ทำชีวิตให้ด่างบ้าง

การดูแลสุขภาพ

     อะไรกันนี่ อยู่ๆ มาชวนทำตัวให้ด่าง แล้วด่างคืออะไร ?…. ด่างในที่นี้ คือ ทำร่างกายให้อยู่ในสภาวะ เป็นกรดน้อยที่สุดจนถึงระดับเป็นด่างเล็กน้อย ปกติร่างกายคนเรามีค่าความเป็นกรดด่างในเลือด (pH) อยู่ที่ 7.35-7.45 ซึ่งค่อนไปทางสภาวะเป็นกรด โดยถ้าค่า pH ต่ำกว่า 7.35 ลงมาให้ถือว่าร่างกายมีสภาวะเป็นกรด อีกทั้งการใช้ชีวิตของคนเราในปัจจุบันล้วนส่งผลต่อร่างกายทั้งจากอาหาร น้ำ อากาศ การพักผ่อนไม่เป็นเวลาล้วนก่อให้เกิดสภาวะกรดขึ้นมาในร่างกาย ซึ่งสภาวะนี้เป็นตัวนำมาซึ่งอนุมูลอิสระ (Free radical) ที่ก่อให้เกิดโรคเสื่อมต่างๆ

     อาหารหลายชนิดที่เรารับประทานเข้าไปเมื่อผ่านกระบวนการย่อยอาหารจะทำปฏิกิริยาให้เลือดมีค่า pH เป็นกรดโดยที่เราไม่รู้ตัว สังเกตง่ายๆ เราอาจมีอาการอ่อนเพลียไม่ทราบสาเหตุ อ่อนแอ เจ็บป่วยบ่อย เพราะสภาวะกรดอ่อนๆ เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเชื้อรา เชื้อโรคทั้งไวรัส แบคทีเรีย หรือแม้กระทั่งการเติบโตของเซลล์ก่อกลายพันธุ์ (Mutation) หรือมะเร็งนั่นเอง

     นอกจากอาหารแล้วความเร่งรีบ ความเครียด ล้วนทำให้ร่างกายสร้างอนุมูลอิสระที่เป็นสารเหนี่ยวนำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นกรดทั้งนั้น มีวิจัยหลายฉบับ พบว่า ความเครียดเป็นสาเหตุหนึ่งของการก่อมะเร็ง จึงมีคำแนะนำให้เราผ่อนคลาย ปล่อยวาง และทำใจให้สงบ ซึ่งสภาวะอย่างหลังนี้มีความสัมพันธ์กับสมดุลกรดด่างจากปฏิกิริยาการหายใจระดับเซลล์ แต่การปล่อยวางหรือทำใจให้สงบบางครั้งมันก็ยากสำหรับสภาวการณ์ปัจจุบัน ถ้าวันทั้งวันร่างกายเราเป็นกรดอยู่ตลอดเวลาคงไม่ดีแน่ เราจึงควรทำให้ร่างกายเรามีสภาวะด่าง (Alkaline) บ้าง

การทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะด่าง

การนั่งสมาธิทำให้ร่างกายหลั่งสารซีโรโตนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท ส่งผลให้ลดความเครียด

การนั่งสมาธิทำให้ร่างกายหลั่งสารซีโรโตนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท ส่งผลให้ลดความเครียด

     1. การทำจิตใจให้สงบ ไม่เครียด ไม่โกรธ หรือที่เรามักชอบพูดกันว่า Slow life ปล่อยวางความเครียด ความโกรธ มีงานวิจัยพบว่า การนั่งสมาธิทำให้จิตใจสงบ วันละ 15 นาที จะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารซีโรโตนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาท (Neurotransmission) ส่งผลให้ลดความเครียด จิตใจสงบลดปฏิกิริยาการสร้างกรดให้กับร่างกาย

การเล่นโยคะ ทำให้ร่างกายหลั่งสารซีโรโตนิน รวมทั้งเอ็นโดรฟิน ส่งผลให้ช่วยลดความเครียด

การเล่นโยคะ ทำให้ร่างกายหลั่งสารซีโรโตนิน รวมทั้งเอ็นโดรฟิน ส่งผลให้ช่วยลดความเครียด

     2. ออกกำลังกายเบาๆ ไม่หักโหม เช่น การเดิน หรือวิ่งเบาๆ ว่ายน้ำ เล่นโยคะ มีการวิจัยพบว่า การออกกำลังกาย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที จะทำให้ร่างกายหลั่งสารซีโรโตนิน รวมทั้งเอ็นโดรฟิน (Endorphine) ช่วยลดความเครียด และวิจัยในประเทศอังกฤษยังพบว่า การออกกำลังกายติดต่อกัน 10 วันขึ้นไปช่วยเพิ่มระดับการหลั่งซีโรโตนินได้อีกด้วย

การดื่มน้ำที่ผ่านกระบวนการอิเล็กโตรไลซิส ช่วยเรื่องการกำจัดสภาวะกรดออกจากร่างกาย

การดื่มน้ำที่ผ่านกระบวนการอิเล็กโตรไลซิส ช่วยเรื่องการกำจัดสภาวะกรดออกจากร่างกาย

     3. การดื่มน้ำที่ผ่านกระบวนการอิเล็กโตรไลซิส (Electrolysis) หรือน้ำที่มีประจุลบ ปัจจุบันมีผู้ผลิตน้ำด่าง (Alkaline) ออกมาขายหลายยี่ห้อ เน้นเรื่องการกำจัดสภาวะกรดออกจากร่างกาย อีกทั้งสภาวะด่างยังเป็นตัวดูดซับจับกับออกซิเจน (Oxygen) ได้ดีกว่ากรด จึงช่วยกำจัดของเสียออกจากเซลล์ได้มาก

ผัก ผลไม้สด ช่วยให้ร่างกายมีสภาวะด่าง

ผัก ผลไม้สด ช่วยให้ร่างกายมีสภาวะด่าง

     4. การรับประทานผัก ผลไม้สด ช่วยให้ร่างกายมีสภาวะด่าง ผัก ผลไม้สด แม้จะมีสภาวะเป็นกรดด้วยตัวเอง แต่เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาการย่อยสลายกลายเป็นด่างแทน จึงช่วยขับกรดออกจากร่างกาย ดูดซับออกซิเจนได้มาก และขับของเสียออกจากเซลล์ได้มากเช่นกัน

การดื่มน้ำแช่ผัก หรือผลไม้สด ช่วยกำจัดกรดออกจากร่างกาย

การดื่มน้ำแช่ผัก หรือผลไม้สด ช่วยกำจัดกรดออกจากร่างกาย

     5. นอกจากการดื่มน้ำ Alkaline หรือการรับประทานผัก ผลไม้สดแล้ว ระหว่างวันให้ดื่มน้ำแช่ผัก หรือผลไม้สด เพื่อกำจัดกรดออกจากร่างกาย เช่น น้ำสะอาดที่แช่ส้ม มะขามป้อม ฝรั่ง กีวี หรือผลไม้อะไรก็ได้ที่เราหาได้ เพราะน้ำแช่ผักพวกนี้มีการตรวจพบว่ามีค่า ORAC (Oxygen Radical Absorbance Capacity) หรือคะแนนการต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งพบว่าน้ำแช่ผัก ผลไม้ต่างๆ มีค่า ORAC สูงมาก โดยเฉพาะน้ำแช่มัลเบอร์รี่ที่มีค่า ORAC สูงถึง 127,000 หน่วย โดยค่า ORAC ที่ต้องการต่อวันในการต้านอนุมูลอิสระคือ 3,500-6,000 หน่วย แต่ค่านี้เป็นค่าต่ำที่ไม่สามารถต้านทานการเกิดโรคได้ แต่ค่า ORAC ในน้ำแช่ผัก ผลไม้ต่างๆ ให้ค่าที่มากกว่า 10,000 หน่วย แน่นอนว่าน้ำจากผัก ผลไม้โดยตัวของมันเองมีค่าเป็นกรด แต่เมื่อเข้าสู่ร่างกายและทำปฏิกิริยาย่อยสลาย ค่าที่ได้จากน้ำเหล่านี้จะกลายเป็นด่าง จึงควรแช่น้ำผัก ผลไม้ไว้ดื่มระหว่างวันเพื่อลดความเป็นกรดจากอาหาร สภาพแวดล้อม และความเครียด

สิ่งที่ทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นกรด

     1. อาหารที่ผ่านการปรุงต่างๆ ล้วนส่งผลให้เกิดสภาวะกรดหลังผ่านกระบวนการย่อย ปัจจุบันกระแสอาหารที่ลดการปรุงหรืออาหารคลีนจึงมาแรง เพราะดีต่อสุขภาพมากกว่าอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งมาหลายขั้นตอน

     2. เนื้อสัตว์ต่างๆ ที่เรารับประทานเข้าไปโดยเฉพาะเนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น วัว หมู ล้วนก่อให้เกิดสภาวะกรดหลังการย่อย จึงมีคำแนะนำให้รับประทานโปรตีนย่อยง่าย เช่น เนื้อปลา หรือโปรตีนสะอาด เช่น เต้าหู้แทน โดยเฉพาะเต้าหู้ที่ทำมาจากถั่วที่ส่งเสริมให้ร่างกายมีสภาวะเป็นด่างอ่อนๆ หรือเป็นกลางหลังรับประทานเข้าไป

     3. เครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลสูง ผสมแอลกอฮอล์ ขนมหวาน บุหรี่ ล้วนทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นกรด โดยเฉพาะน้ำตาลซึ่งเหมาะกับการเติบโตของเชื้อโรคทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ง่าย

     4. ความเครียด ความเร่งรีบ การนอนไม่เป็นเวลา ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะเครียด (Stress) เกิดปฏิกิริยาย่อยสลายพลังงาน และให้สภาวะที่เป็นกรดออกมา

     5. การติดเชื้อ หรือความเจ็บป่วยต่างๆ ล้วนทำให้ร่างกายมีสภาวะเป็นกรด ช่วงไหนที่เป็นหวัด ลองดื่มน้ำแช่ผัก ผลไม้แทนการดื่มน้ำอัดลมหรือน้ำหวาน จะทำให้ร่างกายฟื้นจากอาการเจ็บป่วยได้เร็วขึ้น

     การดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีด้วยอาหารไม่ใช่เรื่องยาก เพราะเราต้องรับประทานอาหารทุกวันอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องเลือกอาหารให้เป็น เลือกอาหารที่ก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าก่อพิษให้กับร่างกายเรา เราก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย เพื่อที่เราจะใช้ชีวิตได้เต็มที่ ทำงานได้มีประสิทธิภาพ และมีความสุขกับชีวิตที่มีคุณภาพในทุกๆ วัน

แสดงความคิดเห็น