10 วิธีกำจัดขนถาวรที่ได้ผลจริง และปลอดภัย

     ส่วนเกินอย่างหนึ่งบนผิวพรรณของเรานั่นก็คือ ขน ถ้าหากมีน้อยก็คงไม่เป็นปัญหา แต่หากมีมากก็ทำให้เจ้าของกังวลจนขาดความมั่นใจได้ ก็แหม ใครจะอยากมีขนยุ่บยั่บ ใส่เสื้อแขนสั้น กระโปรงหรือกางเกงขาสั้น แล้วขนบนร่างกายเด่นเกินใบหน้าล่ะ ว่าไหม ขนในร่างกายไม่ว่าจะเป็นขนขา แขน รักแร้ หรือขนในที่ลับล้วนถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นมาด้วยฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen Hormone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย ถึงแม้ว่าฮอร์โมนนี้จะเป็นฮอร์โมนเพศชาย แต่ก็มีในผู้หญิงและเป็นสาเหตุให้ขนดกด้วยเช่นกัน แต่หากขนเหล่านี้มีมากจนทำให้สุขภาพจิตเสีย เราก็ควรหาทางกำจัดดีกว่า

วิธีการกำจัดขน

การถอนขนด้วยแหนบ

การถอนขนด้วยแหนบ

     1. การถอนขนด้วยแหนบ วิธีง่ายๆที่ทำมานาน อุปกรณ์ก็หาง่ายใช้เพียงแหนบหนึ่งอัน แต่ผลที่ตามมาอาจทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นแดง ช้ำ อักเสบ หลังถอนขนควรปล่อยให้ผิวบริเวณนั้นได้พักสัก 1 วัน หลังจากนั้นให้ทาครีมบำรุงเหมือนผิวบริเวณอื่น สามารถถอนขนด้วยวิธีนี้ได้ทุก 2-3 สัปดาห์ ต่อครั้ง

     2. การถอนขนด้วยเส้นด้าย วิธีการนี้ได้รับความนิยมในประเทศจีนมานานเพื่อกำจัดขนบริเวณใบหน้า ปัจจุบันในประเทศไทยเราก็มี ซึ่งทำโดยผู้มีความชำนาญในการใช้เส้นด้ายสองเส้นพันรอบนิ้วมือและดึงขนออกทีละเส้น อาจทำให้รู้สึกเจ็บได้บ้างแต่รู้สึกเพียงเล็กน้อย เพราะผู้ทำใช้ความรวดเร็วขณะดึง ผู้ทำต้องมีความเชี่ยวชาญเพื่อที่จะไม่ต้องใช้เวลานาน

การโกนขน

การโกนขน

     3. การโกนขน เป็นวิธีที่ใช้มานานและสะดวก ปัจจุบันมีครีมทาก่อนโกนขนเพื่อให้ขนอ่อนนิ่มโกนออกง่ายและลดความบอบช้ำของผิว ไม่ว่าจะเป็นขนรักแร้ ขนขา หรือแขน โดยการทาครีมลงไปก่อนโกน แต่อาจต้องทำบ่อยๆ โดยเฉพาะขนรักแร้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือขนขาสัปดาห์ละครั้ง แต่มีข้อเสีย คืออาจทิ้งรอยบาดแผล หรือการอักเสบจากใบมีดไว้ได้

การใช้เครื่องถอนขน

การใช้เครื่องถอนขน

     4. การใช้เครื่องถอนขน วิธีนี้เราสามารถทำเองได้ถ้ามีเครื่องถอนขนไฟฟ้า เป็นวิธีที่สะดวก วิธีการทำโดยไถเครื่องกำจัดขนไปทั่วบริเวณที่ต้องการ แต่ผู้ทำอาจรู้สึกเจ็บจากการม้วนและดึงของเครื่องกำจัดขนด้วยไฟฟ้า หลังทำผิวบริเวณนั้นจะแดงและเจ็บอยู่หลายวัน เพื่อลดการอักเสบก่อนจะใช้เครื่องถอนขนอาจทาครีมที่ผลิตมาเพื่อลดการอักเสบก่อนถอนขน นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีครีมทาบำรุงหลังถอนขนก็ช่วยลดการอักเสบได้

การใช้ปูนแดงกำจัดขน

การใช้ปูนแดงกำจัดขน

     5. การใช้ปูนแดงกำจัดขน สูตรนี้ใช้มาตั้งแต่โบราณ ปูนแดงมีฤทธิ์ทางร้อนและรัดผิวจึงช่วยกำจัดขนได้ วิธีการ คือ นำปูนแดงที่ใช้สำหรับเคี้ยวหมากมาผสมน้ำให้ข้นพอควร นำมาพอกบริเวณที่ต้องการกำจัดขนทิ้งไว้ พอแห้งให้เช็ดออกและถอนขนบริเวณนั้นได้เลย วิธีนี้จะช่วยให้ขนที่จะขึ้นใหม่ลดลง สีจางลง และขนอ่อนนิ่มขึ้น แต่หลังใช้ควรบำรุงผิวด้วยครีม หรือโลชั่นเพื่อลดอาการแสบตึงผิวให้ระมัดระวังในผู้ที่แพ้ปูนแดง หากระหว่างทาปูนแดงมีอาการแสบมากให้ล้างออกทันที

การแว็กซ์ขน

การแว็กซ์ขน

     6. การแว็กซ์ขน เป็นอีกวิธีที่นิยมกันมานาน โดยใช้ครีมหรือเจลแว็กซ์ขนทายังบริเวณที่ต้องการแว็กซ์ไว้ตามเวลาที่ผลิตภัณฑ์แนะนำแล้วลอกออก วิธีนี้มีข้อเสีย คือ จะเจ็บมากหลังแว็กซ์ แต่การแว็กซ์ขนสามารถทิ้งระยะได้นานเป็นเดือน เพราะสามารถดึงขนออกถึงรากขน หากเป็นผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายแล้วระหว่างแว็กซ์มีอาการแสบผิวมากให้รีบล้างออกเพราะอาจแพ้สารเคมีในครีมแว็กซ์ขนได้

     7. การใช้เจลสมุนไพรกำจัดขน ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีทั้งชนิดสมุนไพรแท้และสมุนไพรผสมสารเคมี วิธีการ คือ ทาเจลลงไปบริเวณที่ต้องการกำจัดขนทาทิ้งไว้ตามเวลาที่ผลิตภัณฑ์แนะนำ ไม่ให้เกินเวลา หลังจากนั้นเช็ดออก ขนจะหลุดออกมาด้วย วิธีนี้จะทำซ้ำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง อาจจะแสบผิวหลังใช้ผลิตภัณฑ์ได้ หากระหว่างทาครีมกำจัดขนแล้วมีอาการแสบผิวมากให้รีบล้างออก

การใช้ครีมกำจัดขน

การใช้ครีมกำจัดขน

     8. การใช้ครีมกำจัดขน ปัจจุบันมีการคิดค้นครีมสำหรับกำจัดขนออกมา วิธีการค่อนข้างง่าย คือ ทาครีมไปที่บริเวณผิวที่ต้องการกำจัดขน ทาทิ้งไว้ตามเวลาที่ผลิตภัณฑ์แนะนำ ไม่ให้เกินกว่าที่กำหนด หลังจากนั้นเช็ดออก ขนส่วนเกินก็จะหลุดออกมาด้วย วิธีนี้สามารถทำซ้ำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ข้อเสีย คือ อาจทำให้แสบผิวหลังใช้ผลิตภัณฑ์ได้ หรือในบางรายอาจแพ้ทำให้เป็นผื่นแดง ก่อนใช้ครีมกำจัดขนครั้งแรกให้ทดลองทาที่ท้องแขนทิ้งไว้ 15 นาที เพื่อทดสอบอาการแพ้

     9. การกำจัดขนด้วยคลื่นวิทยุ วิธีนี้หลักการ คือ ใช้เข็มเล็กๆ สอดเข้าใต้รูขุมขนและจี้ด้วยคลื่นวิทยุเพื่อทำลายลึกถึงรากขน เหมาะกับขนที่มีสีอ่อน ข้อดีของวิธีนี้ คือ ระยะเวลาที่ขนงอกใหม่จะนานประมาณ 1-3 เดือน ขนที่งอกใหม่ลดลง ถ้าทำซ้ำ 2-3 ครั้ง ขนบริเวณนั้นจะหมดไป ข้อเสีย คือ ขณะทำจะรู้สึกเจ็บ และทิ้งรอยอักเสบไว้ 2-3 วัน หลังทำ 1 สัปดาห์ อาจมีผิวหนังลอกเป็นขุย

การใช้เลเซอร์กำจัดขน

การใช้เลเซอร์กำจัดขน

     10. การใช้เลเซอร์กำจัดขน เป็นวิธีที่นิยมกันมากในผู้ที่มีขนเยอะจนทำให้ผิวบริเวณนั้นคล้ำ ขนมีลักษณะแข็งไม่สามารถกำจัดออกเองได้ การทำเลเซอร์ต้องทำโดยผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อป้องกันอันตราย ปัจจุบันวิธีที่นิยมมี 3 วิธี

          10.1 IPL (Intense Pulsed Light) เป็นเครื่องมือชนิดเดียวกับที่ใช้รักษารอยดำหรือรอยแดง โดย IPL นี้สามารถปรับคลื่นความถี่ได้หลายคลื่น สำหรับการกำจัดขนก็ใช้คลื่นความถี่ที่ต่างจากการกำจัดรอยดำรอยแดงโดยใช้คลื่นอยู่ที่ 590-1,200 นาโนเมตร (nm) ยิงคลื่นแสงเข้าไปบริเวณที่ต้องการกำจัดขน หลังยิงคลื่นเข้าไปเซลล์เม็ดสี (Melanin) ที่ชั้นใต้ผิวหนังบริเวณนั้นจะทำหน้าที่ดูดคลื่นแสงและเกิดความร้อนที่รากขนจนสามารถกำจัดขนตั้งแต่ชั้นรากขนได้ วิธีนี้อาจทำให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนังได้ แต่เป็นเพียงการอักเสบเล็กน้อยหรือบวมแดง และหายไปได้เอง

          10.2 Diode Laser (Light sheer) เป็นเลเซอร์ที่มีความจำเพาะกับเม็ดสีให้ผลดีกว่า IPLใช้ได้ผลโดยเฉพาะขนที่มีสีอ่อน เลเซอร์ชนิดนี้ถูกออกแบบให้มีการเลือกช่วงความยาวคลื่นได้เช่นเดียวกับ IPL สำหรับการกำจัดขนถาวรใช้ช่วงคลื่นที่ 800 นาโนเมตร ยิงลงไปทำลายลึกถึงรากขน มีการพัฒนาให้มีความรู้สึกเจ็บปวดขณะทำลดลง และใช้เวลาในการทำน้อยลง จึงลดการอักเสบ วิธีนี้ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อไม่ให้เกิดรอยไหม้คล้ำของผิวบริเวณที่ยิงเลเซอร์

          10.3 Long pulse ND Yag เลเซอร์ชนิดนี้เหมาะกับชาวเอเชียที่มีผิวเหลืองเป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาให้มีคลื่นความถี่สูง ใช้กำจัดขนถาวรที่ 1,064 นาโนเมตร ทำให้ยิงเลเซอร์ลงไปได้ลึกถึงชั้นรากขน กำจัดขนที่ยาวได้ดี หลังยิง Long pulse ND Yag จะไม่ทิ้งรอยคล้ำไว้เหมือน IPL แต่มีข้อจำกัดหากผู้ทำมีลักษณะขนสั้นและอ่อน อาจกำจัดออกไม่ได้ผล วิธีการนี้ก่อให้เกิดอาการเจ็บน้อย แต่การทำต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

     การกำจัดขนมีหลายวิธีให้เราเลือกใช้ แต่หากเราไม่มีขนมากจนทำให้ขาดความมั่นใจก็ไม่มีความจำเป็นต้องกำจัดขนให้เกิดการอักเสบที่ผิว แต่หากมีขนมากจนเป็นปัญหาก็เลือกใช้วิธีที่ปลอดภัยกับเรามากที่สุด

แสดงความคิดเห็น