15 สูตรหน้าใส ที่ได้ผลจริง และปลอดภัย

     ปัจจุบันนี้เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าการมีหน้าตาดี ผิวพรรณสดใส บุคลิกดีเป็นจุดเริ่มต้นของหลายๆสิ่ง แม้กระทั่งหน้าที่การงานที่แม้จะมีคนพูดว่าคุณภาพของงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน้าตา แต่ถ้าเรามีใบหน้าหมองคล้ำ เต็มไปด้วยสิว ฝ้า ก็ทำให้ตัวเราเองนี่แหล่ะกังวล กลายเป็นความหดหู่ ใบหน้าเศร้าหมอง แล้วแบบนี้ใครจะเถียงว่าใบหน้าสวยใสไม่ใช่เรื่องจำเป็น….เพราะอย่างน้อยก็จำเป็นกับตัวเราเองนี่แหล่ะ

     จริงๆ แล้วการดูแลผิวหน้าตัวเองให้สวยใสมีหลายวิธี เพียงเราเลือกวิธีและผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับเรา เราก็จะมีผิวพรรณที่ถูกใจทั้งตัวเราเองและผู้พบเห็น เราลองมาดูสูตรดูแลผิวหน้าที่เริ่มจากงบเบาๆไม่ลำบากกระเป๋ากันก่อนค่ะ

     คนไทยส่วนใหญ่มักมีปัญหาผิวหน้ามัน หรือแม้ไม่ใช่คนที่มีผิวมันแต่อากาศร้อนๆ ของบ้านเราก็กระตุ้นความมันได้ ผิวหน้ามันเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ใบหน้าเราหมองคล้ำไม่ขาวกระจ่าง ด้วยเหตุนี้เรามาเริ่มดูแลผิวหน้าลดความมันกันก่อน

สูตรมาร์คหน้าลดความมัน

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าลดความมันด้วยมะนาว ไข่ขาว และแตงกวา

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าลดความมันด้วยมะนาว ไข่ขาว และแตงกวา

1. สูตรมะนาว ไข่ขาว แตงกวา เป็นสูตรที่สาวๆที่มีผิวหน้ามันบอกต่อกันมานาน เพราะช่วยลดความมันบนผิวหน้าได้จริง โดยน้ำมะนาวที่อุดมไปด้วยสาร AHA (Alpha Hydroxy Acids) และวิตามินซี (Vitamin C) ช่วยปรับสภาพผิวหน้าให้เป็นกรดซึ่งไม่เหมาะกับการเติบโตของแบคทีเรีย จึงช่วยลดน้ำมันส่วนเกินที่เกิดจากแบคทีเรียเหล่านี้ ไข่ขาวช่วยบีบรัดรูขุมขนให้สิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกินหลุดออกมาได้มากขึ้น และแตงกวาที่มีเอนไซม์ไคซีน (Cryssin) ช่วยย่อยโปรตีน จึงช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้เร็วขึ้น และแตงกวาเองยังลดความระคายเคือง ช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื่นไม่แห้งเกินไป เพราะผิวหน้าที่แห้งจะกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันมากเช่นเดิม

     วิธีการ โดยใช้น้ำมะนาว 1 ช้อนชา ไข่ขาว 1 ฟอง และแตงกวาลูกพอประมาณครึ่งลูก นำมาผสมให้เข้ากันจากนั้นนำมามาร์คหน้าทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่หากผิวหน้ามีแผล หรือเป็นสิวอักเสบไม่เหมาะจะใช้สูตรนี้เพราะจะทำให้ผิวอักเสบมากขึ้นได้

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าลดความมันด้วยมะเขือเทศ

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าลดความมันด้วยมะเขือเทศ

2. สูตรมะเขือเทศ ในมะเขือเทศมีสารไลโคปีน (Lycopene) ที่อยู่ในกลุ่มแคโรทีน (Carotene) ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี (Ultraviolet) ที่เป็นตัวการสร้างสารอนุมูลอิสระ (Oxidant) ขึ้นมาทำลายคอลลาเจน (Collagen) ในชั้นผิว ทำให้ผิวอ่อนล้าและขาดน้ำ ไลโคปีนจะช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและรักษาน้ำในผิวไว้ได้ อีกทั้งวิตามินซีในมะเขือเทศก็ช่วยปรับสมดุลผิว ช่วยลดความมันได้

     วิธีการ เพียงนำมะเขือเทศ 1 ผลมาปั่นหรือบดให้ละเอียด นำมาพอกหน้า 15 นาที แล้วล้างออกมะเขือเทศช่วยดูดซับความมันบนใบหน้าและไม่ทำให้ผิวแห้งตึงมากเกินไป สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวัน นอกจากพอกหน้าแล้วมะเขือเทศที่ปั่นทั้งเมล็ดก็ใช้ขัดผิวหน้าได้อีกด้วย

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าลดความมันด้วยมะขามเปียก และน้ำผึ้ง

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าลดความมันด้วยมะขามเปียก และน้ำผึ้ง

3. สูตรมะขามเปียก น้ำผึ้ง สูตรนี้มีสรรพคุณหลายด้านทั้งเรื่องลดการเกิดสิว ลดความมัน ลดสิวอักเสบ รอยหมองคล้ำ เพราะในมะขามเปียกมีสาร AHA วิตามินซี ที่ช่วยปรับสมดุลผิวหน้าเช่นกัน อีกทั้งในน้ำผึ้งยังเป็นสารที่ลดการก่อตัวของเชื้อโรคจึงลดการเกิดสิว ช่วยให้ผิวไม่แห้งหรืออักเสบ

     วิธีทำ ให้นำเนื้อมะขามเปียกพอประมาณผสมน้ำผึ้งลงไปคนให้เข้ากันพอหนืดนำมาพอกหน้า 5-10 นาที ทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะช่วยลดความมัน ขจัดเซลล์ผิวที่ตาย กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้หน้าใส แต่สูตรนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่ผิวหน้ามีแผล หรือมีสิวอักเสบ เพราะจะแสบผิวมาก

     สูตรพอกหน้าลดความมันทุกสูตรทั้งมะนาว มะเขือเทศ มะขามต่างมี AHA (Alpha Hydroxy Acids) และ BHA (Beta Hydroxy acid) ซึ่งเป็นกรดผลไม้อย่างอ่อนที่ช่วยลดความมันบนผิวหน้า

สูตรมาร์คหน้าสำหรับผิวแห้ง และผิวธรรมดา

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าด้วยกล้วยหอม และน้ำผึ้ง

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าด้วยกล้วยหอม และน้ำผึ้ง

4. สูตรกล้วยหอม น้ำผึ้ง กำลังเป็นสูตรที่มาแรงอยู่ในขณะนี้ เพราะสูตรนี้เนื้อครีมที่ออกมาจะข้นพอดี กล้วยหอมมีวิตามินอยู่หลายชนิดนอกจากนั้นยังมีแมกนีเซียมที่ช่วยลดริ้วรอย และช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งอีกด้วย

     วิธีการ โดยใช้กล้วยหอม 1 ลูก ผสมกับน้ำผึ้ง คนให้เข้ากันเป็นครีมเหนียว นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออก สามารถทำได้ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ต

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าด้วยโยเกิร์ต

5. สูตรโยเกิร์ต สูตรนี้นอกจากจะทำให้ใบหน้าชุ่มชื่น ลดริ้วรอย ยังช่วยลดอาการไหม้จากการตากแดดนานๆ ในโยเกิร์ตมีจุลลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อุดมไปด้วยสังกะสีที่ช่วยลดริ้วรอยและกระตุ้นให้ผิวเปล่งปลั่งสดใส อีกทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ป้องกันการเสื่อมของเซลล์

     วิธีการ คือ ใช้โยเกิร์ตสูตรธรรมชาติ พอกหน้าทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงแล้วล้างออก สามารถทำได้ทุกวัน หากอยากให้ผิวหน้าอมชมพูให้ปั่นมะเขือเทศผสมลงไปด้วย หรืออยากให้ผิวเนียนนุ่มให้ผสมกล้วยหอมปั่นลงไป

สูตรมาร์คหน้าใส ลดริ้วรอย

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าใส ลดริ้วรอย ด้วยว่านหางเจระเข้ ดินสอพอง และนมสด

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าใส ลดริ้วรอย ด้วยว่านหางเจระเข้ ดินสอพอง และนมสด

6. สูตรว่านหางจระเข้ เติมน้ำให้ผิวหน้าอ่อนล้า สำหรับคนที่อายุมากขึ้นจะพบว่าผิวหน้าแห้งไม่มีน้ำมีนวล แม้จะทาครีมบำรุงผิวหน้าแล้วก็ยังดูล้าไม่อิ่มน้ำอยู่ดี สูตรนี้จะช่วยเติมน้ำให้กับผิว อีกทั้งช่วยลดการอักเสบให้ผิว เหมาะกับผิวที่มีการอักเสบจากสิว

     วิธีการ โดยใช้เนื้อว่านหางเจระเข้บด 1 ช้อนโต๊ะ ดินสอพอง 1 ช้อนโต๊ะ และนมสด 1.5 ช้อนโต๊ะ ผสมให้เข้ากันและนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก บางสูตรแนะนำให้ผสมไข่ไก่เข้าไปด้วยเพื่อให้ผิวหน้านิ่มแต่ไข่ไก่ต้องมาจากแหล่งที่สะอาดปลอดเชื้อ หากเราไม่มั่นใจไม่แนะนำให้ผสมลงไป

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าใส ลดริ้วรอย ด้วยใบบัวบก และนมสด

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าใส ลดริ้วรอย ด้วยใบบัวบก และนมสด

7. สูตรใบบัวบก นมสด ในใบบัวบกมีสารไตรเตอพีนอยด์ (Triterpenoid) ลดการอักเสบ และมีฤทธิ์สมานแผล ทำให้สิวแห้งเร็ว บางสูตรจะผสมไข่ไก่เข้าไปเช่นเดียวกับสูตรว่านหางจระเข้แต่การใช้ไข่ไก่แนะนำเรื่องความสะอาดเช่นกัน นอกจากนี้ใบบัวบกยังมีสารอาร์บูติน (Arbutin) ทำหน้าที่ยับยั้งการสร้างเมลานินที่เป็นตัวก่อให้ผิวคล้ำ

     วิธีการ สูตรนี้นำใบบัวบกมาปั่นหรือบดรวมกับนมสดเอาพอให้หนืดไม่เหลวเกินไป แต่ถ้าส่วนผสมที่ได้ดูเหลวอยู่ให้ใส่ดินสอพองลงไปกะให้พอเหนียว หลังจากนั้นนำมาพอกหน้า ทิ้งไว้ 20-30 นาที แล้วล้างออก สามารถทำได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าใส ลดริ้วรอย ด้วยน้ำผึ้ง และมะนาว

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าใส ลดริ้วรอย ด้วยน้ำผึ้ง และมะนาว

8. สูตรน้ำผึ้ง มะนาว นับเป็นสูตรพอกหน้ามหัศจรรย์เพราะใช้ได้ตั้งแต่ลดความมันส่วนเกิน ลดการเกิดสิว ลดสิวอักเสบ และทำให้หน้าใส เปล่งปลั่ง ในน้ำผึ้งมีแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ที่ช่วยลดรอยด่างดำจึงช่วยให้ผิวใส อีกทั้งวิตามินซี (Vitamin C) ในน้ำมะนาวเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ ช่วยให้ผิวสดชื่น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ผิวจึงยืดหยุ่นดี ป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

     วิธีการ ใช้น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำมะนาว 1 ช้อนชา คนให้เข้ากันไม่ให้เหลวเกินไป นำมาพอกหน้าไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออก สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวัน และส่วนผสมที่เหลือจากการพอกหน้าสามารถนำมาบริโภคต่อเป็นยาอายุวัฒนะได้

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าใส ลดริ้วรอย ด้วยขมิ้นชัน

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าใส ลดริ้วรอย ด้วยขมิ้นชัน

9. สูตรการพอกหน้าด้วยขมิ้นชัน ในภูมิภาคแถบเอเชียพบว่ามีการนำขมิ้นชันมาใช้ในด้านความงาม อย่างแพร่หลาย สูตรหนึ่งที่นิยมกันคือการพอกหน้าด้วยขมิ้นชัน ขมิ้นชันมีสารเคอร์คูมินอยด์ (Curcuminoid) ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนล้า ลดรอยย่นบริเวณผิวหน้า และกระตุ้นหลอดเลือดบริเวณผิวหน้าให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น จึงทำให้ผิวหน้าเปล่งปลั่งสดใสช่วยลดความล้าของผิว

     วิธีการ นำขมิ้นชันมาบดให้ละเอียดประมาณ 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำผึ้ง และโยเกิร์ตสูตรธรรมชาติอย่างละ 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน ดูให้เป็นครีมเหนียว นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกสูตรนี้สามารถทำได้ 3-4 ครั้ง ต่อสัปดาห์

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าด้วยแอปเปิ้ล และนมสด

วัตถุดิบของสูตรมาร์คหน้าด้วยแอปเปิ้ล และนมสด

10. สูตรแอปเปิ้ล นมสด แอปเปิ้ลมีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีอิลาสติน(Elastin) และคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิวยืดหยุ่น ลดริ้วรอย รวมทั้งมีกรดมาลิก (Malic acid) และทาร์ทาริก (Tartaric acid) ที่ช่วยย่อยโปรตีนจึงช่วยผลัดเซลล์ผิว ส่วนนมสดประกอบด้วยกรดอะมิโน (Amino acid) หลายชนิดที่ช่วยเคลือบผิวให้ผิวเนียนนุ่ม กักเก็บน้ำไว้ที่ชั้นผิวให้ผิวยืดหยุ่นดีขึ้น

     วิธีการ นำแอปเปิ้ล มาปั่นรวมกับนมสดโดยไม่ให้เหลวจนเกินไปนำมาพอกหน้าไว้ 20 นาที แล้วล้างออก ใบหน้าจะนุ่ม สดใส ส่วนกากแอปเปิ้ลที่เหลือจากการพอกหน้ายังนำมาใช้ขัดผิวได้อีกด้วย

     นอกจากสูตรหน้าใสจากธรรมชาติดังกล่าวข้างต้นแล้ว หลายๆ ครั้ง เวลาในชีวิตประจำวันของเราก็มีจำกัดจะให้มานั่งปรุงสูตรความงามเองทุกวันก็ไม่ไหว เราก็ต้องใช้ครีมสำเร็จที่มีขายตามท้องตลาดเพื่อการประหยัดเวลา แต่การใช้ครีมที่วางขายก็ไม่ใช่จะไม่ดี หากเราเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับเรา ใบหน้าสวยใส ไร้ริ้วรอย และอ่อนกว่าวัยก็จะอยู่คู่กับเราไปนานๆ ขั้นตอนการใช้ครีมเพื่อผิวหน้าใส คือ

ครีมรอบดวงตา

ครีมรอบดวงตา

11. ครีมรอบดวงตา (Eye creams) เป็นขั้นตอนสำคัญในการดูแลใบหน้า เพราะผิวหนังบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางมากที่สุดบางกว่าผิวที่ฝ่ามือถึง 1 ใน 10 ผิวรอบดวงตาจึงเกิดริ้วรอยได้ง่ายและเห็นชัดเพราะผิวบริเวณนี้มีไขมันน้อย และเป็นส่วนที่แห้งกร้านที่สุดบนผิวหน้าเป็นจุดที่เราแสดงความรู้สึกมากที่สุด ทั้งหรี่ตา ขมวดคิ้ว ซึ่งการแสดงท่าทางเช่นนั้นก่อให้เกิดริ้วรอยรอบดวงตา หากมีริ้วรอยมากก็ทำให้ผิวหน้าเราแก่เกินวัย เราจึงต้องดูแลผิวรอบดวงตาให้ดีที่สุดเช่นกัน ครีมทารอบดวงตามีทั้งชนิดครีม และเจล ส่วนประกอบที่พบ เช่น วิตามินซี (Vitamin C) วิตามินอี (Vitamin E) สารสกัดจากแตงกวา (Cucumber) สารสกัดจากดอกคาโมมายล์ (Camomile) ไมโครคอลลาเจน (Micro-Collagen) โซเดียมไฮยาลูโรเนต (Sodium Hyaluronate)

ซีรั่ม

ซีรั่ม

12. ซีรั่ม (Serum) บำรุงผิว ลักษณะเป็นน้ำ (Water) เจล (Gel) หรืออิมัลชั่น (Emulsion) มีสารสกัด หรือที่เรียกว่า Active Ingredients สูงกว่าครีมบำรุงทั่วไป และสามารถซึมสู่ชั้นผิวที่ลึกกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่า การทาครีมทั่วไปเนื้อครีมจะไม่ซึมเข้าสู่ผิวชั้นที่ลึกเท่าซีรั่ม หากช่วงไหนรู้สึกว่าทาครีมเท่าไหร่ผิวหน้ายังดูอ่อนล้า ไม่กระชับ ก็ควรหาซีรั่มมาบำรุงผิวหน้า แต่หากจะให้ได้ผลดีควรใช้เป็นประจำ

ครีมบำรุงผิวหน้า

ครีมบำรุงผิวหน้า

13. ครีม (Cream) บำรุงผิวหน้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นครีม โลชั่น อิมัลชั่น เจล ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว เช่น ผู้ที่มีผิวมัน ผิวผสมให้หลีกเลี่ยงการใช้ครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน หรือผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรหลีกเลี่ยงครีมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ที่เราต้องทาครีมทั้งๆ ที่เราทาซีรั่มซึ่งบำรุงผิวได้ลึกกว่าครีม นั่นเพราะในซีรั่มเป็นสารที่ซึมลงสู่ผิวได้ลึกจึงมีส่วนประกอบของน้ำมันน้อยกว่าครีม ซีรั่มช่วยดูแลผิวในส่วนชั้นผิวลึก แต่ครีมจะช่วยปกป้องผิวจากภายนอกไม่ให้ผิวหน้าแห้งกร้าน การเลือกครีมเพื่อผิวหน้าใส สามารถพิจารณาจาก

     13.1 ครีมทาผิวหน้าที่มีส่วนผสมของวิตามินซี (Vitamin C) แน่นอนว่าวิตามินซีเป็นตัวหลักที่ผสมอยู่ในครีมเพื่อผิวขาวทุกชนิด ออกฤทธิ์ในการกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้ผิวไม่หมองคล้ำ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen) จึงเผยผิวใหม่ที่ขาวกระจ่างใสกว่า

     13.2 กลูต้าไธโอน (Glutathione) จัดว่าเป็นสารสำคัญที่ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส โดยกลไกของกลูต้าไธโอนจะไปยับยั้งการสร้างเอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ที่เป็นตัวสร้างเมลานิน (Melanin) หรือเม็ดสี ซึ่งหากเรามีเม็ดสีมากผิวก็คล้ำ กลูต้าไธโอนทำให้เม็ดสีมีจำนวนลดลงจึงลดการเกิดกระ ฝ้า ผิวจึงขาวกระจ่างใสขึ้น

     13.3 สารสกัดจากมะเขือเทศ สารสกัดนี้ชื่อไลโคปีน (Lycopene) มีผลในการช่วยลดการสร้างเมลานิน (Melanin) หรือเม็ดสี ช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำจางลง กระฝ้าจางลง อีกทั้งป้องกันการเสื่อมของเซลล์จากอนุมูลอิสระ มีวิตามินซี (Vitamin C) ที่ช่วยให้ผิวค่อยๆ ขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

     13.4 สารสกัดจากเปลือกสน สารตัวนี้มีชื่อว่าพิกโนจีนอล (Pycnogenol) เป็นชื่อจดทะเบียนการค้าของบริษัทผู้วิจัย ซึ่งสารนี้ก็คือ OPC (Oligomeric Proanthocyanidins) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ช่วยลดการสร้างเมลานิน จึงทำให้รอยกระ ฝ้าจางลง อีกทั้งยังกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ส่งเสริมการสร้างคอลลาเจน จึงเผยผิวใหม่ที่มีความยืดหยุ่นดีขึ้น

     13.5 สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ในเมล็ดองุ่นมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ซึ่งเป็นโปรแอนโทไซยานิดิน (Proanthocyanidin) ซึ่งสารนี้เมื่อรวมตัวกันจะเรียกว่า OPC เป็นสารตัวเดียวกับเปลือกสน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินซี (Vitamin C) 20 เท่า และมากกว่าวิตามินอี (Vitamin E) 50 เท่า ซึ่งสารเหล่านี้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen) ที่ชั้นหนังแท้ (Dermis) ทำให้เซลล์ผิวเก่าถูกผลัดออกเร็วขึ้นส่งผลให้ผิวใหม่ขาวกระจ่างใสกว่าเดิม

ครีมลดจุดด่างดำ

ครีมลดจุดด่างดำ

14. ครีมลดจุดด่างดำ ผู้หญิงเมื่อย่างเข้าสู่วัยสามสิบ ฮอร์โมนจะมีการเปลี่ยนแปลงทำให้ผิวหน้าเกิดรอยด่างดำจากอนุมูลอิสระได้ง่ายทั้งกระ ฝ้า ซึ่งล้วนเกิดจากรังสียูวี การใช้ครีมทาเพื่อลดรอยดำจึงจำเป็น ทั้งเพื่อการป้องกันและเป็นการลดรอยจุดด่างดำ ครีมในกลุ่มนี้มีทั้งกรดผลไม้ AHA (Alpha Hydroxy Acids) , BHA (Beta Hydroxy Acids) กรดวิตามินเอ (Retinoid), วิตามินซี (Vitamin C), ครีมอาร์บูติน (Arbutin cream), ครีมลิโคริช (Licorice cream)

ครีมกันแดด

ครีมกันแดด

15. ครีมกันแดด มีความจำเป็นมาก เพราะปัจจุบันรังสียูวี (Ultraviolet) ส่องลงมายังพื้นโลกเรามากขึ้น และมีการทำลายผิวมากขึ้น ครีมชนิดนี้เป็นครีมที่ใช้ป้องกันรังสียูวี โดยรังสียูวีเองยังแบ่งเป็นรังสียูวีเอ ซึ่งมีช่วงความยาวคลื่น 380-315 nm รังสียูวีเอเป็นรังสีที่ส่องตรงถึงผิว ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระทำให้ผิวคล้ำเกิดกระ ฝ้า อีกชนิด คือ รังสียูวีบี ช่วงคลื่นยาว 315-280 nm รังสีชนิดนี้ถูกกักด้วยชั้นโอโซน รังสียูวีบีส่งผล ให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ซึ่งครีมกันแดดจะป้องกันรังสียูวีได้ทั้ง 2 ชนิด โดยครีมกันแดดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามลักษณะการทำงานของครีม

     15.1 ครีมชนิดกายภาพ (Physical Sunscreen) ชนิดนี้ก่อให้เกิดอาการแพ้น้อย เพราะมีส่วนผสมเคมีน้อย อาศัยคุณสมบัติของสารที่ผสมลงไปทำให้ครีมช่วยสะท้อนแสง แต่ไม่ทำปฏิกิริยากับผิว ส่วนผสมที่พบคือ ไททาเนียมไดออกไซด์ (Titanium Dioxide) หรือซิงค์ ออกไซด์ (Zinc oxide) ครีมผสมสารกันแดดชนิดนี้ป้องกันได้ทั้งยูวีเอ และยูวีบี

     15.2 ครีมชนิดเคมี (Chemical Sunscreen) ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ส่วนประกอบหลักของครีมชนิดนี้ คือ ไดเบนโซอิลมีเธน (Dibenzoylmethane) ป้องกันรังสียูวีเอ และออกซิเบนโซน (Oxybenzone) ป้องกันรังสียูวีบี ครีมชนิดนี้จะทำหน้าที่ดูดซับรังสียูวี ก่อนจะเปลี่ยนรังสีให้อยู่ในรูปแบบอื่นทำปฏิกิริยากับผิวจึงอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้

สเปรย์น้ำแร่

สเปรย์น้ำแร่

16. การดูแลผิวหน้าระหว่างวันเพื่อให้ผิวหน้าใสไปทั้งวัน ถึงแม้เราไม่ควรล้างหน้าบ่อยเกินไปเพราะยิ่งทำให้เกิดปัญหาผิว แต่ถ้าระหว่างวันเราต้องเจอมลภาวะ มีคราบเหงื่อไคลเหนียวหนับบริเวณผิวหน้า ทางเลือกหนึ่งคือสเปรย์น้ำแร่เพื่อลดสิ่งสกปรกบริเวณผิวหน้า สร้างความสดชื่น ลดความมันให้แก่ผิว สเปรย์น้ำแร่มี 2 ประเภท คือ ประเภทที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว และอีกประเภทเหมาะกับผู้ที่แต่งหน้าแต่ต้องการความสดชื่นระหว่างวัน สเปรย์ทั้งสองประเภทช่วยให้รูขุมขนกระชับ

     จะเห็นว่าครีมสำหรับทาบำรุงผิวมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด แต่สิ่งหนึ่งที่เราควรคำนึงถึงมากๆ ในการเลือกซื้อครีม นอกจากเหมาะกับสภาพผิวนั่นคือ ครีมชนิดนั้นต้องปลอดภัย ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา ไม่มีสารที่ก่ออันตรายต่อผิวหน้า ไม่มีสารก่อมะเร็ง เช่น ปรอท หรือน้ำยาขัดขาว เพราะหากเราไม่ระมัดระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้แล้ว นอกจากเราจะไม่มีผิวหน้าใสอย่างที่ใจต้องการแล้ว เรายังจะได้ของแถมเป็นผิวหน้าดำคล้ำ ให้ต้องเสียเงินรักษา หรืออาจแย่ที่สุด คือ กลายเป็นผิวเสีย ดำคล้ำถาวรให้เราเสียใจตลอดไป

     นอกจากการดูแลผิวด้วยการทาครีมซึ่งเป็นการบำรุงผิวภายนอกแล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพผิวให้สวยใสจากภายด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ พักผ่อนอย่างเพียงพอ ดูแลการขับถ่ายให้ปกติทุกวัน และการดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว ก็ช่วยให้สุขภาพผิวเราสวยใสได้เช่นกัน

1 ความคิดเห็น

  • ใช้ครีมเพอร์เฟ็กต้าแล้วหน้าขาวใสดีค่ะ รักษาสิวเราหายด้วย

แสดงความคิดเห็น