นมผึ้ง อาหารมหัศจรรย์ เพื่อความอ่อนเยาว์

นมผึ้ง

     การดูแลสุขภาพอย่างง่ายๆ ของคนยุคปัจจุบันที่ดีที่สุดนั่นคือ การดูแลตัวเองให้ดี ไม่รับสารพิษต่างๆเข้าสู่ร่างกาย การรับประทานอาหารหรือผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติปลอดสารเคมีนับว่าเป็นเทรนด์สุขภาพสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับสารพัดสารพิษและสารเคมี นอกจากนี้การรับประทานอาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็เป็นตัวส่งเสริมสุขภาพทางเลือกของคนในยุคที่ต้องทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อนหรือออกกำลังกาย ไม่มีเวลาแม้กระทั่งรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจึงเป็นตัวเลือกที่สำคัญสำหรับคนยุคนี้

     นมผึ้ง เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและได้รับความนิยมมาระยะหนึ่งด้วยคุณสมบัติของการต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกาย และเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติจึงเป็นจุดเด่นให้นมผึ้งกลายเป็นตัวเลือกไม่ต่างจากวิตามินตัวอื่นๆ

     หลายคนอาจสงสัยว่านมผึ้งคืออะไร แท้จริงแล้วนมผึ้งเป็นอาหารที่ใช้เลี้ยงผึ้งตัวอ่อน ผลิตจากต่อมบริเวณศีรษะของผึ้งงานที่มีอายุ 5-15 วัน ลักษณะเป็นครีมสีขาว ตัวอ่อนที่จะเจริญเป็นผึ้งงานจะได้รับนมผึ้ง 3 วัน ส่วนตัวอ่อนราชินีจะได้รับนมผึ้งเป็นอาหารไปตลอดชีวิตทำให้มีอายุยาวนานและตัวโตกว่าผึ้งงาน นมผึ้งจึงได้ชื่อว่าอาหารมหัศจรรย์เป็นยาอายุวัฒนะ

ประโยชน์ของนมผึ้ง

     1. ในนมผึ้งอุดมด้วยวิตามินที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ทั้งวิตามินเอ (Vitamin A : Retinol) ซี (Vitamin C : Ascorbic acid) อี (Vitamin E : Tocopherol) และ เอช (Vitamin B7 : Biotin) จึงช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่และเสริมสร้างคอลลาเจน (Collagen) ลดริ้วรอยและทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง

     2. นมผึ้งช่วยบำรุงผมให้แข็งแรงป้องกันการขาดร่วงง่าย เพราะนมผึ้งมีสารประกอบของไบโอติน (Biotin) ที่กระตุ้นการสร้างเคราติน (Keratin) เคลือบเส้นผมทำให้เส้นผมแข็งแรง

     3. การวิจัยในประเทศญี่ปุ่นพบว่านมผึ้งมีสาร 10-HAD (10-Hydroxy-2-Drcenoid Acid) ที่พบเฉพาะในนมผึ้งมีคุณสมบัติช่วยป้องกันเซลล์ถูกทำลาย กระตุ้นภูมิต้านทานจึงช่วยป้องกันการเจ็บป่วยต่างๆยับยั้งการสร้างเซลล์มะเร็ง รวมทั้งมีฤทธิ์ในการต้านสารกัมมันตรังสีในการทำเคมีบำบัด

     4. กระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนเพศทั้งเพศชายและหญิงให้ทำงานปกติ สำหรับเพศชายช่วยให้สเปิร์มแข็งแรง และเพศหญิงช่วยให้ประจำเดือนมาปกติ จึงทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ลดการเกิดฝ้า

     5. ส่งเสริมการทำงานของเม็ดเลือดแดงให้มีประสิทธิภาพ โดยเป็นตัวกระตุ้นการไหลเวียนให้เม็ดเลือดแดงนำอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ได้ดีและขับของเสียออกมาได้เร็วขึ้น

     6. นมผึ้งมีสารอะซิติลคลอลีน (Acetylcholine) มีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายเลือดไหลเวียนดีจึงช่วยความคุมความดันโลหิต ปรับความดันโลหิตสูงให้ลดลง

     7. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือด เพราะสารประกอบในนมผึ้งออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน (Insulin) จึงช่วยปรับน้ำตาลให้อยู่ในสภาวะปกติ

     8. กรดแพนโทเทนิค (Pantothenic acid : Vitamin B5 ) ในนมผึ้งช่วยคลายเครียด บำรุงระบบประสาท และทำให้นอนหลับง่าย

     ผลเสียของนมผึ้งพบน้อย เพราะเป็นสารจากธรรมชาติยกเว้นในผู้ที่มีอาการแพ้แมลง อาจพบมีอาการคันบริเวณใบหน้า ปาก ร่างกาย หรืออาจมีอาการแน่นอก หายใจไม่ออก

การเลือกซื้อนมผึ้ง

     นมผึ้งสดมีปัญหาในการเก็บรักษา เพราะต้องแช่แข็งไว้ตลอด แต่การเก็บไว้นานจะทำให้สารอาหารเปลี่ยนไป อีกทั้งรสชาติของนมผึ้งสดยังรับประทานยาก ปัจจุบันนมผึ้งจึงถูกสกัดมาในรูปแบบเม็ดหรือแคปซูลเพื่อง่ายต่อการรับประทานและการเก็บรักษา ฉลากข้างผลิตภัณฑ์จะบอกคุณค่าของนมผึ้งเป็นเปอร์เซ็นต์ 10-HAD ในรูปแบบ ดังนี้

     1. ปริมาณ Royal jelly lyophilized เป็นปริมาณสารสกัด จะระบุปริมาณเป็นมิลลิกรัมโดยนำเปอร์เซ็นต์ 10-HAD มาหาร 100 มิลลิกรัม และคูณปริมาณมิลลิกรัมของผลิตภัณฑ์นั้นจะได้ค่าที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์

     2. ปริมาณ Royal jelly fresh ปริมาณนมผึ้งที่แท้จริงก่อนนำมาสกัด จะระบุในปริมาณ 1,000 มิลลิกรัม โดยนำเปอร์เซ็นต์ 10-HAD มาหาร100 มิลลิกรัม และคูณด้วย 1,000 มิลลิกรัม จะได้ค่าที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์

     3. นอกจากนี้ฉลากผลิตภัณฑ์ต้องผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา มีวันที่ผลิตวันหมดอายุชัดเจน

     4. บรรจุภัณฑ์ต้องสมบูรณ์ไม่บุบหรือแตก เพราะถ้านมผึ้งอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพสารสกัดจะลดคุณค่าไปด้วย

     การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อหวังผลให้ร่างกายแข็งแรง เมื่อเราเลือกเสียเงินไปกับการดูแลสุขภาพแล้ว อย่าลืมลดการทำร้ายสุขภาพ เพราะต่อให้เรารับประทานผลิตภัณฑ์เสริมราคาแพงมีคุณค่าขนาดไหนถ้าไม่ลดพฤติกรรมการสูบบุหรี่ หรือดื่มสุราจัด คุณค่าจากสารเสริมอาหารก็ถูกขัดขวางหรืออาจถูกทำลายไปอยู่ดี ถ้าคิดจะรักและดูแลสุขภาพแล้วก็อย่าลืมรักสุขภาพให้สุดทางนะคะ

แสดงความคิดเห็น