มารักษาฝ้าด้วยสมุนไพรไทยกันเถอะ

รักษาฝ้า

     เรื่องความสวยความงามของผู้หญิงนอกจากริ้วรอยที่เกิดขึ้นบนใบหน้าจะเป็นเรื่องใหญ่แล้ว เรื่องของจุดด่างดำ และฝ้าก็ไม่ต่างกัน เพราะผู้หญิงเราได้ชื่อว่าเป็นเพศที่ชอบแต่งตัวและรักสวยรักงาม จะมาปล่อยให้ผิวหน้ามีฝ้า ใบหน้าหมองคล้ำได้อย่างไร

     ฝ้า (Melasma) เม็ดสีที่ผลิตออกมามากเกินไปทำให้ผิวบริเวณนั้นมีสีเข้มกว่าบริเวณอื่น ส่งผลให้ผิวหน้าหมองคล้ำ ซึ่งฝ้ามีทั้งรอยดำ รอยแดง สาเหตุของการเกิดฝ้ามีหลายอย่าง คือ

     1. กรรมพันธุ์ พบว่าผู้ที่มีพ่อแม่หรือพี่น้องเป็นฝ้าจะมีโอกาสเป็นฝ้าสูง
     2. ฮอร์โมน (Hormone) พบว่าฮอร์โมนเพศหญิงทั้งเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) เป็นตัวกระตุ้นให้สร้างเม็ดสีเมลานิน (Melanin) และหญิงตั้งครรภ์จะเกิดฝ้าได้มากขึ้น เพราะความแปรปรวนของฮอร์โมน
     3. การใช้ยา เช่น ยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนสูงก็ทำให้เกิดฝ้าจากเหตุผลของฮอร์โมนเช่นกัน
     4. หญิงวัยหมดประจำเดือน ที่ได้รับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนมีโอกาสเป็นฝ้าได้มาก
     5. ผู้ใช้ยากันชักบางตัว คือ ไดฟีนิลไฮแดนโตอิน (Diphenylhydantoin) หรือมีแซนโตอิน (Mesantoin) มีรายงานพบยาบางตัวอาจทำให้เกิดฝ้าได้ เช่น ยาต้านการอักเสบกลุ่ม Tetracycline ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Sulfonamides
     6. การแพ้เครื่องสำอาง จะทำให้ผิวหนังบริเวณที่แพ้ดำคล้ำ และเกิดเป็นฝ้าตามมา โดยมีแสงแดดเป็นตัวกระตุ้น การแพ้เครื่องสำอางอาจแพ้สารปรุงกลิ่น หรือสีที่ผสมลงไปในเครื่องสำอางนั้น
     7. รังสียูวี (Ultraviolet : UV) มีการวิจัยว่าพบว่าคลื่นรังสีทั้งยูวีเอ (Ultraviolet A) ยูวีบี (Ultraviolet B) และแสงที่ตามองเห็น (Visible light) เหล่านี้ จะเข้าทำลายชั้นผิวหนัง กระตุ้นให้ผิวหนังสร้างเมลานินมากขึ้น ทำให้ผิวบริเวณนั้นคล้ำไม่สม่ำเสมอเกิดเป็นกระ หรือฝ้าได้ในที่สุด
     8. การขาดสารอาหาร เช่น กรดโฟลิก (Folic) วิตามิน เอ ซี และบี 12 (Vitamin A C B12) ก็เป็นตัวกระตุ้นการเกิดฝ้า
     9. อาการเจ็บป่วยทางร่างกาย พบว่า ผู้ที่มีอาการไทรอยด์เป็นพิษ โรคตับมีโอกาสเป็นฝ้าสูงกว่าคนทั่วไป

     ในท้องตลาดมีผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาฝ้ามากมาย แบบที่ไม่เป็นอันตรายต่อผิวก็มาก และแน่นอนแบบที่เป็นอันตรายต่อผิวก็มาก หากเราเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผิดไปซื้อแบบที่เป็นอันตรายต่อผิว จากที่ต้องการลดฝ้าจะยิ่งทำให้เป็นปัญหาต่อผิวมากขึ้น ทางเลือกที่ดีอย่างหนึ่ง คือ สมุนไพรใกล้ตัว ให้เรานำมาใช้ได้อย่างปลอดภัย

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้า

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้า

     1. สูตรหัวไชเท้า ในหัวไชเท้ามีจุลินทรีย์ที่ยับยั้งการสร้างเมลานินที่เป็นต้นเหตุของฝ้าจึงช่วยให้ฝ้าจางลงได้

     วิธีการ นำหัวไชเท้าดิบที่เราหั่นหนาประมาณ 1 นิ้ว มาสับและบดหยาบๆ นำมาพอกบริเวณที่เกิดฝ้าทิ้งไว้ 10-20 นาที แล้วล้างออก หรืออาจใช้หัวไชเท้าแบบหั่นเป็นแว่นบางๆ มาวางทับบริเวณที่เป็นฝ้า ในช่วงแรกสามารถทำได้วันเว้นวัน เมื่อดูแล้วรอยฝ้าเริ่มจาง อาจพอกหัวไชเท้าห่างเป็นสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยใบบัวบก

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยใบบัวบก

     2. สูตรใบบัวบก ในใบบัวบกมีสารไตรเตอพีนอยด์ (Triterpenoids) ที่ส่งเสริมการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวมีความต้านทานกับรังสียูวีได้มากขึ้น แต่ไม่เพิ่มการสร้างเมลานินจึงช่วยลดรอยฝ้าให้จางลงได้

     วิธีการ นำใบบัวบกสดประมาณ 1 กำมือ ล้างให้สะอาด นำมาบดหรือคั้นให้ได้น้ำ ผสมน้ำผึ้งลงไปให้ข้นนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 10-20 นาที แล้วล้างออก สามารถทำได้สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือนำน้ำใบบัวบกมาเช็ดหน้าแทนโทนเนอร์ สามารถทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ใบบัวบกจะช่วยลดรอยฝ้าให้จางลงได้

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

     3. สูตรน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ในน้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริก (Lauric Acid) ที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นสารโมโนลอริน (Monolaurin) มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รวมทั้งลดรอยดำของฝ้าให้จางลง อีกทั้งวิตามินอี ในน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นยังช่วยป้องกันรังสียูวีจากแสงแดดที่เป็นหนึ่งสาเหตุของการเกิดฝ้า

     วิธีการ หลังอาบน้ำล้างทำความสะอาดใบหน้าแล้ว ให้ใช้สำลีชุบน้ำมันมะพร้าวทาทั่วผิวหน้าโดยเฉพาะบริเวณที่เป็นฝ้าโดยไม่ต้องล้างออก จะช่วยให้รอยฝ้าจางลง และป้องกันการเกิดรอยดำจากฝ้าใหม่ สูตรนี้เหมาะที่จะทาก่อนนอนและผู้ที่มีผิวหน้าแห้ง

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยมะนาว

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยมะนาว

     4. สูตรมะนาว ในน้ำมะนาวมีสาร AHA (Alphahydroxy Acid) และวิตามินซี (Vitamin C) ที่ช่วยกัดกร่อนเซลล์ผิวที่ตายให้หลุดลอกออกมา และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ชั้นผิว ทำให้ผิวใหม่กระจ่างใสกว่าเดิม

     วิธีการ หลังทำความสะอาดใบหน้า ใช้น้ำมะนาวครึ่งผลผสมกับน้ำผึ้งหรือโยเกิร์ตคนให้เข้ากันจนได้เนื้อครีมที่เหนียว นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 10 – 15 นาที หรือถ้ารู้สึกแสบหรือคันผิวมากให้ล้างออก แต่หากไม่ใช่ผู้ที่ผิวแพ้ง่ายอาจใช้น้ำมะนาวอย่างเดียวก็ได้ สูตรนี้สามารถทำได้ 3-4 ครั้ง ต่อสัปดาห์

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยมะขามเปียก

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยมะขามเปียก

     5. สูตรมะขามเปียก มะขามเปียกมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายให้หลุดลอกกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ฝ้าจึงจางลง อาจใช้น้ำมะนาวแทนมะขามเปียก เพราะมีกรดผลไม้อย่างอ่อน (AHA) ช่วยผลัดเซลล์ผิว หรือใช้น้ำสับปะรดที่มีเอนไซม์ ชื่อโบรมีเลน (Bromelain) เป็นเอนไซม์ที่ช่วยย่อยโปรตีนจึงขจัดเซลล์ผิวเก่าผลัดผิวใหม่ให้ฝ้าจางลง

     วิธีการ โดยการนำมะขามเปียก 2-3 ฝัก มาคั้นเอาแต่น้ำผสมน้ำผึ้งพอกหน้าครั้งละ 10 นาที แล้วล้างออกทำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง อาจเปลี่ยนจากน้ำผึ้งเป็นโยเกิร์ตได้

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยว่านหางจระเข้

     6. สูตรว่านหางจระเข้ ในวุ้นว่านหางจระเข้มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งรังสียูวีไม่ให้ทำลายผิว และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีกทั้งไกลโคโปรตีน (Glycoprotein) ที่ชื่ออะลอคตินเอ (Aloctin A) จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตาย กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่จึงทำให้ฝ้าจางลง

     วิธีการ นำวุ้นจากว่านหางจระเข้อายุ 1 ปี มา 1 ก้าน ล้างเอาเมือกสีเหลืองออก นำวุ้นใสมาบดหรือปั่นพอกบริเวณที่เกิดฝ้าครั้งละ 10 นาที ถ้ามีเวลาอาจพอกเช้า – ก่อนนอน หรือถ้าไม่มีเวลาให้พอกวันละ 1 ครั้ง ทำติดต่อกันจะเริ่มเห็นผล ฝ้าจางลงในเดือนแรกหลังใช้วุ้นว่านหางจระเข้

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยมะละกอ

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยมะละกอ

     7. สูตรมะละกอ ในมะละกอมีเอนไซม์ปาเปน (Papain) ช่วยย่อยเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกง่ายและไวขึ้น จึงช่วยลดรอยดำ และฝ้าบริเวณผิวหน้าได้อย่างอ่อนโยน

     วิธีการ นำมะละกอสุก ประมาณ 1 ซีก มาบดหยาบๆ นำมาพอกหน้าที่ล้างสะอาดแล้วประมาณ 10-15 นาที หรืออาจใช้มะละกอสุกหั่นเป็นแว่นบางๆ มาทาบบริเวณที่เกิดฝ้าก็ได้เช่นกัน สูตรนี้ทำได้ 3-4 ครั้ง ต่อสัปดาห์

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยแตงกวา

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยแตงกวา

     8. สูตรแตงกวา ในแตงกว่ามีวิตามินซี ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวกระจ่างใส และรูขุมขนเล็กลง

     วิธีการ นำแตงกวา 1 ผล มาสับหยาบ นำมาพอกผิวบริเวณที่เป็นฝ้าทิ้งไว้ 10-15 นาที หรืออาจใช้แตงกวาหั่นเป็นแว่น นำมาพอกไว้ ก่อนล้างออกให้สะอาด สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวัน

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยไข่ขาว

วัตถุดิบของสูตรรักษาฝ้าด้วยไข่ขาว

     9. สูตรไข่ขาว (ไข่ไก่) สูตรนี้อาจไม่ใช่สมุนไพร แต่เป็นของที่เราหาได้ง่ายในครัว วันไหนทำขนมแล้วมีไข่ขาวเหลือลองนำมาใช้รักษาฝ้าได้ ในไข่ขาวมีโปรตีนที่ชื่ออัลบูมิน (Albumin) ช่วยดูดซับสิ่งสกปรกออกมาจากผิว และมีวิตามินเอ (Vitamin A) ที่ช่วยให้สีผิวบริเวณนั้นค่อยๆ จางลงจึงช่วยลดรอยดำ ลดฝ้าได้

     วิธีการ นำเฉพาะไข่ขาวมาพอกใบหน้าที่ล้างสะอาดแล้ว เน้นบริเวณที่เป็นรอยคล้ำหรือฝ้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออก สามารถทำได้ทุกวัน

     นอกจากการใช้สมุนไพรในการรักษาฝ้าเมื่อมีรอยฝ้าแล้ว การดูแลตัวเองไม่ให้เกิดฝ้าก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อเกิดฝ้าขึ้นแล้วแม้จะรักษาฝ้าให้หายได้ แต่ก็ต้องใช้เวลานาน สำหรับคุณผู้หญิงที่ไม่อยากเป็นฝ้าควรหลีกเลี่ยงแสงแดด หากมีความจำเป็นต้องออกแดดก็อย่าลืมทาครีมป้องกันแสงแดด รับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้สดให้มาก เพราะมีวิตามิน และเกลือแร่บำรุงผิวมาก ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว ดูแลการขับถ่าย และนอนหลับพักผ่อนวันละ 6 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ ทั้งหมดนี้เพื่อป้องกันการเกิดฝ้า ปัญหาผิวที่ทุกคนกังวล

แสดงความคิดเห็น