น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ของดีแบบไทยๆ

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

     ปัจจุบันเราจะเห็นมีน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นใส่ขวดสีใสวางขายอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมีประโยชน์อย่างไร รับประทานได้ไหม แล้วจะก่อโทษกับร่างกายหรือเปล่า ล้วนเป็นคำถามที่ผู้ไม่รู้ว่าน้ำมันชนิดนี้มีประโยชน์อย่างไร แต่ด้วยสีใสๆก็เชิญชวนให้ไปหยิบกลับบ้านเสียจริง

     น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นก็คือน้ำมันที่สกัดมาจากมะพร้าวนั่นแหล่ะ แต่ขบวนการไม่ได้นำไปกลั่นผ่านความร้อนสูงเพื่อให้ได้น้ำมันมา แต่การสกัดผ่านกระบวนการที่ค่อนข้างซับซ้อน ผลลัพธ์ที่ได้เราจะได้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่มีประโยชน์คงคุณค่าวิตามิน อี (Vitamin E) สูง และน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่อุดมด้วยวิตามิน อี นี่แหล่ะค่ะ ที่เรานำมาทาผิวหน้า ทาผิวกายช่วยให้ผิวกระชับ ชะลอการเกิดริ้วรอย ถ้าใครเผลอหยิบน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นกลับบ้านแต่ไม่รู้จะเอาไว้ใช้อย่างไร ลองเอามาลูบๆผิวดูแล้วจะรู้สึกถึงความเนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้านของผิว

     น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Virgin Coconut oil) ประเภทนี้ผ่านการสกัดที่ซับซ้อนและไม่ใช้ความร้อน หรือใช้ความร้อนไม่สูงทำให้ตัวน้ำมันยังอุดมไปด้วยวิตามิน อี มีสีใส และไม่มีกลิ่นเหม็นหืน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท

          1.1 Virgin Coconut Oil Fermentation วิธีการคือนำเนื้อมะพร้าวมาผสมกับน้ำมันมะพร้าวเป็นการสกัดจากตัวน้ำมันมะพร้าวเอง ตั้งทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน น้ำมันมะพร้าวจะแยกชั้นแล้วทำการกรองเพื่อบรรจุขวดสามารถเก็บไว้ได้ที่อุณหภูมิห้อง 1-2 ปีหรือจนกว่าสีและกลิ่นจะเปลี่ยน

          1.2 Virgin Coconut Oil Heating วิธีนี้จะนำเนื้อมะพร้าวมาคั้นกะทิทำให้ร้อนจนน้ำระเหยออกไปหมด เหลือแต่น้ำมันมะพร้าวจึงนำมาบรรจุขวด สามารถเก็บไว้ได้ที่อุณหภูมิห้อง 1-2 ปีหรือจนกว่าสี และกลิ่นจะเปลี่ยน

     ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

          1. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมีวิตามิน อี (Vitamin E) สูง ซึ่งวิตามินนี้มีประโยชน์กับผิวช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ไม่แห้งกร้าน ผิวมีความยืดหยุ่น เพียงใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นทาบางๆทั่วผิวหน้าและลำคอ สามารถทาทิ้งไว้โดยไม่ต้องล้างออกจะช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียน วิตามิน อี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ลดความเสื่อมของเซลล์ ป้องผิวจากแสงแดดช่วยกักเก็บน้ำไว้ในเซลล์ทำให้ผิวมีน้ำมีนวลลดผิวแห้งแตกเป็นขุย

          2. สำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ใช้น้ำมันมะพร้าวทาบริเวณหน้าท้องจะช่วยลดหน้าท้องแตกลายเพราะวิตามิน อี ในน้ำมันมะพร้าวไปช่วยเสริมความยืดหยุ่นของผิวหนังบริเวณนั้น

          3. น้ำมันมะพร้าวมีโมเลกุลขนาดเล็กสามารถซึมสู่ผิวเพื่อสลายคราบเครื่องสำอาง ทำให้สารเคมีในเครื่องสำอางแตกตัวสามารถใช้แทนโลชั่นเช็ดเครื่องสำอาง (Makeup Remover)โดยเฉพาะใช้เช็ดทำความสะอาดรอบดวงตาที่เราทาอาย แชโดว์(Eye shadow)ได้สะอาดและหมดจรดไม่ทำให้ผิวบริเวณนั้นแห้งตึงซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยวิธีการโดยใช้สำลีชุบน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเช็ดรอบดวงตาใบหน้า ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออก

          4. นอกจากประโยชน์กับผิวพรรณแล้ว น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นยังใช้หมักผมเพื่อให้ผมนุ่ม มีน้ำหนัก และช่วยลดอาการคันและรังแคที่หนังศีรษะ เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวสามารถกักเก็บความชุ่มชื่นให้กับหนังศีรษะจึงช่วยลดรังแค ป้องกันผมหงอก วิธีการโดยการชโลมน้ำมันมะพร้าวหมักผมไว้ 20-30 นาทีโดยใช้หมวกคลุมอาบน้ำ ถ้าอยากให้น้ำมันมะพร้าวซึมเข้าไปเลี้ยงผิวได้ดีขึ้นอาจใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดให้หมาดพันรอบศีรษะเพื่อเปิดรูขุมขนก่อนได้

          5. ช่วยทำความสะอาดช่องปากจากเชื้อแบคทีเรีย (Bacteria) ลดคราบหินปูน (Plug) ในน้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริก (Lauric Acid) ที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นสารโมโนลอริก (Monolauric) มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียจึงลดเชื้อแบคทีเรียในช่องปากได้ วิธีการโดยการใช้น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะอมกลั้วให้ทั่วปาก หลังจากนั้นใช้แปรงสีฟันจุ่มน้ำมันมะพร้าวมาแปรงฟันตามปกติ

          6. ช่วยควบคุมน้ำหนัก น้ำมันมะพร้าวให้พลังงาน 8.6 กิโลแคลอรีต่อกรัม จากที่ไขมันประเภทอื่นให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรีต่อกรัม และด้วยลักษณะโมเลกุลกรดไขมันอิ่มตัวขนาดปานกลางที่สามารถถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีจึงเพิ่มการเผาผลาญอาหารที่รับประทานเข้าไปได้เร็วขึ้น แต่ยังต้องอาศัยการศึกษาวิจัยเพิ่มอีกมาก แต่การศึกษาที่ยืนยันได้คือน้ำมันมะพร้าวไม่เพิ่มไขมันเสีย (LDL : Low Density Lipoproteins) แต่เพิ่มไขมันดี (HDL: High Density Lipoproteins) ผู้บริโภคจึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูงได้

          7. น้ำมันมะพร้าวจะไปกระตุ้นแบคทีเรียโพรไบโอติก (Probiotic Bacteria)ที่ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย โดยน้ำมันมะพร้าวจะกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ที่มีหน้าที่หดบีบรัดตัวเพื่อขับถ่ายของเสียและกระตุ้นแบคทีเรียที่ช่วยย่อยอาหารในลำไส้ใหญ่ให้ทำงานมากขึ้น อีกทั้งน้ำมันมะพร้าวช่วยให้ของเสียถูกขับออกมาได้ง่ายขึ้น แต่ต้องระวังในผู้ที่มีปัญหาการขับถ่ายอยู่ก่อนเพราะอาจทำให้ถ่ายมากกว่าปกติ

          8. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ช่วยผ่อนคลาย คลายเครียดช่วยให้นอนหลับง่าย

     วิธีรับประทานน้ำมันมะพร้าวสกัด

สำหรับผู้ที่ต้องการกระตุ้นการขับถ่าย และหวังผลในเรื่องการควบคุมน้ำหนัก การรับประทานน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นก็มีวิธีรับประทานเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพและไม่เกิดโทษ

          1. มีคำแนะนำว่าผู้ที่มีน้ำหนักตัวระหว่าง 40-60 กิโลกรัม ให้รับประทานได้วันละ 1 ช้อนโต๊ะ

          2. ผู้ที่มีน้ำหนักตัว 60-80 กิโลกรัม ให้รับประทาน 1.5 -2 ช้อนโต๊ะ

          3. ให้แบ่งการรับประทาน 3 เวลา เพื่อป้องกันอาการถ่ายบ่อย

     วิธีการเลือกซื้อน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

          1. ฉลากต้องประทับตราผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาหรือ อย.

          2. ฉลากต้องมีวันที่ผลิต วันหมดอายุ และสถานที่ผลิตชัดเจน

          3. บรรจุภัณฑ์ต้องไม่แตก บุบ หรือมีรอยร้าว

          4. ลักษณะของน้ำมันมะพร้าวต้องใส ไม่มีตะกอน หากเปิดขวดดมต้องไม่เหม็นหืน

          5. น้ำมันมะพร้าวจะแข็งตัวที่อุณหภูมิต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส ถ้าจะทำให้น้ำมันมะพร้าวคืนสภาพเป็นของเหลวใสเพียงนำไปแช่น้ำอุ่นจัด แต่ไม่ใช่น้ำเดือด น้ำมันมะพร้าวจะค่อยๆละลาย

     มีคำแนะนำว่าไม่ควรบริโภคน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เกินวันละ 3 ช้อนโต๊ะ การรับประทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งซ้ำๆเป็นเวลานานอาจทำให้ขาดสารอาหารประเภทอื่นได้ เราควร บริโภคให้หลากหลายสลับกันไปเพื่อให้ได้สารอาหารหลากหลาย

     ส่วนการใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเพื่อช่วยบำรุงผิว ผม ซึ่งเป็นการใช้ทาภายนอกมีการศึกษาว่ามีความปลอดภัยเพราะเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ หากคุณใช้ครีมทาผิวที่ผลิตจากสารเคมีแล้วผิวยังแห้ง ขาดความชุ่มชื่น และเกิดริ้วรอยได้ง่าย ลองเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นดูบ้าง

แสดงความคิดเห็น