เห็ดหลินจือ สมุนไพรมหัศจรรย์

เห็ดหลินจือ

     เรื่องศาสตร์แห่งสมุนไพรที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นตำราสืบทอดกันมายาวนาน ไม่มีประเทศไหนเกินกว่าประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ได้ชื่อว่าเป็นที่หนึ่งในเรื่องตำราสมุนไพร มีการสืบทอดวิชาต่อกันมาหลายชั่วอายุคน จนถึงปัจจุบันที่โลกมีวิวัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าอย่างมากแต่ศาสตร์แห่งสมุนไพรจีนยังมีมนต์ขลังและสิทธิประโยชน์จากภูมิปัญญาตกทอดมาจนปัจจุบัน สมุนไพรหลายตัวในตำราจีนถูกนำมาวิจัยซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อพิสูจน์หาผลดี ผลเสียที่จะนำไปใช้กับสุขภาพ หนึ่งในนั้นคือ…..เห็ดหลินจือ

     เห็ดหลินจือ หรือ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ganoderma lucidum (Fr.) Kars ถูกบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรที่ประเทศจีนเมื่อกว่าสองพันปีก่อนในสมัยจักรพรรดิฉินซีฮ่องเต้ บันทึกไว้ในตำรา “เสินหนงเปินเฉ่า” ซึ่งเป็นตำราทางการแพทย์ที่สมบูรณ์และเก่าแก่ที่สุดของจีน บอกว่าเห็ดหลินจือจัดเป็นยาอายุวัฒนะ สำหรับประเทศไทยพบเห็ดหลินจือขึ้นอยู่หลายภูมิภาค มีชื่อเรียกต่างกันไป เช่น เห็ดหมื่นปี เห็ดจวักงู เห็ดกระด้าง

     มีการวิจัยเกี่ยวกับปริมาณสารสำคัญในเห็ดหลินจือทั้งในประเทศจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่ในประเทศไทยพบว่า ในเห็ดหลินจือ ประกอบด้วยสารที่มีประโยชน์มากมาย

     1. โพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) ซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ มีสารสำคัญชื่อ เบต้า-ดี กลูแคน (Beta-D-Glucan) ที่ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย เนื่องจากเป็นโปรตีนสายยาว ในบางคนอาจย่อยไม่ได้และทำให้มีอาการถ่ายเหลว

     2. สารไตรเทอร์พินอยด์ (Triterpenoids) ในสารนี้ประกอบด้วยกรดกาโนเดอริค (Ganoderic acid) สารนี้ป้องกันอาการภูมิแพ้ หรือเป็น Antihistamine สามารถลดอาการภูมิแพ้ด้วยตัวมันเอง หรือไปจับกับฮีสตามีนเพิ่มประสิทธิภาพในการลดอาการภูมิแพ้

     3. สารออแกนิก เยอร์มาเนียม (Organic Germanium : Ge) แร่ธาตุตัวนี้พบได้หลายที่รวมทั้งแบบสกัดในห้องทดลอง แต่ตัวที่มีประโยชน์มากที่สุดเป็นเยอร์มาเนียม ที่มาจากพืช ซึ่งเห็ดหลินจือพบแร่ธาตุนี้ เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการเพียงเล็กน้อยแต่จำเป็น เพราะแร่ธาตุชนิดนี้สร้างเสริมภูมิคุ้มกัน ออกฤทธิ์เพิ่มการดูดซับออกซิเจนให้กับเซลล์และช่วยให้เซลล์นำออกซิเจนไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสารตัวนี้กระตุ้นการสร้างแกมม่า อินเตอร์ ฟีรอน (IFN-g) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง และลดอาการข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัด

     4. สารอะดรีโนซีน (Adenosine) เป็นสารที่มีโครงสร้างคล้าย RNA/DNA สามารถเข้าไปจับกับเซลล์ผิดปกติไม่ให้ขยายตัวมากขึ้น และเป็นสารตั้งต้น ATP (Adenosine triphosphate) ที่เป็นสารปล่อยพลังงานให้แก่เซลล์

     5. สเตอรอยด์ (Steroid) ที่ตรวจพบในเห็ดหลินจือ เรียก เออร์โกสเตอรอยด์ (Ergosterol) หรือ โปรวิตามีนดี สอง (Provitamin D 2) สารตัวนี้เมื่อได้รับแสงแดดจะกระตุ้นการสร้างวิตามินดี ช่วยดูดซึมแคลเซียม (Calcium) ฟอสฟอรัส (Phosphorus) ทำให้ร่างกายมีกระดูกและฟันแข็งแรง นอกจากนี้ยังมีสารเฉพาะตัวที่ลดพิษของตับ คือ กาโนสเตอโรน (Ganosterone) และกาโนโดสเตอโรน (Ganodosterone)


สรรพคุณของเห็ดหลินจือ

     1. เพราะว่าเห็ดหลินจือได้ชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ สรรพคุณที่ตามมาสำหรับยาอายุวัฒนะก็ คือ การชะลอวัย ให้คงความเป็นหนุ่มเป็นสาวได้นาน สาระสำคัญ คือ สารอินทรีย์เจอราเนียมที่พบในพืช เป็นแร่ธาตุที่ช่วยกระตุ้นการดูดซับออกซิเจน และนำออกซิเจนไปสู่เซลล์ทั่วร่างกายได้มากขึ้น จึงช่วยลดอนุมูลอิสระ โดยเจอราเนียมสามารถขจัดของเสียออกจากเซลล์แทนออกซิเจน ทำให้เซลล์มีออกซิเจนเหลือใช้ อีกทั้งอาหารที่เรารับประทานเข้าไปส่วนใหญ่ไม่ว่าแป้ง หรือเนื้อสัตว์จะทำให้ร่างกายเป็นกรด เจอราเนียมจะช่วยนำกรดเหล่านี้ออกไปและเหลือออกซิเจนไว้ให้เซลล์แทน

     2. นอกจากการรับประทานเห็ดหลินจือเพื่อชะลอวัยแล้ว สารสกัดจากเห็ดหลินจือยังนำไปใช้ประกอบครีมทาผิวเพราะในเห็ดมีสารตัวหนึ่งชื่อกลูแคน (Glucan) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน สารตัวนี้ออกฤทธิ์ที่เซลล์ ช่วยให้เซลล์แข็งแรง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกรดไฮยาลูโรนิค(Hyaluronic acid) ในระดับเซลล์ ซึ่งผิวต้องการสารสองตัวนี้ในการซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมและผลิตเซลล์ใหม่ นอกจากนี้กลูแคนยังต้านอนุมูลอิสระที่มาจากรังสียูวีอีกด้วย

     3. องค์การอนามัยโลกได้จัดเห็ดหลินจือเป็นสารสกัดจากธรรมชาติดัดแปลงเพื่อตอบสนองภูมิคุ้มกันชื่อ บีเอ็มอาร์ (BRM : Biological Response Modifier) โดยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนในเห็ดหลินจือไปกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งตามระบบธรรมชาติ สารที่สำคัญ คือเบต้า ดี กลูแคน โดยสารตัวนี้จะกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวเพื่อเพิ่มการทำงานของอิมโมโนโกลบูลิน (Immunoglobulin) อินเตอร์ลิวคิน (Interleukin) และอินเตอร์เฟอร์รอน (Interferon) ออกฤทธิ์ต่อต้านเซลล์มะเร็ง อีกทั้งกลูแคนที่ปล่อยออกซิเจนค้างในเซลล์ และลดสภาวะกรดในร่างกายยังปรับสภาวะแวดล้อมให้เซลล์มะเร็งโตไม่ได้และตายไป

     4. ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด พบสารที่อยู่ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน คือ กาโนเดอแรน เอ บี และซี (Ganoderans A B & C) ช่วยลดน้ำตาลในกระแสเลือด และช่วยเพิ่มอินซูลินในร่างกาย

     5. ช่วยลดความดันโลหิตสูง ในเห็ดมีสารชื่อไตรเทอร์พินอยด์ ซึ่งประกอบด้วยกรดกาโนเดอริก (Ganoderic acid) และกรดลูซิเดลิก (Lucidenic acid) ซึ่งเป็นกลุ่มตัวยาช่วยลดความดัน นอกจากนี้ยังป้องกันเส้นเลือดอุดตันจากโรคความดันโลหิตสูงอีกด้วย

แล้วจะเลือกเห็ดหลินจือมารับประทานอย่างไร

     ในผู้ที่ไม่มีความรู้ในการนำเห็ดหลินจือมาบริโภคมีคำแนะนำว่าควรซื้อเห็ดหลินจือสกัดมาบริโภคเพื่อที่จะได้ประโยชน์ครบถ้วนและไม่เป็นโทษต่อร่างกาย

เห็ดหลินจือสกัด

เห็ดหลินจือสกัด

     1. เห็ดหลินจือสกัดส่วนใหญ่มาในรูปแคปซูลที่ติดฉลากกำกับเป็นยาแผนโบราณวางขายตามร้านขายทั่วไป
เห็ดหลินจือแห้ง

เห็ดหลินจือแห้ง

     2. หากนำเห็ดหลินจือมาต้มเอง ควรซื้อจากร้านขายสมุนไพรจีนที่เชื่อถือได้ ไม่มีมอด หรือราติดมากับเห็ด นำเห็ดมาฝานเป็นชิ้นเล็กๆ ต้มด้วยไฟอ่อนๆ 6-8 ชั่วโมง นำน้ำมาดื่ม แต่สรรพคุณทางยาจะได้ไม่เต็มที่

วิธีการทดสอบเห็ดหลินจือ

     เห็ดหลินจือสกัดที่มาในรูปแคปซูลมีวิธีทดสอบว่าเป็นเห็ดแบบสกัดเหมือนที่โฆษณาหรือไม่โดยการแกะเอาผงเห็ดหลินจือละลายน้ำ ถ้าละลายหมดแสดงว่าเป็นเห็ดหลินจือที่ผ่านการสกัดจริง แต่ถ้าละลายไม่หมดเหลือกากแสดงว่าเป็นเห็ดหลินจือที่เอามาบดบรรจุแคปซูลเลย

วิธีการเลือกซื้อเห็ดหลินจือที่มีคุณภาพ และปลอดภัย

     1. เลือกซื้อเห็ดหลินจือสกัด สังเกตฉลากข้างผลิตภัณฑ์ว่าขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนโบราณ ผ่านการรับรองจาก อย.หรือไม่ และฉลากบอกว่าเป็นเห็ดหลินจือสกัดหรือไม่

     2. หากซื้อเห็ดหลินจือแห้งมาต้มเอง ควรเลือกซื้อจากร้านขายยาแผนโบราณขายยาสมุนไพรที่เชื่อถือได้ ลักษณะเห็ดควรสะอาด ไม่มีรา หรือมอดติดมา

     อย่างไรก็ดีการใช้เห็ดหลินจือยังมีข้อจำกัด ในผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคแพ้ภูมิตัวเอง โรคไต หรือระหว่างการให้ยาเคมีบำบัด หากจะใช้สมุนไพรสกัดจากเห็ดหลินจือ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพื่อแพทย์จะได้พิจารณาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาว่าไม่ขัดขวางการทำงานของยาแผนปัจจุบันที่ใช้รักษาอยู่

แสดงความคิดเห็น