อาหารสำหรับฤดูหนาว เพื่อผิวสวยไม่แห้งแตกเป็นขุย

     มีสาวๆคนไหนเคยสังเกตไหมว่าในช่วงฤดูหนาวความอยากอาหารของเราจะลดลงโดยเฉพาะพืชผัก ผลไม้ แต่อาหารที่เราอยากรับประทานมักเป็นอาหารจำพวกแป้ง หรือไขมัน นั่นเพราะระบบการรับรู้ของร่างกายส่งผลต่อความอยากอาหารให้เราอยากรับประทานจำพวกแป้ง และไขมันเพื่อสะสมพลังงาน แต่ความอยากรับประทานผัก ผลไม้ลดลง นั่นเพราะฤดูกาลที่กลางวันสั้นกลางคืนยาว และอากาศหนาวเป็นตัวสั่งการมา แต่ถึงแม้เราจะไม่อยากรับประทานผัก ผลไม้ แต่ร่างกายเรายังจำเป็นต้องใช้วิตามิน และเกลือแร่ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวเราแห้ง แตกเป็นขุย แล้ววิตามินและเกลือแร่อะไรล่ะที่เราต้องการ

ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง

          1. วิตามินซี(Vitamin Cหรือ Ascorbic) แน่นอนว่าในช่วงอากาศหนาวสาวๆหลายคนไม่อยากรับประทานผลไม้รสเปรี้ยว หรือน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว แต่วิตามินซีจากผัก ผลไม้กลุ่มนี้กลับให้ผลที่ดีต่อผิวในฤดูหนาววิตามินซีออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นผิวหนังแท้และชั้นหนังกำพร้าโดยทำหน้าที่เป็นโคแฟกเตอร์ (Co-factor)ของเอ็มไซม์โปรลีลไฮดรอกซีเลส (Prolyl Hydroxylase) และไลซีลไฮดดรอกซีเลส (Lysyl Hydroxylase) ในปฏิกิริยาการสร้างคอลลาเจนโดยคอลลาเจนที่ได้จะมีลักษณะเป็นเส้นใยทอประสานกัน จึงช่วยลดการสูญเสียน้ำจากผิวและช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น กักเก็บความชุ่มชื้นไว้กับผิว

          แหล่งอาหารวิตามินซี ทุกคนต่างทราบดีว่าส่วนใหญ่มาจากผัก ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะนาว ส้ม ฝรั่ง ลูกพรุน ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ สตรอเบอร์รี่ มะขามป้อม นอกจากนี้ยังพบในพริกชี้ฟ้าเขียว กีวี บร็อคโคลี่

อาหารที่มีวิตามินอี

อาหารที่มีวิตามินอี

          2. วิตามินอี (Vitamin E หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tocopherol) มีประโยชน์ต่อผิว คือ ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ยืดหยุ่น เรียบเนียน ช่วยต้านทานรังสียูวี (Ultraviolet) ที่พบว่ามีสูงมากในช่วงฤดูหนาว ลดการสะสมอนุมูลอิสระในผิวที่เป็นสาเหตุให้ผิวเสื่อมก่อนวัย ทำหน้าที่ดูดซับอนุมูลอิสระทำให้ผิวเสื่อมช้า ชะลอวัย อีกทั้งวิตามินอีละลายในน้ำมันและคงตัวได้ดีจึงสามารถนำมาเป็นส่วนประกอบในครีมทาผิวปกป้องผิวจากความแห้งกร้านที่เป็นผลมาจากอากาศหนาว

          แหล่งอาหารที่พบวิตามินอี เช่น น้ำมันจมูกข้าวสาลี น้ำมันดอกทานตะวัน เมล็ดอัลมอน จมูกข้าวสาลี ถั่วลิสง มาการีน อาโวคาโด เนยแข็ง ขนมปังโฮลวีท ข้าวซ้อมมือ แอปเปิล กล้วย ผักโขม นม ไข่ กุ้ง

อาหารที่มีซีลีเนียม

อาหารที่มีซีลีเนียม

          3. ซีลีเนียม (Selenium) เป็นหนึ่งในแร่ธาตุที่สำคัญเป็นส่วนประกอบของ Glutathione peroxidaseซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ทำหน้าที่เปลี่ยน Hydrogen peroxide ซึ่งเป็นอนุมูลอิสระให้เป็นน้ำ ทำงานประสานกับวิตามินอี (Vitamin E) ในการชะลอการเสื่อมของเซลล์ (Cell) ช่วยให้แก่ช้า (Anti-Aging) ลดการทำลายเซลล์ผิว ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส ผิวจึงมีความยืดหยุ่นไม่แห้งเป็นขุย

          แหล่งอาหารที่มีแร่ธาตุซีลีเนียม คือ ลูกเกด ปลาทูน่า กุ้ง เมล็ดทานตะวัน ขนมปังโฮลวีท ปลาทะเล หอย ไข่ นม ซีเรียล ข้าวซ้อมมือ บร็อคโคลี่ เห็ด กระเทียม

ถั่วเหลือง

ถั่วเหลือง

          4. คอลลาเจน (Collagen) เป็นเส้นใยโปรตีนหลายเส้นที่ทอกันเป็นร่างแหเพื่อพยุงเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน(Connectivetissue proper)เป็นโปรตีนที่มีความสำคัญช่วยให้ผิวเรียบเนียนเต่งตึงมีความยืดหยุ่นทำงานคู่กับอิลาสติน (Elastin)ช่วยชะลอวัย ถ้าขาดคอลลาเจนผิวจะขาดความยืดหยุ่นเกิดริ้วรอยได้ง่าย

          ใครจะทราบบ้างว่าถึงแม้อาหารที่เรารับประทานทั่วไปไม่มีสารคอลลาเจนโดยตรงแต่ก็มีสารตั้งต้นในการสร้างคอลลาเจน ฤดูหนาวมาเยือนอย่าลืมหาอาหารเหล่านี้มาเสริมการสร้างคอลลาเจน นั่นคือ ถั่วเหลือง ผักใบเขียว ลูกพรุน มะละกอ ชีส

น้ำเปล่า

น้ำเปล่า

          5. น้ำเปล่า แน่นอนว่าในช่วงฤดูหนาวอากาศรอบตัวจะแห้งเพราะความชื้นถูกกลืนหายไปกับอากาศแถมช่วงนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่อากาศเย็น หลายๆคนจึงไม่มีความกระหายน้ำและดื่มน้ำน้อยตามไปด้วย แต่จากคำแนะนำที่ว่าเราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วยังเป็นการดูแลสุขภาพพื้นฐานที่จำเป็น เป็นการช่วยเติมน้ำให้กับเซลล์ในเวลาที่อากาศแห้งผิวหนังจะได้ไม่แห้งตามไปด้วย

     คำแนะนำในการดูแลผิวในฤดูหนาว

          1. มีคำแนะนำว่าในห้องนอน หรือห้องที่เราต้องใช้เวลาทำงานนานๆให้วางถ้วยใส่น้ำเอาไว้เพื่อเพิ่มความชื้นให้กับอากาศเพราะฤดูหนาวอากาศแห้งทำให้บรรยากาศดูดซับความชื้นจากตัวเราไปสู่สภาวะแวดล้อม การวางถ้วยน้ำไว้เป็นการเพิ่มความชื้นลดการดูดซับความชุ่มชื้นจากผิวเรา

          2. ฤดูหนาวไม่ควรอาบน้ำอุ่น เพราะผิวจะยิ่งแห้ง แต่ในความเป็นจริงเราคงทนความหนาวไม่ได้หากเราต้องอาบน้ำอุ่นควรเลือกใช้ครีมอาบน้ำที่มีสภาวะเป็นกลาง มีส่วนผสมของน้ำมันหรือกลีเซอรีน (Glycerine) สูงเพื่อป้องกันผิวแห้ง

          3. สำหรับผิวบริเวณที่มีความยืดหยุ่นน้อย เช่น มือ เท้า จะสูญเสียน้ำได้ง่าย แห้งแตกเป็นขุยได้ง่ายก่อนเข้านอนให้ทาครีมบำรุง สวมถุงมือ ถุงเท้า เท่านี้มือและเท้าของเราก็จะไม่แห้งแตกเป็นขุยแล้ว

          4. หลีกเลี่ยงอาหารที่ดึงน้ำออกจากผิว หลายคนมีคำถามว่ามีด้วยหรืออาหารประเภทนี้ ก็อาหารที่มีรสเค็ม ใส่เกลือหรือโซเดียมปริมาณสูง หลังรับประทานแล้วเราจะกระหายน้ำเพิ่มขึ้นต้องเข้าห้องน้ำบ่อยขึ้นนั่นแหล่ะคือตัวดึงน้ำออกจากผิวแต่กลับทำให้เซลล์ในร่างกายบวม หากเรารับประทานอาหารประเภทนี้มากๆเราจะตัวบวมน้ำแต่กลับมีผิวที่แห้งและแตกเป็นขุยแทน

     หากอยากมีผิวสวยไม่แห้งแตกเป็นขุยไม่ใช่เรื่องยาก เพียงเราเข้าใจโภชนะบำบัดและเลือกอาหารให้เหมาะสมกับตัวเองและสภาพแวดล้อมเพียงเท่านี้เราก็จะมีผิวสวย สุขภาพดีสมใจ อวดผิวใสเต่งตึงได้แม้ฤดูกาลจะไม่เป็นใจ

แสดงความคิดเห็น