เมลาโทนิน ฮอร์โมนสาวสองพันปีจากรัตติกาล

เมลาโทนิน (Melatonin)

     ร่างกายของคนเราเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่มีจักรกลใดๆ เลียนแบบได้ เซลล์ต่างๆในร่างกายของเราทำงานตลอดเวลาถึงแม้จะเป็นเวลาที่เรานอนหลับพักผ่อนแต่กระบวนการทางชีวิตของเรายังคงขับเคลื่อนต่อไปอย่างไม่หยุดหย่อน เมื่อเราหลับใหลยามค่ำคืน ร่างกายกำลังทำหน้าที่ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรออย่างเงียบๆ ฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร่างกายแบบค่อยเป็นค่อยไป และในช่วงเวลาแห่งการหลับใหลนี่เอง ที่ร่างกายจะค่อยๆ หลั่งสารฟื้นฟูออกมาขจัดร่องรอยแห่งวัยให้หายไปกับรัตติกาล

     สารตัวนี้ชื่อว่า เมลาโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตออกมาเมื่อเรานอนหลับยามค่ำคืนในช่วงเวลา 02.00 น.- 04.00 น. ในห้องที่มืด จึงได้ชื่อว่าเป็นฮอร์โมนแห่งความมืด เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นจากต่อมไพเนียล (Pineal Gland) ซึ่งเป็นต่อมเล็กๆ อยู่ที่กลางสมองโดยใช้กรดอะมิโนทริปโตฟาน (Tryptophan) เป็นสารตั้งต้นเกิดจากการกระตุ้นด้วยความมืดที่จอเรตินา (Retina) หรือประสาทตา ร่างกายสามารถสร้างขึ้นมาเองและจะสร้างได้ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในเวลากลางคืนเมื่อเรานอนหลับ ฮอร์โมนตัวนี้ส่งผลดีในเรื่องการต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ป้องกันการเสื่อมของเซลล์จึงทำให้แก่ช้า (Anti-aging)

ประโยชน์ของเมลาโทนิน

     1. เมลาโทนิน มีอีกชื่อ คือ N-Acetyl-5-Methoxytryptamine เป็นแขนงหนึ่งของสารที่ช่วยฟื้นฟูเซลล์จึงมีประโยชน์เรื่องการชะลอวัย ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ป้องกันการเสื่อมของเซลล์จึงช่วยให้แก่ช้า (Anti-aging) ลดริ้วรอยจึงคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวไว้นาน
     2. เป็นฮอร์โมนที่ช่วยในเรื่องการขจัดไขมันเสีย (Triglycerides) เพิ่มไขมันดี (HDL : High Density Lipoprotein) ช่วยให้ร่างกายขจัดไขมันเสียได้เป็นปกติ จึงช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนัก
     3. ช่วยให้นอนหลับง่าย นอนหลับสนิท ไม่สะดุ้งตื่นกลางดึก
     4. ช่วยปรับสมดุลอารมณ์ ช่วยให้ไม่หงุดหงิดง่าย
     5. ป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) ในผู้สูงอายุจากการที่สารสื่อประสาทถูกทำลาย

แหล่งอาหารที่มีสารเมลาโทนิน

สับปะรด ส้ม และกล้วยหอม ผลไม้ที่มีสารเมลาโทนินสูง

สับปะรด ส้ม และกล้วยหอม ผลไม้ที่มีสารเมลาโทนินสูง

     แม้ว่าเมลาโทนินจะเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ร่างกายเราผลิตออกมา แต่เราก็พบสารเหล่านี้ได้จากอาหารเช่นกัน อาหารที่อุดมด้วยสารเมลาโทนินที่มีการวิจัยกันมาก คือ สับปะรด กล้วยหอม ส้ม มะเขือเทศ ข้าวโพดหวาน น้ำมันรำข้าว และขิง มีการวิจัยของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อเรารับประทานอาหารกลุ่มนี้เสร็จและตรวจเลือดจะพบระดับเมลาโทนินสูงสุดในช่วง 120 นาทีแรก หลังรับประทานเข้าไป ซึ่งเกือบเทียบเท่ากับที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินในช่วงเวลา 02.00 น. – 04.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนตัวนี้สูงสุด

     แล้วเราควรรับประทานอาหารจำพวกนี้ในปริมาณเท่าไหร่ต่อวันถึงจะได้ระดับเมลาโทนินเทียบเท่า กับที่ร่างกายผลิต จากการวิจัยพบว่าเราอาจเลือกรับประทานสับปะรด หรือส้มปริมาณ 1 กิโลกรัม กล้วยหอม 2 ลูก มะเขือเทศราชินีวันละ 20 ลูก มะเขือเทศลูกใหญ่ 1-2 ลูก หรือน้ำมะเขือเทศวันละไม่เกิน 2 แก้ว ส่วนข้าวโพดหวานมีการแนะนำให้รับประทานข้าวโพดต้มสุก ยิ่งต้มนานยิ่งมีประโยชน์ เพราะในข้าวโพดหวานต้มสุกจะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและจะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อใช้เวลาผ่านความร้อนนานขึ้น ส่วนขิง อาจเลือกรับประทานน้ำขิงหรืออาหารที่มีส่วนประกอบของขิงก็ได้

     นอกจากนี้เพื่อความสะดวกสำหรับคนยุคใหม่ปัจจุบันได้มีการสกัดเมลาโทนินเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยแนะนำให้รับประทานได้วันละ 1-10 มิลลิกรัม โดยบรรจุภัณฑ์จะมีขนาด 3-5 มิลลิกรัมต่อเม็ด การผลิตครั้งแรกเริ่มมีขึ้นที่สหรัฐอเมริกาขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ในประเทศไทย เมลาโทนินขึ้นทะเบียนเป็นยาจึงค่อนข้างหาซื้อยาก สำหรับอาการข้างเคียงหรืออาการพิษจากเมลาโทนิน พบน้อย เพราะเมลาโทนินไม่สะสมในร่างกายและลดระดับลงเรื่อยๆ หลังรับประทาน

ข้อควรระวังในการใช้เมลาโทนินชนิดสกัดเม็ด

     ถึงแม้ว่าเมลาโทนินจะมีประโยชน์มากในเรื่องการฟื้นฟูเซลล์เสื่อมสภาพแต่ก็มีข้อควรระวังเมื่อใช้ร่วมกับยาบางชนิด คือ ยาคุมกำเนิด เพราะอาจทำให้ฤทธิ์ของเมลาโทนินลดลง, ยารักษาโรคเบาหวาน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำจนเป็นลมหน้ามืด, ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เพราะอาจทำให้ยาไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการรักษาโรค

     เมื่อเรารู้ถึงประโยชน์ของเมลาโทนินแล้วอย่าลืมรับประทานอาหารเหล่านี้เพื่อเสริมสร้างฮอร์โมนเมลาโทนินที่จะช่วยชะลอวัย ต้านอนุมูลอิสระ แต่อย่าลืมรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพราะการรับประทานอาหารซ้ำๆ อย่างเดียวก็ไม่เกิดประโยชน์เท่าการรับประทานอาหารที่หมุนเวียนไปเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ดีการพักผ่อนนอนหลับให้ตรงตามที่นาฬิกาชีวิตต้องการก็ยังเป็นเรื่องจำเป็น และเราควรให้ความสำคัญเพราะฮอร์โมนเมลาโทนินถูกทำลายจากแสงสว่าง เมื่อมีโอกาสก็อย่าลืมให้รางวัลกับร่างกายตัวเองด้วยการพักผ่อนตามเวลาให้เพียงพอ เพื่อความสดชื่นและเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของฮอร์โมนหลายชนิดนอกเหนือจากฮอร์โมนเมลาโทนินด้วย

     ประโยชน์มากมายของฮอร์โมนชะลอวัยที่เราสร้างขึ้นเองได้ง่ายๆ เพียงปฏิบัติตัวตามธรรมชาติพร้อมเข็มนาฬิกาชีวิต เท่านี้เราก็จะคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวกันไปนานๆ ไม่มีริ้วรอยก่อนวัย ลดค่าใช้จ่ายจากการซื้อครีมราคาแพง ใครอยากสวยสดใสด้วยวิธีการง่ายๆ อย่าลืมนอนหลับในห้องที่มืดในยามค่ำคืนให้เพียงพอ เท่านี้คุณก็จะตื่นขึ้นมาพร้อมกับร่างกายที่สดใส พร้อมเริ่มการทำงานในเช้าวันใหม่อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

1 ความคิดเห็น

  • ขออัพเดทข้อมูลปัจจุบันเกี่ยวกับเมลาโทนินให้ทราบนะคะ คนที่อายุมากแล้วยังไงก็เมลาโทนินที่ร่างกายผลิตต่ำลงตามธรรมชาติไม่อาจหลีกเลี่ยงได้และมีปัญหานอนไม่หลับมาเยือน ก็ต้องแก้ไขให้ถูกวิธีค่ะ ตอนนี้มีเมลาโทนินที่ถูกกฎหมายขายในเมืองไทยแล้ว ในร้านขายยาเท่านั้น เพราะดิชั้นผ่านประสบการณ์นั้นมา กินตามหมอสั่งแล้วได้ผล เมลาโทนินที่ปลอดภัยต้องกินตามที่หมอแนะนำให้กินต่อเนื่องนะคะ สะดวกดีค่ะ ไม่ต้องไปโรงพยาบาลบ่อยๆ ตอนไปซื้อเภสัชกรบอกว่า ตัวยามีตัวเดียวที่ผ่าน อย. ดิชั้นกินต่อเนื่องอย่างที่หมอบอก ซื้อได้ที่ร้านขายยาเลย มีขายนานแล้ว กินแล้วร่างกายจะค่อยๆ ปรับเวลานอน ใช้เวลานิดนึง แต่กินแล้วเห็นผล ดีขึ้น จนค่อยๆ หาย

แสดงความคิดเห็น