วิตามินบี 3 วิตามินของคนอยากขาว

วิตามินบี 3

     วิตามินบี 3 หรือ Niacin นับเป็นวิตามินที่เราไม่คุ้นเคย จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบี ละลายได้ง่ายในน้ำ แต่ทนความร้อนได้ดี ร่างกายสามารถสร้างวิตามินบี 3 ได้เอง โดยใช้กรดอะมิโนทริปโตเฟน (Amino Tryptophan) ที่มีอยู่ในร่างกายเป็นสารตั้งต้น และร่างกายยังสามารถรับวิตามินตัวนี้จากภายนอกคือ อาหาร ที่เรารับประทาน วิตามินบี 3 มีความสำคัญในฐานะสารที่เร่งการทำปฏิกิริยาชีวเคมีมากกว่า 50 ปฏิกิริยา ถ้าขาดวิตามินตัวนี้จะทำให้เซลล์มีความบกพร่องในระดับสารพันธุกรรม

     วิตามินบี 3 เป็นวิตามินตัวหนึ่งที่ถูกนำมาใช้เพื่อความงาม ผสมในครีมทาผิวเพื่อหวังผลในเรื่องผิวขาวกระจ่างใส ปัจจุบันมีการผลิตวิตามินตัวนี้ในหลายรูปแบบไม่เฉพาะเป็นยารักษาโรค นับว่าเป็นวิตามินตัวสำคัญของคนอยากขาวเชียวค่ะ

ประโยชน์ของวิตามินบี 3

     1. ด้านความงาม ช่วยในเรื่องทำให้ผิวขาวกระจ่างใสโดยวิตามินบี 3 ในรูป Niacinamide มีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิว ลดการสร้างเมลานิน (Melanin) หรือเซลล์เม็ดสี จึงทำให้กระ ฝ้าจางลง อีกทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen) ที่เป็นตัวช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและต้านรังสียูวี (Ultraviolet)
     2. ป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย (Anti-Aging) โดย Niacinamide ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่น ป้องกันการสูญเสียน้ำ โดยการกระตุ้นการสร้างเคราติน (Keratin) เคลือบผิวที่ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) จึงลดการสูญเสียน้ำให้กับสภาวะอากาศ
     3. ช่วยให้ผิวแข็งแรง โดยวิตามินบี 3 ช่วยกระตุ้นการสร้างกรดไขมันอิสระ (Free Fatty acid) และเซราไมด์ (Ceramide) ที่เพิ่มความยืดหยุ่นของผิวในชั้นหนังแท้ (Dermis) ผิวจึงแข็งแรงขึ้น มีน้ำมีนวล
     4. มีการศึกษาพบว่าการทาครีมที่มีส่วนผสม Niacinamide 4% มีประสิทธิภาพลดการเกิดสิว ติดเชื้อเทียบเท่ากับครีมที่มีส่วนผสมของ Clindamycin 1% ซึ่งวิตามินบี 3 มีฤทธิ์ในการลดการแพร่กระจายเชื้อแบคทีเรียได้
     5. กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท กระตุ้นการทำงานของสมอง วิตามินในกลุ่มวิตามินบีทุกตัวจะช่วยเสริมการทำงานของสารสื่อประสาท ทำให้มีความจำดี สดชื่น มีความคิดที่รวดเร็วไม่เฉื่อยชาพบว่าผู้ที่รับประทานวิตามินบี 3 ในแต่ละวัน น้อยกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการจะมีอาการของโรคสมองเสื่อม หรือ Alzheimer’s Disease ได้มากกว่าผู้ที่รับประทานวิตามินบี 3 เป็นประจำ
     6. ลดอาการปวดศีรษะจากโรคไมเกรน (Migraine) มีงานวิจัยทางการแพทย์หลายฉบับจากวารสาร PubMed ที่วิจัยพบว่า Niacin ช่วยลดอาการปวดศีรษะไมเกรน กลไก คือ จะไปเพิ่มระดับซีโรโตนิน (Serotonin) ในเลือดซึ่งสารตัวนี้ถ้ามีปริมาณต่ำจะกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะไมเกรน
     7. ช่วยรักษาอาการร้อนใน ลดกลิ่นปากและกลิ่นลมหายใจ เพราะวิตามินบี 3 มีฤทธิ์ต้านการติดเชื้อ จึงยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อในช่องปาก จึงช่วยลดกลิ่นปากได้
     8. ช่วยให้หลอดเลือดขยาย จึงเพิ่มการไหลเวียนทำให้เลือดสูบฉีดได้ดี ส่งผลให้ความดันโลหิตลดลง
     9. ควบคุมระดับ Cholesterol และ Triglyceride ในกระแสเลือด จากกระบวนการกระตุ้นการสลาย Glycogen ที่ตับและกล้ามเนื้อให้กลายเป็นพลังงาน
     10. ช่วยให้นอนหลับง่าย ลดความเครียด จากการที่วิตามินบี 3 ไปกระตุ้นการทำงานของซีโรโตนินที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับ และปรับอารมณ์ให้ผ่อนคลาย ไม่เครียด

     ร่างกายคนเราต้องการวิตามินบี 3 วันละ 13-19 มิลลิกรัม และไม่ควรได้รับเกิน 35 มิลลิกรัม แหล่งอาหารที่พบวิตามินบี 3 เทียบเป็นมิลลิกรัมต่อ 100 กรัม เช่น รำข้าว (29.8 มิลลิกรัม) ตับ (12.8 มิลลิกรัม) เนื้อเป็ด (11.7 มิลลิกรัม) เนื้อไก่ (8 มิลลิกรัม) เนื้อวัว (6.7 มิลลิกรัม) ใบกระถิน (5.4 มิลลิกรัม) นอกจากนี้ยังพบใน ยีสต์ ปลา ถั่วลิสง เครื่องในสัตว์ เห็ด ใบตำลึง อาโวคาโด ลูกพรุน อินทผลัม

     อาการพิษเมื่อได้วิตามินบี 3 มากเกินไป จะพบเมื่อได้วิตามินบี 3 มากกว่า 10 – 20 เท่า จากที่ร่างกายต้องการอาการ คือ อาจเกิดผื่นแดงตามร่างกาย ปวดท้อง ท้องอืด

อาการขาดวิตามินบี 3

     1. พบอาการอาหารไม่ย่อย ลิ้นอักเสบ ปลายประสาทอักเสบ คันตามผิวหนัง หรือเรียกว่ากลุ่มอาการ Pellagra
     2. อาจพบอาการซีด ชนิด เพอร์นิเชียส (Pernicious Anemia) จากการที่กระเพาะอาหารหลั่งกรดน้อยลงทำให้การดูดซึมแร่ธาตุไปสร้างเม็ดเลือดไม่ดีจึงเกิดภาวะซีดตามมา
     3. อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง

ผลิตภัณฑ์วิตามินบี 3 สกัด

     1. วิตามินบี 3 เพื่อผิวขาว ปัจจุบันมีการพัฒนาวิตามินบี 3 เพื่อนำมาใช้เป็นครีมเพื่อผิวขาว มีทั้งชนิดผงวิตามินบี 3 ที่นำมาละลายครีม หรือน้ำเพื่อใช้ทาหน้า ซีรั่มวิตามินบี 3 ชนิดเข้มข้น และครีมที่มีส่วนผสมของวิตามินบี 3
     2. วิตามินบี 3 ชนิดรับประทาน มีทั้ง ชนิดเม็ด และชนิดที่รวมอยู่กับวิตามินบีตัวอื่น วิตามินชนิดนี้ผลิตออกมาเพื่อลดการที่วิตามินถูกทำลายในขั้นตอนต่างๆ เช่น การสลายไปกับน้ำ ความร้อน หรือสภาวะกรด-ด่าง
     3. ชนิดฉีดเข้าเส้นเลือด รูปแบบของผลิตภัณฑ์จะเป็นวิตามินบีรวม ต้องสั่งใช้โดยแพทย์ มักใช้ในผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ หรือผู้ที่ขาดสารอาหารอย่างรุนแรง ไม่ใช้กับคนทั่วไป เพราะอาจเกิดอาการมีผื่นแดงตามตัว ความดันโลหิตต่ำ หรือมีอาการแพ้อย่างรุนแรงจนช็อคได้

     การได้รับวิตามินใดๆ รูปแบบที่ปลอดภัยและเสี่ยงกับการแพ้น้อยที่สุด คือ รูปแบบที่เป็นอาหาร เพราะวิตามินในรูปแบบนี้เรามักได้รับไม่มากเกินกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการจึงไม่ก่อพิษ อีกทั้งถ้าเกิดอาการแพ้มักจะไม่แพ้รุนแรง

แสดงความคิดเห็น