มหัศจรรย์สารสกัดจากเมล็ดองุ่น

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น

     ในยุคสมัยของเราองุ่นเป็นผลไม้ที่หาซื้อง่ายตามท้องตลาด ทั้งองุ่นเขียว แดง และองุ่นดำ จนลืมไปว่าจริงๆแล้วองุ่นไม่ใช่พืชดั้งเดิมของประเทศเรา แต่องุ่นถูกนำเข้ามาปลูกเมื่อไหร่ไม่ปรากฏหลักฐาน แต่มีความเชื่อว่าถูกนำเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะพระองค์เสด็จประพาสเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับหลายประเทศ ประกอบกับองุ่นเป็นผลไม้ที่ขึ้นได้ดีทั้งในเขตหนาวและเขตร้อนจึงเจริญได้ในประเทศไทย แม้ว่ารสชาติจะเปลี่ยนไป แต่ปัจจุบันเกษตรกรได้พัฒนาสายพันธุ์ให้มีรสชาติหวานกรอบไม่แพ้พันธุ์จากต่างประเทศ

     องุ่น มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Vitis vinifera จัดอยู่ในวงศ์ Vitaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับเพชรสังฆาต นอกจากเป็นผลไม้หาง่ายตามท้องตลาด องุ่นยังมีประโยชน์หลายด้าน คือ

     1. แน่นอนว่าองุ่นเป็นผลไม้เพื่อความงามโดยแท้ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมากจึงลดความเสื่อมของเซลล์ ชะลอวัย ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส องุ่นที่รับประทานผลสดช่วยให้ผิวพรรณมีเลือดฝาด นอกจากนี้เรายังคั้นน้ำองุ่นผสมน้ำผึ้ง หรือน้ำแตงกวา นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 15-20 นาที ถ้าทำทุกวันผิวพรรณจะสดใสสุขภาพดีอ่อนกว่าวัย

     2. น้ำองุ่นยังบำรุงเส้นผมที่แห้งกร้าน เพียงคั้นน้ำองุ่น 1-2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับแชมพูสระผม นวดให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออก เส้นผมจะนุ่มและเงางาม

     3. องุ่นเขียวซึ่งเป็นพันธุ์ดั้งเดิมมีสารคาเทซิน (Catechin) และพีโทรสตีลบีน (Pterostilbene) ที่ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม ช่วยบำรุงระบบประสาท ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ

     4. องุ่นแดง มีสารเรสเวอราทอล (Resveratrol) ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง ยับยั้งการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์กลุ่มสารพฤกษเคมี (Phytochemicals) คือ สารซาโปนิน (Saponin) ฟราโวนอยด์ (Flavonoid) และโพลีฟีนอล (Polyphenols) สารในกลุ่มนี้ช่วยลดคอเลสเตอรอล (Cholesterol) ลดไขมันเลว (LDL : Low Density Lipoprotein) และเพิ่มไขมันดี (HDL : High Density Lipoprotein) จึงป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และยังมีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ที่ช่วยบำรุงประสาท บำรุงสายตา

     5. องุ่นดำ มีสารกลุ่มฟีโนลิก (Phenolic) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มพฤกษเคมี คือ ฟราโวนอยด์ ทั้งแอนโทไซยานิน และแทนนิน (Tannin) ที่ลดไขมันเสียเพิ่มไขมันดี ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดี กลุ่มเรสเวอราทอล ที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง และซาโปนินที่เป็นสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน กระตุ้นการสังเคราะห์สเตอรอยด์ (Steroid) ตามธรรมชาติที่ช่วยลดการอักเสบ

     แม้ว่าองุ่นสดจะให้ประโยชน์กับร่างกายหลายอย่างแต่มีการวิจัยว่าเมล็ดองุ่นสกัดให้ประโยชน์ กับร่างกายมากกว่า และได้ประโยชน์จากสารต่างๆ เต็มประสิทธิภาพกว่าผลสด สารสกัดจากเมล็ดองุ่นสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายใน 20-30 นาที สารนี้จะคงอยู่ในร่างกายได้ถึง 72 ชั่วโมง ซึ่งโดยปกติสารอาหารที่เข้าสู่ร่างกายจะเริ่มดูดซึมเมื่อผ่าน 1 ชั่วโมง หลังรับประทานและคงอยู่ในร่างกาย 16-28 ชั่วโมง

ประโยชน์ของสารสกัดจากเมล็ดองุ่น

     1. ในเมล็ดองุ่นมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อฟราโวนอยด์ ซึ่งเป็นโปรแอนโทไซยานิดิน (Proanthocyanidin) ซึ่งสารนี้เมื่อรวมตัวกันจะเรียก โอลิโกเมอริก โปรแอนโทไซยานิดิน (Oligomeric Proanthocyanidin) หรือ OPC ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระมากกว่าวิตามินซี (Vitamin C) 20 เท่า และมากกว่าวิตามินอี (Vitamin E) 50 เท่า ซึ่งสารเหล่านี้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Collagen) ที่ชั้นหนังแท้ (Dermis) ทำให้เซลล์ผิวเก่าถูกผลัดออกเร็วขึ้นส่งผลให้ผิวกระจ่างใส

     2. ลดการสร้างเม็ดสี (Melanin) ที่ผิดปกติ ช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำ และยังทำให้รอยดำที่มีอยู่จางลงนั่น เพราะสารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นสารในกลุ่มพฤกษเคมีตามธรรมชาติที่ช่วยปกป้องเซลล์ในการถูกทำลายจากรังสียูวี (Ultraviolet) ที่เป็นต้นเหตุของการสร้างเม็ดสีผิดปกติ เมลาโทนินที่ผิวหนัง

     3. ช่วยลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือด กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ช่วยให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดคงตัว มีการศึกษาของคณะโภชนาการและการกำหนดอาหาร คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่นช่วยปกป้องเบต้าเซลล์ (Beta-cell) ในตับอ่อนให้ทำงานได้ปกติ คือ ผลิตอินซูลินได้ตามปกติ จึงช่วยลดระดับน้ำตาลในกระแสเลือดให้คงที่และคงสภาพได้นาน

     4. ช่วยดูแลหลอดเลือดฝอยให้มีความยืดหยุ่นไม่เปราะบาง ลดอาการเส้นเลือดขอด โดยสารในกลุ่ม OPC ทำหน้าที่ช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงช่วยให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นไม่เปราะหรือฉีกง่าย

     5. ลดอาการจอประสาทตาเสื่อมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นเวลากลางคืน ในเมล็ดองุ่นสกัดอุดมไปด้วยวิตามิน บี ซี อี (Vitamin B C E) แมงกานีส (Manganese) แมกนีเซียม (Magnesium) และสังกะสี (Zinc)ซึ่งช่วยในการบำรุงสายตา ลดสารอนุมูลอิสระที่ทำให้ดวงตาเสื่อม มีไรโบฟาวิน (Riboflavin, B 2) และไนอาซิน (Niacin, B 3) ช่วยบำรุงรักษาเยื่อเมือกที่ปกป้องดวงตา

     6. บำรุงประสาท สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่อยู่ในเมล็ดองุ่นสกัดสามารถผ่านแนวกั้นระบบประสาท (Blood Brain Barrier) เข้าไปช่วยบำรุงระบบประสาทจึงช่วยลดการทำลายระบบประสาทจากอนุมูลอิสระ

วิธีเลือกซื้อสารสกัดจากเมล็ดองุ่น

     1. เลือกซื้อเมล็ดองุ่นสกัดที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท และมีตรารับรองจากองค์การอาหารและยาหรือ อย.
     2. ฉลากแสดงวันที่ผลิต และวันหมดอายุชัดเจน
     3. บนฉลากมีสารกำหนดค่า OPC (Oligomeric Proanthocyanidin) อย่างชัดเจน และค่า OPC ควรมีค่าตั้งแต่ 80-95%

     อย่างไรก็ดีสารสกัดจากเมล็ดองุ่น ถือเป็นสารเสริมอาหารไม่ใช่อาหารหลัก หรือยารักษาโรค การบริโภคสารสกัดจากเมล็ดองุ่นอย่างเดียว จึงไม่ได้หมายความว่าได้สารอาหารในกลุ่มวิตามินครบถ้วน จึงควรรับประทานอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่ และเมล็ดองุ่นสกัดไม่ได้ใช้ในการรักษาโรคเพียงแต่ช่วยบำรุงอาการให้ดีขึ้นจึงใช้แทนยาไม่ได้ เนื่องจากสารสกัดจากเมล็ดองุ่นมีประโยชน์ในด้านช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่นทำให้เลือดไหลเวียนดี ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับเกร็ดเลือด การแข็งตัวของเลือดช้า และผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้

แสดงความคิดเห็น