สูตรบำรุงผิวด้วยมะขามเปียก

     เมื่อคนเราอายุเพิ่มมากขึ้นร่างกายจะเริ่มเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง และเป็นช่วงที่เราจะเริ่มสังเกตเห็นปัญหาต่างๆ ปรากฏบนผิวหลายคนปล่อยปละละเลยการดูแลผิวตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น เลยทำให้เห็นปัญหาผิวได้ชัดยิ่งขึ้นเมื่ออายุขึ้นเลขสาม บางคนก็เห็นว่าผิวมีปัญหาแล้วคิดว่าไม่มีทางเยียวยาเลยปล่อยให้โทรมไปเรื่อยๆ แต่แท้จริงแล้วไม่ว่าคุณจะมีอายุสามสิบ สี่สิบ หรือ ห้าสิบ ผิวของคนเราต้องการการบำรุงด้วยปัจจัยต่างๆ หลายประการ เพื่อที่จะให้ผิวมีสุขภาพดีและมีความสวยงามอย่างเต็มศักยภาพที่ผิวจะทำได้ โดยความต้องการเหล่านี้แบ่งได้เป็น สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานและความต้องการเฉพาะ สิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานในแต่ละวันเป็นสิ่งที่ทุกสภาพผิวต้องการ สิ่งจำเป็นเฉพาะคือสิ่งที่ช่วยเฉพาะปัญหาจำเพาะบนผิวของแต่ละคน ซึ่งขั้นตอนพื้นฐานได้แก่ การทำความสะอาดผิว การปรับสภาพผิว การป้องกันผิว และการให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนัง หลายๆ คนพยายามหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการขั้นพื้นฐานในแต่ละวัน ซึ่งแต่ละข้อต้องใช้ผลิตภัณฑ์อย่างน้อย1อย่างเช่น ครีมกันแดด มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ ทำให้แต่ละคนต้องพกผลิตภัณฑ์ต่างๆเป็นกระเป๋า นอกจากนี้มูลค่าของผลิตภัณฑ์ก็สูงเป็นหลักพันเลยทีเดียว ดังนั้นบทความฉบับนี้จึงขอเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องการให้ผิวสะอาดขาวกระจ่างใส ตึงกระชับ ชุ่มชื้นมีน้ำมีนวล แลดูอ่อนเยาว์ พร้อมกับสบายกระเป๋าเงิน ด้วยการใช้ของที่หาได้ไม่ยากนั่นคือมะขามเปียก

วัตถุดิบหลักของสูตรบำรุงผิวด้วยมะขามเปียก

วัตถุดิบหลักของสูตรบำรุงผิวด้วยมะขามเปียก

     มะขามเป็นผลไม้ที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะนำมารับประทานสดๆ หรือนำมาเป็นส่วนประกอบหนึ่งในการปรุงอาหารล้วนเป็นที่นิยมกันทั่วไป สำหรับคุณประโยชน์ของมะขามนั้นมีมากมาย แต่มีประโยชน์ที่น่าสนใจของมะขามที่หลายๆ คนยังไม่ทราบนั่นคือ การนำมาใช้ประโยชน์ในด้านความงามและการบำรุงผิวพรรณ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส ลดริ้วรอยและจุดด่างดำ เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินบี2 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และกรดทาร์ทาริก (tartaric acid)

     สำหรับประโยชน์ของส่วนประกอบในมะขามมีรายละเอียดดังนี้

สารสำคัญ ประโยชน์ต่อผิวหน้า
กรดทาร์ทาริก เป็นกรดผลไม้ชนิดหนึ่ง ช่วยในการปรับสภาพผิว ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกอย่างอ่อนโยนและกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ช่วยลบเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่นตื้นๆ บนผิวหน้า ช่วยลดรอยดำคล้ำ รอยแผลเป็นจากสิว ช่วยคงสภาพผิวให้สดใสและนุ่มเนียน
วิตามิน เอ ช่วยให้รอยแผลเป็นจากสิวและจุดด่างดำดูจางลง ช่วยในการเร่งผลัดเซลล์ผิวที่แห้งเสีย อีกทั้งยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคอ่อนๆ ซึ่งช่วยในการปรับระบบภูมิคุ้มกันและช่วยป้องกันการติดเชื้อที่ผิวหนัง
วิตามิน บี2 คงความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยลบเลือนริ้วรอย ลดความหยาบกร้าน และช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส
วิตามิน ซี ต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ลดและชะลอการเกิดรอยย่น และรอยตีนกาบนใบหน้า พร้อมป้องกันผิวหนังจากรังสียูวี ช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ช่วยให้ผิวหนังเต่งตึงและมีความยืดหยุ่นดูอ่อนเยาว์
โปรตีน เป็นสารตั้งต้นในการผลิตเนื้อเยื่อผิวหนัง ช่วยในการซ่อมแซมฟื้นฟูผิวหนังที่คล้ำเสีย และเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้ผิวหนัง
เหล็ก ช่วยให้สีผิวดูเรียบเนียน กลมกลืนกัน
แคลเซียม เพิ่มความแข็งแรง และความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง

     สำหรับสูตรบำรุงผิวนี้มีส่วนผสมสำหรับเสริมประสิทธิภาพเพิ่มเติมอีก2อย่างนั่นคือ น้ำผึ้ง และนมสดโดยสรรพคุณของน้ำผึ้งมีดังนี้

ส่วนผสม ประโยชน์ต่อผิวหน้า
น้ำผึ้ง ช่วยให้ผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดสิวอักเสบและสิวอุดตัน เก็บกักความชุ่มชื้นให้กับผิวโดยที่ไม่ทำให้ผิวมัน
นมสด อุดมไปด้วยกรดแลคติก ที่สามารถช่วยผลัดเซลล์ผิวที่คล้ำเสียให้หลุดลอกอย่างเป็นธรรมชาติและอ่อนโยน ทำให้ผิวสว่างกระจ่างใส ดูเรียบเนียน นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วย ไบโอติน วิตามิน และสารอาหารอีกมากมาย ที่จะช่วยเพิ่มคอลลาเจนในผิวและช่วยให้ผิวดูตึงกระชับมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยฟื้นฟูเซลล์และช่วยต่อต้านริ้วรอยได้ด้วย

ส่วนผสม
     1. มะขามเปียก 1 ก้อน
     2. น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
     3. นมสด 2 ช้อนโต๊ะ

อุปกรณ์และภาชนะในการเตรียม
     1. ช้อนหรือทัพพี ใช้สำหรับผสมตำรับ 1 คัน
     2. ช้อนตวง ใช้สำหรับตวงส่วนผสม 1 คัน
     3. ชามขนาดปานกลาง ใช้สำหรับผสม 1 ใบ
     4. ผ้าขาวบางหรือกระชอนสำหรับกรอง 1 ชุด

ขั้นตอน
     1. ล้างมะขามเปียกให้สะอาด แล้วนำมาใส่ผ้าขาวบางเพื่อคั้นเอาน้ำออกมา
     2. ตวงน้ำผึ้ง และนมสดที่เตรียมไว้ตามสูตรผสมกับน้ำมะขามเปียก ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันในภาชนะคนให้เข้ากัน จะได้ครีมข้นๆ
     3. นำครีมที่ได้ทาผิวให้ทั่วทั้งแขนและขา ทิ้งไว้ประมาณ 5 -10 นาที
     4. ล้างออกด้วยน้ำสะอาดโดยไม่ต้องใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใดๆ ซ้ำอีก

คำแนะนำเพิ่มเติม
     วิธีนี้ใช้ระยะเวลาทาทิ้งไว้ไม่เกิน 5-10 นาที เนื่องจากมะขามมีฤทธิ์ในการช่วยให้เซลล์ผิวหลุดลอกได้ หากใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานหรือบ่อยเกินไปจะทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองได้ง่าย

แสดงความคิดเห็น