ถนอมดวงตาในยุคไอที

     ดวงตา คือ อวัยวะที่เราใช้ในการมองเห็นเป็นอวัยวะสำคัญในการดำเนินชีวิต ถ้าหากตามัวหรือมองไม่เห็นเลย เราคงใช้ชีวิตลำบาก เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนลงจากเตียง เข้าห้องน้ำ หากเรามองไม่เห็นก็อาจเกิดอุบัติเหตุตั้งแต่ก้าวเดินออกจากห้องนอน แค่คิดก็เป็นเรื่องใหญ่เสียแล้ว ถ้าเช่นนั้นเราควรถนอม และดูแลดวงตาของเราให้อยู่กับเราและมองเห็นได้ดีไปตลอดชีวิต

     ยิ่งปัจจุบันในยุคซึ่งการสื่อสารผ่านหน้าจอครองเมือง ทั้งหน้าจอโทรศัพท์ หน้าจอคอมพิวเตอร์ หน้าจอโทรทัศน์ เรียกว่าวันทั้งวันเราอยู่กับอุปกรณ์พวกนี้แทบไม่ละสายตาออกไป จนทำให้สายตาล้าไปตามๆ กัน ยังไม่รวมช่วงเวลากลางคืนที่เรายังจับเจ่าอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์คุยกับคนนั้นคนนี้ผ่านระบบการสื่อสารไร้สายอีก แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ดวงตาอันเป็นที่รักจะได้พักเสียที

สาเหตุที่ทำให้ดวงตาเราเสื่อม

     1. เสื่อมตามวัย ไม่ว่าจะเป็นอวัยวะหรือเซลล์ใดในร่างกาย เมื่อเราใช้ไปนานๆ ก็จะเกิดความเสื่อมตามอายุที่เราใช้งาน อีกทั้งในผู้ที่สูบบุหรี่ก็ทำให้มีโอกาสที่ดวงตาจะเสื่อมเร็วกว่าผู้ที่ไม่สูบ

     2. เกิดจากการเจ็บป่วย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิต หรือการติดเชื้อ ล้วนเป็นสาเหตุทำให้ดวงตาเสื่อมก่อนวัย

     3. รังสียูวี (Ultraviolet) ตัวการที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ (Oxidant) ไม่เว้นแม้กระทั่งดวงตา โดยเฉพาะแสงแดดเวลา 10.00 น. -15.00 น. โดยรังสียูวีสามารถทำลายเข้าไปที่ชั้นโปรตีนเอ็นไซน์ รวมถึงผนังเยื่อหุ้มเซลล์ทำให้โมเลกุลระหว่างเซลล์ถูกทำลาย ทำให้ตาเสื่อมไปในที่สุด

     4. การสัมผัสแสงสีฟ้าหรือน้ำเงิน (Blue Light) พบได้ที่หน้าจอโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เป็นสารสีผสมระหว่างน้ำเงินและคราม มีช่วงคลื่นความยาว 400-500 นาโนเมตร สารตัวนี้กระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระภายในดวงตา ความยาวคลื่นสามารถทำลายจอประสาทตาให้ตายจนตาเสื่อมได้

การดูแลดวงตาไม่ให้ตาเสื่อมก่อนวัย

     1. บุหรี่ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลอดเลือดแข็งตัว รวมทั้งหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตา จึงทำให้ดวงตาเสื่อม จึงควรหยุดสูบบุหรี่ อีกทั้งหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีผู้สูบบุหรี่มาก

     2. หากมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่ง เพื่อที่จะควบคุมระดับความดันโลหิตให้ปกติ สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานนอกจากต้องรับประทานยาควบคุมระดับน้ำตาลให้ปกติแล้ว ยังต้องมีการตรวจจอประสาทตาตามแพทย์สั่ง สำหรับผู้มีอายุ 40-64 ปี วิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งสหรัฐอเมริกา แนะนำให้ตรวจสุขภาพตาทุก 2-4 ปี สำหรับผู้ที่มีอายุ 64 ปี เป็นต้นไป ให้ตรวจทุก 1-2 ปี แม้ไม่มีอาการผิดปกติของการมองเห็น

     3. หลีกเลี่ยงการใช้สายตากลางแดดโดยตรง หากต้องสัมผัสแสงแดดในช่วงที่มีแสงแดดจ้าให้สวมแว่นกันแดด หรือกางร่มที่ฉาบสารป้องกันรังสียูวี

     4. สำหรับผู้ที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ตลอด ควรติดฟิล์มป้องกันรังสีที่แพร่กระจายออกมาจากหน้าจอซึ่งปัจจุบันมีฟิล์มให้เลือกหลายชนิด ควรปรับแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ 300-500 ลักซ์ (LUX) หรือไม่ต้องหยีตาขณะจ้องมาก พักสายตาทุก 30 นาที ปัจจุบันมีแว่นตาชนิดที่กรองรังสีเอาไว้สวมใส่ขณะทำงานกับคอมพิวเตอร์ อีกทั้งควรทำความสะอาดหน้าจอให้ปราศจากฝุ่นอยู่เสมอ เพราะถ้าหน้าจอมีฝุ่นจะทำให้รู้สึกว่าภาพมัว เราจะปรับแสงเพิ่มทำให้ปริมาณแสงที่ปล่อยออกมายิ่งสูงขึ้นรวมทั้งการสะท้อนแสงก็สูงตามไปด้วย มีงานวิจัยของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ พบว่า การปลูกกระบองเพชรต้นเล็กๆข้างๆคอมพิวเตอร์จะช่วยดูดซับรังสีที่แผ่ออกมาจากคอมพิวเตอร์ได้

     5. หน้าจอโทรศัพท์มือถือควรติดฟิล์มกรองแสงเช่นกัน ไม่เล่นโทรศัพท์มือถือในห้องมืด เพราะ แสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์จะเข้าทำลายประสาทตาทำให้วุ้นในตาถูกทำลาย และจอประสามตาเสื่อม

     6. หลังจากทำงานกับคอมพิวเตอร์ 2 ชั่วโมง ควรหยุดพักสายตา 15 นาที หรือหยุดพักทุก 30 นาที พักสายตาโดยการมองไกลๆ ครั้งละ 5-10 นาที และควรกระพริบตาบ่อยๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา นอกจากนี้การกระพริบตาบ่อยจะช่วยไม่ให้ตาล้าอีกด้วย

     7. รับประทานอาหารที่ส่งเสริมการต้านอนุมูลอิสระและเสริมประสิทธิภาพการมองเห็นให้กับดวงตา ได้แก่

ผักบุ้ง เป็นแหล่งอาหารที่พบวิตามินเอสูง

ผักบุ้ง เป็นแหล่งอาหารที่พบวิตามินเอสูง

     7.1 วิตามินเอ (Vitamin Aหรือ Retinol) เป็นวิตามินที่พบทั้งในสัตว์และพืชโดยวิตามินเอ มีความสำคัญในด้านการช่วยเสริมประสิทธิภาพการมองเห็น ปกป้องดวงตาจากโรคตาบอดกลางคืน (Night blindness) ตาแห้งเป็นเกล็ดปลากระดี่ (Bitot’s spot) หรือเป็นโรคตาวุ้น (Keratomalacia symptoms) แหล่งอาหารที่มีวิตามินเอสูง คือ ใบยอ ใบย่านาง ใบชะพลู ผักกูด ยอดอ่อนมะระ ผักแว่น ผักบุ้ง ใบแมงลัก ใบขี้เหล็ก

มะขามป้อม เป็นแหล่งอาหารที่พบวิตามินซีสูง

มะขามป้อม เป็นแหล่งอาหารที่พบวิตามินซีสูง

     7.2 วิตามินซี (Vitamin C หรือ Ascorbic acid) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย รวมทั้งเซลล์ในดวงตา สามารถดูดซับอนุมูลอิสระที่เกิดจากรังสียูวี ทั้งจากแสงแดดและแสงไฟนีออนในอาคารได้ แหล่งอาหารที่พบวิตามินซีสูง คือ มะขามป้อม ฝรั่ง กีวี บล็อกโคลี่ ลิ้นจี่ มะละกอสุก ส้ม องุ่น และผลไม้สดหรือผลไม้รสเปรี้ยวอีกหลายชนิด

แครอท เป็นแหล่งอาหารที่พบเบต้าแคโรทีนสูง

แครอท เป็นแหล่งอาหารที่พบเบต้าแคโรทีนสูง

     7.3 เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) เป็นสารกลุ่มคาโรทีนอยด์มีความสำคัญเพราะเป็นสารตั้งต้นการสังเคราะห์วิตามินเอ ทำหน้าที่กรองแสงให้ดวงตา ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิไดซ์ที่เป็นสาเหตุให้เกิดอนุมูลอิสระ ป้องกันต้อกระจก ตาบอดกลางคืน ตาเสื่อม อาหารในกลุ่มนี้ เช่น แครอท ฟักทอง ข้าวโพด ผลแอปริคอต โกจิเบอร์รี่หรือเก๋ากี๊ ผักคะน้า ตำลึง

ปลา เป็นแหล่งอาหารที่พบโอเมก้า 3 สูง

ปลา เป็นแหล่งอาหารที่พบโอเมก้า 3 สูง

     7.4 โอเมก้า 3 (Omega 3) ประกอบด้วย EPA และ DHA มีส่วนช่วยในการทำงานของสายตาให้มีประสิทธิภาพ ป้องกันประสาทตาเสื่อม ปกป้องดวงตาจากรังสียูวี ลดความเสี่ยงจากการเป็นต้อกระจก อาหารที่มีโอเมกา 3 สูง เช่น ไข่ กะหล่ำ เนื้อปลาทะเล ปลาแซลมอนผักโขม เมล็ดวอลนัท ถั่วเหลือง น้ำมันตับปลา

ตับ ถั่ว คะน้า ผักบุ้ง เป็นแหล่งอาหารที่พบธาตุสังกะสีสูง

ตับ ถั่ว คะน้า ผักบุ้ง เป็นแหล่งอาหารที่พบธาตุสังกะสีสูง

     7.5 ธาตุสังกะสีหรือซิงค์ (Zinc) เป็นเกลือแร่ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ทำงานคู่กับวิตามินเอ (Vitamin A) เป็นส่วนประกอบของเอ็นไซม์ ซุปเปอร์ออกไซด์ ดิสมิวเทส (Superoxide Dismutase : S.O.D.) ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่กำจัดอนุมูลอิสระหลังจากผ่านกระบวนการเผาผลาญพลังงานภายในเซลล์ เปลี่ยนของเสียให้เป็นน้ำและออกซิเจนซึ่งไม่เกิดโทษต่อเซลล์ จึงทำให้เซลล์เสื่อมช้า นอกจากนี้สังกะสียังทำงานร่วมกับโปรตีน Rhodopsin ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการมองเห็น ป้องกันโรคตาบอดแสง (Macular Degeneration) แหล่งอาหารที่พบสังกะสีมาก ได้แก่ หอย ตับ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ถั่ว ไข่แดง หัวหอม มะเขือเทศ ผักใบเขียว เช่น ตำลึง คะน้า ใบชะพลู ผักกวางตุ้ง

     ในยุคที่การสื่อสารผ่านหน้าจอเป็นสิ่งจำเป็น การถนอมดวงตายิ่งจำเป็นมากขึ้นกว่าเดิม เพราะถ้าดวงตาทำงานได้มีประสิทธิภาพดี คุณภาพการทำงานยิ่งดี ได้เนื้องานที่มีคุณภาพ หากการมองเห็นแย่ ดวงตาเสื่อมก่อนวัยเราคงใช้ชีวิต หรือทำงานลำบาก เมื่อทราบเช่นนี้แล้วอย่าลืมดูแลสุขภาพดวงตาที่เรารักให้ดีที่สุดเพื่อเราจะได้มีดวงตาที่มองเห็นได้ชัดไปอีกนานๆ

แสดงความคิดเห็น