สารสีเขียวในผัก ประโยชน์ที่แท้จริงคืออะไร

สารสีเขียวในผัก

     ใครๆ ก็บอกว่าผักใบเขียวมีประโยชน์ ผักใบเขียวอุดมด้วยวิตามินต่างๆ มากมาย แล้วเจ้าผักใบเขียวมีประโยชน์จริงหรือไม่ เพราะบางชนิดออกจะขมไม่อร่อยสักนิด รับประทานเข้าไปแล้วน่าจะเกิดโทษมากกว่าเกิดประโยชน์เสียด้วยซ้ำ แล้วถ้าหากมีประโยชน์ จะมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

     จริงๆ แล้วสารสีเขียวในผักก็คือ คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) เป็นสารในกลุ่มพฤกษเคมี (Phytonutrients) มีทั้งชนิดที่ละลายในน้ำ และละลายในไขมัน แต่ชนิดที่ละลายในน้ำมีน้อย และร่างกาย ไม่สามารถนำไปใช้ได้ คนส่วนใหญ่มักคิดว่าคลอโรฟิลล์มีส่วนช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วยังเป็นสารที่ช่วยป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งในร่างกายได้อีกด้วย

ชนิดของคลอโรฟิลล์

     สำหรับคลอโรฟิลล์ในพืชเอง ยังแบ่งออกหลายชนิด ตามสีของพืชที่ไม่ได้มีเฉพาะสีเขียว คือ

     1. คลอโรฟิลล์ เอ (Chlorophyll A) พบในพืชชั้นสูงทุกชนิดรวมทั้งสาหร่ายทุกชนิดทั้งสาหร่ายสีเขียว น้ำตาล แดง
     2. คลอโรฟิลล์ บี (Chlorophyll B) พบในพืชชั้นสูง และสาหร่ายสีเขียว
     3. คลอโรฟิลล์ ซี (Chlorophyll C) พบในไดอะตอมและสาหร่ายสีน้ำตาล
     4. คลอโรฟิลล์ ดี (Chlorophyll D) พบในสาหร่ายสีแดง

     ความแตกต่างของคลอโรฟิลล์ทั้ง 4 ชนิด อยู่ที่สารสกัดเพื่อให้ได้คลอโรฟิลล์ โดยคลอโรฟิลล์ เอ ละลายได้ดีในตัวทำละลาย เช่น น้ำ เอทานอล (Ethanol) เมทานอล (Methanol) อะซีโตน (Acetone) คลอโรฟิลล์ บี ละลายได้ในอีเทอร์ (Ether) และคีโตน (Ketone)

ประโยชน์ของคลอโรฟิลล์

     1. แน่นอนว่าคลอโรฟิลล์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ตัวหนึ่ง จึงช่วยลดความเสื่อมของเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระ (Oxidant)
     2. สารคลอโรฟิลล์เป็นสารที่ช่วยฟอกเลือดให้สะอาด โดยคลอโรฟิลล์สามารถจับกับออกซิเจนได้ดี จึงกระตุ้นการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในกระแสเลือด นำออกซิเจนเข้าสู่เซลล์ต่างๆ และเก็บเอาของเสียจากเซลล์ออกมาทิ้ง อีกทั้งยังป้องกันการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของธาตุเหล็กในเม็ดเลือดแดงไม่ให้ผิดปกติไปซึ่งจะทำให้เม็ดเลือดแดงจับกับออกซิเจนลดลง
     3. กระตุ้นระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดี กรณีนี้หมายถึงคลอโรฟิลล์ที่มาจากผักสีเขียวชนิดสด หากเป็นคลอโรฟิลล์ชนิดสกัดใยอาหารออกแล้ว ปริมาณใยอาหารจะลดลงจนอาจไม่มีผลต่อการกระตุ้นการขับถ่าย
     4. ปรับสมดุลกรด-ด่างให้กับผู้ที่เป็นโรคเก๊าท์ (Gout) รูมาตอยด์ (Rheumatoid) เบาหวาน (Diabetes mellitus) กลไก คือ ผักใบเขียวที่เรารับประทานเข้าไปเมื่อผ่านกระบวนการย่อยอาหารในร่างกายจะมีสภาวะเป็นด่าง ช่วยปรับสมดุลในร่างกายที่ปกติมักมีสภาวะเป็นกรด ส่งเสริมให้เกิดโรคดังกล่าวข้างต้น แต่เมื่อปรับสมดุลให้ร่างกายมีความเป็นด่างมากขึ้นจะช่วยลดโรคเหล่านี้
     5. กระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกายให้มีประสิทธิภาพ โดยคลอโรฟิลล์จะไปกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นตัวต่อต้านสิ่งแปลกปลอม หรือเชื้อโรค
     6. ป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ แน่นอนว่าต้องเป็นคลอโรฟิลล์จากผักใบเขียว มีการวิจัยพบว่า การรับประทานใยอาหารเป็นประจำช่วยป้องกันโรคมะเร็งลำไส้
     7. ช่วยกำจัดสารพิษ เคยมีการวิจัยเกี่ยวกับการลดสารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) หรือเชื้อราที่พบในถั่ว พริกแห้ง พบว่า สารคลอโรฟิลล์ช่วยลดระดับความเป็นพิษของสารอะฟลาทอกซินลงได้
     8. ช่วยป้องกันไขมันเกาะตับ โดยคลอฟิลล์จะไปลดการออกซิเดชั่น (Oxidation) ไขมันในตับ
     9. ช่วยลดกลิ่นปาก กลิ่นตัว อันเป็นผลมาจากการที่ระบบขับถ่ายทำงานเป็นปกติ ไม่มีของเสียในร่างกาย จึงส่งผลช่วยลดกลิ่นปาก และกลิ่นตัว
     10. ช่วยลดอาการข้างเคียงจากการทำเคมีบำบัด ป้องกันภาวะโลหิตจางจากภาวการณ์กดไขกระดูกจากการทำเคมีบำบัด
     11. ป้องกันการตกผลึกของแคลเซียมที่ก่อนิ่ว (Calcium oxalate stone)โดยเข้าไปยับยั้งการเกิดผลึกแคลเซียมที่ไปเกาะบริเวณไต หรือกรวยไต

แหล่งของสารคลอโรฟิลล์

     พืชผักใบเขียวส่วนใหญ่เป็นแหล่งสารคลอโรฟิลล์ โดยเฉพาะผักที่มีสีเขียวจัด เช่น บร็อคโคลี่ กะหล่ำ คะน้า ผักสลัด ผักชีฝรั่ง ผักโขม ตำลึง

     สำหรับคลอโรฟิลล์ที่อยู่ในผัก ผลไม้ สีเขียว หากต้องการให้ได้รับสารคลอโรฟิลล์เต็มที่ มีคำแนะนำให้ลวกผักในน้ำ ซึ่งช่วยละลายสารคลอโรฟิลล์และไม่ทำให้เสียคุณค่าของคลอโรฟิลล์

     ปัจจุบันมีคลอโรฟิลล์สกัดที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) คือ โซเดียมคอปเปอร์คลอโรฟิลล์ลิน (Sodium Copper Chlorophyllin) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดัดแปลงโครงสร้างจากคลอโรฟิลล์ธรรมชาติ สารสกัดนี้ละลายน้ำได้ดี และคงตัว จึงสามารถผสมน้ำ หรืออาหารได้ มีคำแนะนำว่าไม่ควรรับประทานเกินวันละ 300 มิลลิกรัม และเด็กไม่ควรรับประทานเกิน 90 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะหากรับประทานเกินกว่านั้นจะก่อโทษมากกว่าประโยชน์ อาจทำให้ไตต้องทำงานหนัก

การเลือกซื้อคลอโรฟิลล์สกัด

ผลิตภัณฑ์คลอโรฟิลล์สกัด

ผลิตภัณฑ์คลอโรฟิลล์สกัด

     1. เลือกซื้อคลอโรฟิลล์สกัดในรูปโซเดียมคอปเปอร์คลอโรฟิลล์ลิน (Sodium Copper Chlorophyllin)โดยคุณสมบัติที่สำคัญ คือ ต้องละลายในน้ำได้ดี
     2. ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา หากเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าควรผ่านการรับรองจาก FDA ประเทศนั้นๆ ฉลากแสดงแหล่งผลิต วันผลิต วันหมดอายุชัดเจน
     3. บรรจุภัณฑ์ปิดมิดชิด ไม่แตก หรือบุบ
     4. ดูขนาดมิลลิกรัมเพื่อประกอบการพิจารณา ไม่ควรมีขนาดเกิน 300 มิลลิกรัม

     คุณประโยชน์ของสารสีเขียวในผัก หรือผลไม้ หรือที่เรียกว่า คลอโรฟิลล์ มีประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ผัก ผลไม้สดสีเขียวเป็นแหล่งสารคลอโรฟิลล์ที่ดีที่สุด เมื่อเราทราบเช่นนี้แล้วอย่าลืมเพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้ทุกมื้ออาหาร อย่างน้อย 400 กรัม ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก เพื่อให้ได้ประโยชน์กับร่างกายมากที่สุด หากมีความจำเป็นต้องรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็ควรเลือกจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ มีแหล่งที่ตั้งที่ตรวจสอบได้ เพื่อเราจะได้มีสุขภาพดีและปลอดภัย สมดังที่เราใส่ใจสุขภาพตัวเอง

แสดงความคิดเห็น