ช่องปากไม่สะอาด อันตรายถึงขั้นเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว

โรคลิ้นหัวใจรั่ว

     การดูแลสุขภาพเหงือกและฟันให้สะอาดอยู่เป็นประจำเป็นการรักษาสุขภาพอนามัย ป้องกันฟันผุ และเหงือกอักเสบ หากเรามีช่องปากที่ไม่สะอาด สิ่งที่ตามมานอกจากฟันผุแล้วยังมีปัญหาเรื่องกลิ่นปากที่ไม่พึงประสงค์ หากปัญหาช่องปากจบที่ช่องปากก็คงรักษากันเพียงเท่านั้น แต่สำหรับบางคนไม่ใช่ เพราะปัญหาช่องปากอาจลุกลามจนทำให้เกิดเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว…..อะไรนะ โรคในช่องปากทำให้เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วเชียวหรือ

     อย่างที่เราทราบกันดีว่าหัวใจทำหน้าที่สูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกาย โดยที่หัวใจเองก็แบ่งการทำงานออกเป็นสี่ห้อง โดยที่แต่ละห้องถูกกั้นด้วยลิ้นหัวใจ โรคที่เกิดจากลิ้นหัวใจ (Valvular Heart Disease) จึงมี 2 ชนิด คือ ลิ้นหัวใจรั่ว และลิ้นหัวใจตีบ ส่วนจะเกิดขึ้นกับลิ้นหัวใจส่วนไหนก็แบ่งกันไปตามกายภาพ โดยในที่นี่เราจะพูดถึงโรคลิ้นหัวใจรั่ว ซึ่งเมื่อเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วแล้วการรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการและในกรณีที่มีอาการรุนแรงอาจต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาลิ้นหัวใจ

อาการของโรคลิ้นหัวใจรั่ว

     1. ในระยะแรกอาจไม่มีอาการแสดงออก แต่พอระยะอาการรุนแรงจะมีอาการไข้สูง เหนื่อยง่าย อาจพบปลายมือปลายเท้าเขียว หรืออาจมีอาการบวมบริเวณขา ใบหน้า แล้วแต่ตำแหน่งของลิ้นหัวใจรั่ว
     2. บางรายอาจพบมีอาการใจสั่น เมื่อไปตรวจอาจพบว่าหัวใจเต้นเร็วและผิดจังหวะ
     3. อาจพบมีอาการแน่นอกหรือไอปนเลือดในรายที่มีภาวะลิ้นหัวใจรั่วจนทำให้เกิดภาวะน้ำเกิน แต่อาการนี้มักตามมาหลังจากมีภาวะบวมตามร่างกาย

วิธีการรักษา

     1. รักษาตามอาการในรายที่เป็นลิ้นหัวใจรั่วเพียงเล็กน้อย แพทย์จะนัดรับยาและตรวจอัลตราซาวน์ (Ultrasound) เป็นประจำ แล้วแต่ระยะของโรคอาจนัด 1 ปี นัด 6 เดือน หรืออาจบ่อยกว่านั้น
     2. หากมีภาวะลิ้นหัวใจรั่วมากและไม่มีภาวะแทรกซ้อนอย่างอื่น แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดลิ้นหัวใจ

สาเหตุที่ทำให้เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว

     1. สาเหตุจากความพิการตั้งแต่กำเนิด ซึ่งมักเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ สาเหตุอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ การได้รับยาบางชนิด หรือการติดเชื้อโรคขณะตั้งครรภ์ของแม่ที่ส่งผลต่อการเติบโตของทารกในครรภ์
     2. เกิดจากความเสื่อมตามวัย เมื่ออายุมากขึ้นการทำงานของหัวใจที่หนักมาตลอดก็ทำให้เกิดโรคลิ้นหัวใจได้ เช่น ในผู้ที่สูบบุหรี่จัด หรือการมีโรคทางกายอื่นร่วม เช่น โรคถุงลมปอดอุดตัน ก็ทำให้เป็นโรคหัวใจได้ในที่สุด
     3. การมีหินปูนไปเกาะที่ลิ้นหัวใจทำให้ลิ้นหัวใจต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดโลหิตมากขึ้นจนเกิดโรคลิ้นหัวใจในที่สุด
     4. การติดเชื้อโรคจากการใช้สารเสพติด การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันในผู้ที่ติดสารเสพติด
     5. การติดเชื้ออย่างเฉียบพลันในร่างกาย เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) ฟันผุมีการติดเชื้อในช่องปากในกลุ่มเชื้อสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) ทำให้เชื้อโรคหลุดเข้าไปในหลอดเลือดหัวใจจึงเกิดโรคได้

     จากสาเหตุการเกิดโรคลิ้นหัวใจรั่วดังกล่าวข้างต้น วิธีหนึ่งที่เราสามารถดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากโรคนี้ได้ และยังส่งเสริมสุขภาพอนามัยนั่นคือการดูแลช่องปากให้สะอาด

วิธีการดูแลช่องปากเพื่อป้องกันโรคลิ้นหัวใจรั่ว

วิธีการดูแลช่องปากเพื่อป้องกันโรคลิ้นหัวใจรั่ว

วิธีการดูแลช่องปากเพื่อป้องกันโรคลิ้นหัวใจรั่ว

     1. แปรงฟันอย่างต่ำวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้าหลังตื่นนอน และก่อนเข้านอน หากจะแปรงฟันหลังมื้ออาหารด้วยก็ช่วยให้ช่องปากสะอาดขึ้นหรืออาจบ้วนปากด้วยน้ำเกลือระหว่างวัน
     2. ใช้ไหมขัดฟันร่วมด้วยเพื่อทำความสะอาดฟันได้มากขึ้น
     3. เปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 3 เดือน และทุกครั้งที่เป็นไข้หวัด เจ็บคอ
     4. ระหว่างการใช้งานแปรงสีฟันควรรักษาความสะอาดแปรงสีฟัน ผึ่งให้แห้งทุกครั้งหลังใช้ หากเก็บไว้ในห้องน้ำควรหาฝาปิดให้เรียบร้อย หรือก่อนนอนทุกวันให้แช่แปรงสีฟันด้วยน้ำส้มสายชูทิ้งไว้ 5 นาที ก่อนนำมาล้างทำความสะอาดแล้วผึ่งให้แห้ง
     5. พบทันตแพทย์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก ตรวจฟันผุ และขูดหินปูนเพื่อกำจัดหินปูนที่เราไม่สามารถทำความสะอาดเองได้
     6. หากอยู่ในช่วงติดเชื้อในช่องปาก เจ็บคอ หรือเป็นหวัด ให้ดื่มน้ำให้ได้วันละ 2-3 ลิตร หากไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต เพื่อลดเชื้อที่ปากและลำคอ
     7. รับประทานผัก ผลไม้สด แทนน้ำหวาน ขนม หรือของหวาน เพราะเชื้อโรคในช่องปากใช้อาหารหวานเหล่านี้ในการเจริญแพร่พันธุ์

     การป้องกันการเกิดโรคลิ้นหัวใจรั่วเป็นการปฏิบัติที่ไม่ยาก ทุกคนต้องทำเพื่อสุขอนามัยที่ดีอยู่แล้ว แต่ในบางครั้งเราอาจหลงลืม หรือเกียจคร้านจึงควรเตือนตัวเองอยู่เสมอหากไม่อยากเป็นโรคร้าย เพราะหากเราติดเชื้อที่หัวใจจนเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วขึ้นมาก็ต้องเสียเวลา เสียเงิน และเสียสุขภาพในการรักษา แถมการรักษาก็ไม่แน่ว่าจะกลับมาหายเป็นปกติหรือไม่ อีกทั้งถึงแม้การรักษาจะได้ผลดี แต่ร่างกายเราก็ไม่ปกติเหมือนเดิมเพราะเรามีรอยโรคที่หัวใจแล้ว เมื่อทราบเช่นนั้นเราควรป้องกันไม่ให้เกิดโรคดีกว่า วันนี้อย่าลืมรักษาสุขภาพในช่องปากเพื่อสุขภาพของหัวใจเราเองกันนะ

แสดงความคิดเห็น