านั้น

          วิธีทำความสะอาดเขียง ใช้มะนาวหั่นซีกถูให้ทั่วเขียง หรืออาจใช้น้ำส้มสายชูขัดให้ทั่วเขียงก่อนใช้มีดขูดเอาคราบเนื้อคราบสกปรกออกให้หมด นำไปแช่ในน้ำร้อนจัด 10 นาที ก่อนนำออกมาผึ่งให้แห้ง และทุกสัปดาห์ให้ล้างทำความสะอาดด้วยวิธีดังกล่าวข้างต้นและนำไปตากแดดจัดให้แห้ง

     การรักษาความสะอาดของใช้ใกล้ตัวเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อลดการเกิดโรคที่เกิดจากของใช้เหล่านี้ เพื่อที่เราจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีไม่เจ็บป่วยจนทำให้เราต้องขาดงาน ขาดรายได้ วันนี้อย่าลืมสำรวจของใช้เหล่านี้ว่าเราทำความสะอาดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่….เอาล่ะ ลุกไปทำความสะอาดของใช้เพื่อสุขภาพที่ดีกันเถอะ

แสดงความคิดเห็น