ผิวสวยกระจ่างใสได้ด้วยวิตามินซี

ประโยชน์ของวิตามินซี

     วิตามินซี (Vitamin C) หรือ Ascorbic acid ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดวิตามินแห่งการต้านสารอนุมูลอิสระ(Antioxidant) ลดความเสื่อมของเซลล์ ชะลอวัย ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น ตัววิตามินซีกระตุ้นคอลลาเจน (Collagen) ที่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และหนังกำพร้า (Epidermis) ให้สามารถดูดซับอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวี (Ultraviolet) ได้มากขึ้น นอกจากนี้วิตามินซียังกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ที่สำคัญร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์วิตามินซีได้เองจึงจำเป็นต้องรับมาจากอาหารทั้งหมด

     วิตามินซีเป็นวิตามินละลายในน้ำ เปลี่ยนรูปและเสื่อมสภาพได้ง่ายไม่สะสมในร่างกายในคนอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไปต้องการวิตามินซีวันละ 60 – 90 มิลลิกรัม ส่วนในเด็กลดลงมาคือ ต้องการวันละ 30 -50 มิลลิกรัม แม้ว่าร่างกายจะไม่สามารถผลิตวิตามินซีขึ้นได้เอง แต่วิตามินตัวนี้เราสามารถรับได้จากอาหารหลายชนิด เพียงแต่เราต้องเลือกรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่

ประโยชน์ของวิตามินซี

     1. วิตามินซีช่วยให้ผิวขาวกระจ่างขึ้น โดยออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอ็มไซม์ไทโรซีเนส (Tyrosinase) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารทำหน้าที่สังเคราะห์เมลานิน (Melanin) ทำให้ผิวหมองคล้ำเป็นกระ หรือฝ้า

     2. ออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นผิวหนังแท้และชั้นหนังกำพร้า โดยทำหน้าที่เป็นโคแฟกเตอร์ของเอ็มไซม์โปรลีลไฮดรอกซีเลส (Prolyl Hydroxylase) และไลซีลไฮดดรอกซีเลส (Lysyl Hydroxylase) ในปฏิกิริยาการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ริ้วรอยลดลง และคอลลาเจนที่สานเป็นใยที่ชั้นผิวหนังจะเป็นตัวช่วยดูดซับอนุมูลอิสระทำให้ผิวลดความหมองคล้ำ และกระจ่างใส

     3. วิตามินซีช่วยกระตุ้นให้เส้นผมงอกเร็วและแข็งแรง โดยทำหน้าที่ดูดซึมแร่ธาตุเหล็ก (Iron) ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการงอกของเส้นผม

     4. ทำงานร่วมกับวิตามินอี ช่วยลดปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมันเลว LDL (Low density lipoprotein) ที่จะทำให้หลอดเลือดแข็งตัวขาดการยืดหยุ่น วิตามินซีจะเพิ่มความยืดหยุ่นให้หลอดเลือดจึงช่วยให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเลือดสามารถลำเลียงออกซิเจน (Oxygen) ได้มากขึ้น การถ่ายเทของเสียและสารอนุมูลอิสระต่างๆ จึงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

     5. ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยวิตามินซีช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด Lymphocyte ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยลดอาการภูมิแพ้เพราะออกฤทธิ์ยับยั้งฮีสตามีน (Histamine) ที่เป็นสาเหตุกระตุ้นภูมิแพ้

     6. ช่วยบำรุงตับ และขับสารพิษที่สะสมในตับ โดยทำหน้าที่ถ่ายทอดอิเล็กตรอนให้กับเซลล์ตับในกระบวนการสร้างน้ำดี และกระบวนการทางเคมีอื่นๆ ในตับ อีกทั้งทำงานร่วมกับกลูต้าไธโอน (Glutathione) ช่วยทำให้การเก็บสารพิษที่ตกค้างออกจากร่างกายมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ประเภทวิตามินซี

     1. วิตามินซีที่พบในอาหาร ผัก ผลไม้ทั่วไป แหล่งอาหารที่พบวิตามินซีเมื่อเทียบเป็นมิลลิกรัมกับอาหารชนิดนั้น 100 กรัม อาหารที่มีวิตามินซีสูง คือ มะขามป้อม (276 มิลลิกรัม) ฝรั่ง (228 มิลลิกรัม) พริกชี้ฟ้าเขียว (204 มิลลิกรัม) กีวี (105 มิลลิกรัม) บล็อคโคลี่ (89.2 มิลลิกรัม) ลิ้นจี่ (71 มิลลิกรัม) มะละกอสุก (70 มิลลิกรัม) นอกจากนี้ยังพบในส้ม องุ่น มะขามเทศ ลิ้นจี่ สตรอเบอรี่ รวมทั้งผลไม้รสเปรี้ยวอื่นๆ

     2. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินซี มีคำแนะนำให้รับประทานครั้งละไม่เกิน 500 มิลลิกรัม ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ร้อยละ 43.5 แต่ถ้ารับประทานครั้งเดียว 1,000 มิลลิกรัม ร่างกายสารมารถนำไปใช้ได้เพียงร้อยละ 25 เพราะปริมาณวิตามินซีที่เพิ่มสูงเกินไปจะถูกขับออกทางปัสสาวะ หากต้องรับประทานวิตามินซีในขนาดที่สูงกว่า 500 มิลลิกรัม แพทย์จะแนะนำให้แบ่งรับประทานเป็น 2 เวลา

     สำหรับวิตามินซีแบบเม็ดพร้อมรับประทาน มีคำแนะนำว่าควรรับประทานหลังอาหารเช้าช่วง 9.00 น. – 11.00 น. เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินได้ดี ไม่ควรรับประทานวิตามินซีขณะท้องว่าง เพราะจะทำให้ระคายเคืองกระเพาะ และไม่ควรรับประทานก่อนนอน เพราะวิตามินซีจะกระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัวอาจทำให้นอนไม่หลับ

     3. วิตามินซีเข้มข้นที่ให้ทางเส้นเลือด วิตามินซีชนิดนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะการให้สารหรือยาอะไรทางเส้นเลือดย่อมมีความเสี่ยงต่อการแพ้อย่างรุนแรง มักนิยมใช้ในผู้ที่ร่างกายอ่อนแอติดเชื้อรุนแรง หรือได้รับสารพิษเข้มข้น

     อาการขาดวิตามินซีจะสังเกตได้ คือ มีเลือดออกตามไรฟัน เหงือกอักเสบ ผิวเป็นรอยช้ำง่าย ผิวแห้งซูบซีด เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยร่างกาย

     จากผลการวิจัยการได้รับวิตามินซีมากเกิน ยังไม่พบว่าจะเกิดโทษต่อร่างกาย มีเพียงข้อสันนิษฐานว่าอาจทำให้เกิดนิ่ว แต่ประโยชน์ของวิตามินซีที่ร่างกายต้องการกลับมากมายทั้งในเรื่องผิวพรรณ การชะลอความเสื่อมของร่างกาย การกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เราจึงควรบริโภควิตามินซีทุกวันโดยเฉพาะในผัก ผลไม้ ที่เป็นแหล่งวิตามินซีและมีหลายชนิดให้เลือกรับประทานแบบไม่รู้เบื่อ สุขภาพดีเป็นเรื่องง่ายๆ แค่เรารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ค่ะ

แสดงความคิดเห็น