อาหารบำรุงไตแบบง่ายๆ เพื่อสุขภาพไตที่ดี

ไต

     โรคที่เป็นปัญหาเรื้อรังรักษาไม่หาย มีแต่อาการจะทรงหรือทรุด ทำให้สุขภาพจิตเสื่อมโทรมโรคหนึ่งในปัจจุบันคงหนีไม่พ้นโรคไตวาย จากสถิติของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขในปี พ.ศ.2557 พบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคไตวายถึงแปดล้านคน โดยในจำนวนนี้มีผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายที่ต้องเข้ารับการฟอกไตถึงสองแสนคน ซึ่งนับเป็นสถิติที่สูงมาก นอกจากนี้ยังตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงตาม ซึ่งจริงๆ แล้วโรคไตเป็นโรคที่ป้องกันได้ แม้ว่าสาเหตุบางส่วนจะเกิดจากโรคที่ไตเอง เช่น นิ่วในไต หรือการติดเชื้อที่ไต แต่สาเหตุส่งเสริมและสาเหตุส่วนใหญ่ก็เกิดจากการรับประทาน โดยเฉพาะอาหารที่มีรสเค็มหรืออาหารที่มีสารโซเดียม (Sodium) สูง

     จริงๆ แล้วโซเดียม (Sodium) เป็นเกลือแร่ชนิดหนึ่งที่ร่างกายต้องการ มีความสำคัญกับระบบประสาทและหัวใจ รวมทั้งเป็นเกลือแร่ที่มีความเกี่ยวข้องกับสารน้ำในร่างกาย ช่วยในการดูดซึมสารอาหารที่ไตและลำไส้เล็ก โซเดียมเป็นเกลือแร่ที่มีอยู่ในอาหารหลายชนิด แต่ที่เรารู้จักกันแพร่หลาย คือ เกลือที่มีรสเค็มนี่แหล่ะ…. องค์การอนามัยโลกได้กำหนดปริมาณโซเดียมสูงสุดที่ร่างกายได้รับต่อวันไม่ควรเกิน 6 กรัม หรือ 2,400 มิลลิกรัม หรือเกลือไม่เกิน 1 ช้อนชา ซึ่งหากเราได้รับโซเดียมเกินกว่านี้ในแต่ละวันก็เสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และแน่นอนว่าเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตวาย

สาเหตุของโรคไต

     สาเหตุของโรคไตวาย แบ่งตามประเภทของของโรคไต เพื่อที่จะทราบสาเหตุและแยกประเภทของโรคไตได้ ได้แก่

     1. โรคไตวายเฉียบพลัน (Acute renal failure)
          1.1 เกิดจากภาวะไตขาดเลือดเฉียบพลัน เช่น ภาวะช็อก การขาดน้ำอย่างรุนแรง การติดเชื้อเฉียบพลัน
          1.2 โรคของเซลล์ไต เช่น การอักเสบที่เซลล์ไต การได้รับสารพิษ หรือยาที่ส่งผลต่อไต เช่น ยากลุ่ม NSAID
          1.3 การอุดตันของระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่ว หรือมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ
     2. โรคไตวายเรื้อรัง (Chronic renal failure) เป็นโรคที่เกิดจากโรคเรื้อรังอื่นที่ส่งผลต่อไต เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง และสาเหตุหนึ่งก็มาจากการรับประทานสารโซเดียมสูงเป็นประจำ

อาหารที่มีสารโซเดียมสูง

     การที่เราจะลดการบริโภคอาหารที่มีสารโซเดียม เราลองมาดูกันว่าอาหารอะไรบ้างที่ให้ปริมาณสารโซเดียมสูงจะได้หลีกเลี่ยง เช่น

เครื่องปรุงที่มีโซเดียมสูง

เครื่องปรุงที่มีโซเดียมสูง

     1. เครื่องปรุงต่างๆ ล้วนมีปริมาณโซเดียมสูง เช่น ซ๊อสปรุงรส (1 ช้อนชาให้ปริมาณโซเดียม 400 มิลลิกรัม) ซีอิ๊ว (1 ช้อนชาให้ปริมาณโซเดียม 473 มิลลิกรัม) น้ำปลา (1 ช้อนชา ให้โซเดียม 400 มิลลิกรัม) ซุปไก่ก้อน (ซุปไก่ 1 ก้อน ให้ปริมาณโซเดียม 2,640 มิลลิกรัม) ผงชูรส (1 ช้อนชา ให้ปริมาณโซเดียม 610 มิลลิกรัม) กะปิ (1 ช้อนชา ให้ปริมาณโซเดียม 300-400 มิลลิกรัม)

อาหารกระป๋อง

อาหารกระป๋อง

     2. อาหารกระป๋อง เช่น ปลาซาร์ดีนกระป๋อง (1 กระป๋องให้ปริมาณโซเดียม 200-450 มิลลิกรัม) ซุปกระป๋อง (มีโซเดียมประมาณ 1,000 มิลลิกรัม)

ขนมกรุบกรอบแบบถุง

ขนมกรุบกรอบแบบถุง

     3. ขนมกรุบกรอบแบบถุง (มีโซเดียม 100 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค) บะหมี่กึ่งสำเร็จ (ให้โซเดียม 1,000-1,500 มิลลิกรัมต่อ 1 ซอง) โจ๊กคัพ (ให้โซเดียม 445-700 มิลลิกรัมต่อ 1 คัพ)

อาหารบำรุงไต

     เมื่อเราทราบอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูง ที่เป็นสาเหตุให้เกิดภาวะไตเสื่อมแล้ว เราก็ลองมาดูอาหารบำรุงไต เพราะไม่ใช่แต่ว่าอาหารจะทำลายไตเท่านั้น หากเราเลือกรับประทานได้ดี อาหารหลายชนิดก็ช่วยบำรุงไตให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชะลอการเสื่อมของไต เช่น

หอมหัวใหญ่

หอมหัวใหญ่

     1. หอมหัวใหญ่ มีวิตามิน ซี (Vitamin C) สูง ช่วยกระตุ้นเซลล์ให้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ มีสารพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ตามธรรมชาติ ที่ช่วยลดภาวะเลือดหนืด ลดความดันโลหิต บำรุงไต เป็นอาหารบำรุงสำหรับผู้ที่เริ่มมีภาวะไตเสื่อม

กระเทียม

กระเทียม

     2. กระเทียม มีสารอัลลิซิน (Allicin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant) ต้านการอักเสบในร่างกาย ป้องกันไตเสื่อม นอกจากนี้กระเทียมยังมีธาตุซีลีเนียม (Selenium) สูง สารนี้ช่วยส่งเสริมการหายใจระดับเซลล์ รวมทั้งเซลล์ที่ไตด้วยจึงช่วยให้ไตทำงานได้ดี

บลูเบอร์รี่

บลูเบอร์รี่

     3. ผลไม้ที่มีสีแดงม่วง เช่น ลูกหม่อน ลูกหว้า บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ แก้วมังกรเนื้อสีแดง สารสีม่วงแดงในผลไม้เหล่านี้เมื่อผ่านกระบวนการย่อยอาหารในร่างกายจะปรับสมดุลกรด-ด่าง ป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะโดยจะไปทำให้เชื้อโรคที่ระบบทางเดินปัสสาวะเคลื่อนไหวไม่ได้ หรือเคลื่อนไหวช้า และถูกกำจัดออกมาพร้อมกับปัสสาวะ ลดความเสื่อมของไต อีกทั้งมีการวิจัยในผู้ที่ติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะเป็นประจำให้ดื่มน้ำเบอร์รี่จะลดการติดเชื้อ ลดการใช้ยาปฏิชีวนะได้

แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ล

     4. แอปเปิ้ล ได้ชื่อว่าเป็นผลไม้ที่มีกากใย (Fiber) สูง ทั้งใยอาหารชนิดละลายน้ำ และไม่ละลายน้ำ ดูดซับทั้งน้ำตาลและแป้งเพื่อกำจัดออกจากร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยดูดซับผลึกที่ก่อตัวและไปตกตะกอนบริเวณข้อต่างๆ รวมทั้งไต เพื่อกำจัดออกจากร่างกาย จึงช่วยป้องกันไตเสื่อมจากผลึกของเหลือเหล่านี้

น้ำสะอาด

น้ำสะอาด

     5. น้ำสะอาด จากบทความข้างต้นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไตเสื่อมจนเกิดไตวาย คือ การขาดน้ำอย่างรุนแรง ในผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวต้องจำกัดการดื่มน้ำ ควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนของเสียในร่างกาย และเป็นการถนอมไตให้ไม่ต้องทำงานหนักเกินไป

     เพราะไตเป็นอวัยวะที่สำคัญ หากไตเสื่อม ร่างกายเราก็ไม่สามารถขับเกลือแร่หรือสารพิษออกมาได้ ทำให้ร่างกายเกิดโรคตามมาหลายโรค การดูแลไตของเราให้มีสุขภาพดี ชะลอการเสื่อมของไต ก็เท่ากับเป็นการดูแลโรงงานกำจัดสารพิษให้กับร่างกาย เพื่อที่ร่างกายเราจะได้สดชื่นพร้อมที่จะทำกิจกรรมในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อทราบเช่นนี้แล้ววันนี้อย่าลืมดูแลสุขภาพไตของเราด้วยอาหารบำรุงไตกันนะ

แสดงความคิดเห็น