โรคตามใจปาก ตอนที่ 4 อาหารบำรุงไต และทำร้ายไต

อาหารบำรุงไต

     ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญในร่างกายนอกจากทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมน สังเคราะห์วิตามินดี (Vitamin D) กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแล้วยังเป็นอีกสถานีที่ช่วยกลั่นกรองน้ำ เกลือแร่ และขับถ่ายของเสีย โดยที่ไตคนเรามีอยู่ 2 ข้าง หากวันใดไตเสื่อมขึ้นมาก็เป็นเรื่องที่สร้างความยากลำบากในการใช้ชีวิต

     ในสภาพสังคมปัจจุบันที่เราต่างใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ บ่อยครั้งที่เราละเลยความสำคัญในการเลือกรับประทานอาหาร ซึ่งอาหารมีผลโดยตรงกับไต เพราะของเสียเหล่านั้นส่วนหนึ่งจะถูกขับออกทางไต หากเราบริโภคอาหารที่ส่งเสริมให้ไตทำงานหนักทุกวัน ในท้ายที่สุดไตของเราก็จะเสื่อม และหยุดทำหน้าที่ไปในที่สุด

หน้าที่ของไต

     1. หน้าที่หลักที่เรารู้จัก คือ ไตทำหน้าที่ขับถ่ายของเสียรวมถึงน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย ของเสียที่ผ่านไปทางเลือดจะถูกนำไปกลั่นกรองออกที่ไต เช่น ยูเรีย (Urea) กรดยูริก (Uric acid)
     2. ทำหน้าที่รักษาระดับเกลือแร่โซเดียม (Sodium) โพแทสเซียม (Potassium) แคลเซียม (Calcium) ฟอสเฟต (Phosphate) ขับกรดออกจากร่างกาย และเก็บไบคาร์บอเนต (Bicarbonate) ซึ่งเป็นด่างไว้
     3. นอกจากหน้าที่ดังกล่าวข้างต้นที่เราคุ้นเคย ยังมีหน้าที่หลักที่หลายคนไม่ทราบนั่นคือการสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นหลายชนิด
          3.1 เรนิน (Renin) เป็นสารที่ช่วยควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ
          3.2 อีริโทรโพอิติน (Erythropoietin) เป็นสารที่กระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดเลือดแดง
          3.3 วิตามินดี (Vitamin D) ที่มีหน้าที่ในการควบคุมระดับฟอสฟอรัส (Phosphorus) และแคลเซียม (Calcium) ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

     ดังจะเห็นแล้วว่าไตมีหน้าที่สำคัญอย่างไร หากไตเสื่อม หรือไตวายขึ้นมาร่างกายเราก็ไม่สามารถขับของเสีย ส่งผลให้ความสมดุลในร่างกายเปลี่ยนไป ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดโรคหัวใจ และโรคหัวใจวายตามมา

ผลเสียเมื่อไตเสื่อมหรือไตวาย

     1. เนื่องจากไตทำหน้าที่กลั่นกรองน้ำ หากไตเสื่อมกลั่นกรองน้ำไม่ได้ก็จะทำให้ของเสียที่อยู่ในน้ำขังอยู่ในร่างกาย เช่น ยูเรีย หรือยูริก ทำให้ของเสียเหล่านี้ไปตกผลึกตามบริเวณต่างๆ หากยูริกไปเกาะที่ข้อก็เกิดเป็นข้ออักเสบ หรือเก๊าท์ได้
     2. ควบคุมสมดุลเกลือแร่ในร่างกายไม่ได้ ทำให้มีอาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน รับประทานอาหารไม่ได้ ลมหายใจมีกลิ่นผิดปกติ ถ้าเป็นระยะรุนแรงอาจมีอาการชัก ซึม หมดสติ
     3. ความดันโลหิตสูงขึ้น ทำให้ปวดศีรษะเรื้อรัง และส่งผลให้เป็นโรคหัวใจได้
     4. เกิดภาวะอ่อนเพลียจากโลหิตจาง ยิ่งในระยะรุนแรงอาจมีภาวะโลหิตจางจนต้องเติมเลือด

     การวินิจฉัยว่าไตของเราเริ่มเสื่อม ปกติไตเสื่อมระยะแรกอาจไม่ส่งผลต่อร่างกายเท่าไหร่ แต่จะทราบเมื่อเราไปตรวจ คือ การตรวจเลือดหาระดับครีเอตินิน (Creatinine) มากกว่า 1.2 mg/dl แสดงว่าไตเริ่มเสื่อม เราควรเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลไตมากขึ้น

พฤติกรรมการบริโภคที่ทำให้ไตเสื่อม

     1. การรับประทานอาหารโปรตีนสูงในปริมาณมากเป็นประจำ เพราะอาหารโปรตีนสูงก่อให้เกิดทั้งสารยูเรีย และยูริกที่ต้องขับออกที่ไต
     2. การดื่มเบียร์ หรือสุราหนักเป็นประจำ เพราะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหล่านี้อุดมด้วยสารพิวรีน (Purine) ที่เป็นตัวสร้างกรดยูริกที่ต้องขับออกทางไต
     3. การบริโภคอาหารเค็มเป็นประจำ เช่น เกลือ ซ้อส ซีอิ๊ว น้ำปลา ผงปรุงรส เพราะอาหารเหล่านี้ อุดมด้วยเกลือ หรือโซเดียม ในระยะที่ไตยังปกติอาจยังไม่มีผลเท่าไหร่ แต่การรับประทานเค็มทำให้ไตต้องทำงานหนัก แต่เมื่อเข้าสู่ภาวะไตเสื่อม ไตจะขับโซเดียมออกไม่หมด ทำให้เสียสมดุลเกลือแร่นอกจากในอาหารเค็มแล้วโซเดียมยังมีมากใน แฮม เบคอน ไส้กรอก เนยแข็ง
     4. นอกจากอาหารที่ส่งเสริมให้ไตเสื่อมแล้ว ยังมีกลุ่มของยาที่ทำให้ไตเสื่อมได้ คือ ยากลุ่มต้านการอักเสบ ที่เรียกว่า NSAIDs เช่น Diclofenac, Ibuprofen, Mefenamic acid, Piroxicam ยากลุ่มนี้จะทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง ผู้ที่มีอาการไตเสื่อมไม่ควรรับประทาน อีกทั้งผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลังดื่มไม่ควรรับประทาน
     5. ยาสมุนไพร ควรดูเลขทะเบียนการขึ้นทะเบียนยาสมุนไพรที่เชื่อถือได้ ไม่รับประทานติดต่อกันนาน ไม่รับประทานร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง หัวใจ ควรหลีกเลี่ยง หรือควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์
     6. บุหรี่ ถึงแม้บุหรี่จะไม่ใช่อาหารแต่ควรหลีกเลี่ยง หากต้องการชะลอความเสื่อมของไต เพราะบุหรี่ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง ทำให้เส้นเลือดที่ไตตีบ หากเป็นโรคไตเสื่อมแล้วควรงดเว้นเด็ดขาด

อาหารบำรุงไต

ควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว

ควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว

     1. น้ำสะอาด ในผู้ที่ไม่มีโรคประจำตัวต้องจำกัดการดื่มน้ำ ควรดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนของเสียในร่างกาย

ไข่ขาว เป็นอาหารสำหรับผู้ที่มีภาวะไตเสื่อม

ไข่ขาว เป็นอาหารสำหรับผู้ที่มีภาวะไตเสื่อม

     2. ไข่ขาว เป็นโปรตีนที่ดียิ่งในผู้ที่มีภาวะไตเสื่อมยิ่งมีความสำคัญเพราะในไขขาวมีสารชื่อว่า อัลบูมิน (Albumin) ที่มีความจำเป็นกับผู้ที่เป็นโรคไต

กระเทียมและหัวหอมสด ช่วยป้องกันไตเสื่อม

กระเทียมและหัวหอมสด ช่วยป้องกันไตเสื่อม

     3. กระเทียมและหัวหอมสด มีสารอัลลิซิน (Allicin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ต้านการอักเสบในร่างกาย ป้องกันไตเสื่อม

หอมหัวใหญ่ ช่วยบำรุงไต

หอมหัวใหญ่ ช่วยบำรุงไต

     4. หอมหัวใหญ่ มีสารพรอสตาแกลนดิน (Prostaglandin) ตามธรรมชาติ ที่ช่วยลดภาวะเลือดหนืด ลดความดันโลหิต บำรุงไต เป็นอาหารบำรุงสำหรับผู้ที่เริ่มมีภาวะไตเสื่อม

     นอกจากอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงและอาหารบำรุงไตแล้ว การถนอมไตให้อยู่กับเราไปนานๆต้องทำควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ระมัดระวังเรื่องการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ไม่กลั้นปัสสาวะเพราะเป็นสาเหตุให้เกิดการติดเชื้อ ก็เป็นพฤติกรรมการถนอมไตเช่นกัน

     ถึงแม้โรคไตไม่ทำให้เราเสียชีวิตโดยเฉียบพลันได้ แต่หากเราเป็นโรคไตก็ทำให้คุณภาพชีวิตเปลี่ยนไป อาจต้องเสียเวลาในการเข้ารับการรักษา จนท้ายที่สุดต้องเข้ารับการฟอกไต และเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตในที่สุด เมื่อเราทราบถึงอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงและอาหารที่ควรรับประทานเพื่อบำรุงไตแล้ว ก่อนเลือกรับประทานอาหารก็อย่าลืมเลือกที่ส่งเสริมการทำงานของไต ให้ไตอยู่ทำงานให้เราไปนานๆ กันนะ

แสดงความคิดเห็น