มาทำความรู้จักกันผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกันเถอะ

     หลายคนคงเคยได้ยินคำนี้แต่อาจจะยังไม่ทราบว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้ คืออะไร บทความฉบับนี้จึงขอนำรายละเอียดมาให้ผู้อ่านทุกคนได้เข้าใจถึงความหมาย และคุณประโยชน์ในการใช้ โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหมายถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานโดยตรงนอกเหนือจากการรับประทานอาหารตามปกติอาจจะอยู่ในรูปแบบเม็ด แคปซูล ผง เกล็ด ของเหลว หรือมีรูปลักษณะอื่นๆ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ใช้สำหรับคนทั่วไปที่มีสุขภาพปกติ ไม่ใช้สำหรับผู้ป่วย แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะที่อาจจะต้องพิจารณาให้รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้แก่

          1. ผู้สูงอายุ เนื่องจากกลุ่มนี้มักจะรับประทานอาหารได้น้อย อาจจะได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ประกอบกับกลุ่มนี้มักมีร่างกายที่อ่อนแอ

          2. ผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง มีการศึกษาวิจัยว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังเช่น เบาหวาน ความดัน โลหิตจาง บางส่วนจะมีภาวะของการขาดสารอาหารหรือแร่ธาตุบางชนิดได้

          3. ผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะได้รับสารอาหารจากพืชผักเป็นหลัก ไม่ได้รับจากเนื้อสัตว์ ซึ่งอาจจะทำให้ขาดกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายได้

          4. หญิงตั้งครรภ์ คนกลุ่มนี้ร่างกายจะถูกดึงแคลเซียม และสารอาหารต่างๆ เพื่อไปสร้างโครงสร้างกระดูกและฟันให้เด็กในครรภ์ จึงทำให้ระดับแคลเซียมในร่างกายแม่ลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงตั้งครรภ์

          5. ผู้ที่รับประทานอาหารได้น้อย มีแนวโน้มจะเกิดภาวะขาดสารอาหารที่จำเป็นกับร่างกายได้

          6. ผู้ที่ดื่มสุรา แอลกอฮอล์ จากการดื่มสุราจะรบกวนการทำงานของตับ ทำให้การผลิตและสร้างสารที่จำเป็นสำหรับการดูดซึมวิตามินลดลง ส่งผลให้มีโอกาสขาดวิตามินที่จำเป็นหลายอย่าง โดยเฉพาะวิตามินกลุ่มที่ละลายได้ดีในไขมัน เช่น วิตามิน เอ วิตามิน ดี วิตามิน อี และวิตามิน เค

          7. ผู้ที่สูบบุหรี่ สารพิษต่างๆ ในบุหรี่จะลดปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายลงอย่างรวดเร็ว

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สามารถจำแนกออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 5 ประเภทดังนี้คือ

      1. กลุ่มวิตามินและเกลือแร่
      2. กลุ่มน้ำมัน
      3. กลุ่มพืชและสารสกัดจากพืช
      4. กลุ่มสัตว์และสารสกัดจากสัตว์
      5. กลุ่มอื่นๆ

     กลุ่มวิตามินและเกลือแร่

     วิตามินและเกลือแร่ เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อยต่อวัน เพื่อเป็นตัวช่วยในกระบวนการปฏิกิริยาชีวเคมีในเซลล์ให้เป็นปกติ วิตามินบางชนิดได้จากการรับประทานอาหารเท่านั้น และการขาดอาจจะทำให้ระบบในร่างกายเกิดความผิดปกติขึ้นได้
กลุ่มน้ำมัน

     ส่วนใหญ่มีองค์ประกอบเป็นกรดไขมัน (fatty acid)แบ่งออกได้เป็น

          1. กรดไขมันชนิดอิ่มตัว  พบได้มากในน้ำมันปาล์ม กะทิ เนย ซึ่งการรับประทานไขมันอิ่มตัวชนิดนี้ เป็นสาเหตุให้ไขมันในเลือดสูง และเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

          2. กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว พบได้มากในน้ำมันพืชต่างๆ เช่น น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง

     กลุ่มพืช และสารสกัดจากพืช

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในกลุ่มนี้ ที่มีการใช้โดยหลักจะเป็นเส้นใยอาหาร หรือที่เรียกว่าไฟเบอร์ แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดคือ ชนิดละลายน้ำได้ พบได้ในผลไม้ ถั่ว ข้าวโอ๊ต และ ชนิดไม่ละลายน้ำ ซึ่งพบได้ในข้าวซ้อมมือ รำข้าว ผักต่างๆ โดยประโยชน์ของเส้นใยอาหารทั้งสองชนิดนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ เบาหวาน มะเร็งลำไส้ใหญ่และลดความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารได้ นอกจากนี้เส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ มีคุณสมบัติพิเศษคือ สามารถดูดน้ำและพองตัวในกระเพาะอาหารได้จึงทำให้รู้สึกอิ่ม อีกทั้งยังมีลักษณะเป็นเมือกทำให้การดูดซึมน้ำตาลจากอาหารช้าลง จึงถูกนำมาใช้ในการควบคุมน้ำหนักตัวควบคู่กับการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย

     กลุ่มสัตว์และสารสกัดจากสัตว์

ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้หลายๆ คนอาจจะยังไม่ทราบว่า มีบางรายการที่ใช้กันอยู่ประจำโดยไม่รู้ว่าถูกจัดอยู่ในกลุ่มของที่ได้มาจากสัตว์ ยกตัวอย่างเช่น

          1. ไคโตซาน ซึ่ง ในธรรมชาติเป็นองค์ประกอบของโครงสร้างที่ให้ความแข็งแรงในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังจำพวก แมลง กุ้ง ปู เป็นต้น ประโยชน์ที่นำมาใช้กันในปัจจุบันคือช่วยลดระดับคลอเลสเตอรอลและลดระดับไขมันตัวไม่ดีในเลือดลงได้ นอกจากนี้ไคโตซานซึ่งมีลักษณะโครงสร้างเป็นประจุบวกทำให้สามารถจับกับกรดไขมันอิสระที่เป็นประจุลบได้ ส่งผลให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมไขมันหรือดูดซึมได้น้อยลงเปรียบเหมือนตาข่ายดักจับไขมัน จึงนิยมนำมาให้เป็นผลิตภัณฑ์ควบคุมน้ำหนักควบคู่ไปกับการคุมอาหาร โดยจะแนะนำให้กับผู้ที่ชอบรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง

          2. คอลลาเจน เป็นสารที่พบในเซลล์ผิวหนัง ทำหน้าที่ให้ความยืดหยุ่นแก่เซลล์ นอกจากนี้ยังเป็นส่วนประกอบของกล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ

แสดงความคิดเห็น