กวาวเครือขาว สมุนไพรเพิ่มฮอร์โมนเพศหญิง

กวาวเครือขาว

     กวาวเครือ เป็นสมุนไพรที่เริ่มมีชื่อเสียงในด้านการกระตุ้นฮอร์โมนเพศหญิง (Estrogen) ทำให้หน้าอกมีขนาดขยายใหญ่ขึ้น และเริ่มถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในปี พ.ศ. 2542 ซึ่งกวาวเครือเองยังแบ่งเป็นหลายพันธุ์ทั้งกวาวเครือขาว กวาวเครือแดง กวาวเครือดำ และกวาวเครือมอ มีการวิจัยเกี่ยวกับกวาวเครือหลายชิ้นแต่การวิจัยเน้นไปที่กวาวเครือขาวและกวาวเครือแดงเป็นส่วนใหญ่ บทความนี้เราจะพูดถึงกวาวเครือขาวสมุนไพรที่กำลังโด่งดังในเรื่องการกระตุ้นลักษณะเพศหญิง

     กวาวเครือขาวแบ่งออกเป็น 2 พันธุ์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Pueraria Candollei Graham ex Benth, Var. mirifica (Airy Shaw et Suvatabandhu) และ Pueraria Candollei Graham ex Benth, Var. Candollei จัดอยู่ในพืชตระกูลถั่ววงศ์ Leguminosae ถึงแม้กวาวเครือขาวจะได้รับความนิยมในด้านสมุนไพรเสริมความงามเพิ่มขนาดทรวงอกตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 แต่จริงๆ แล้วสรรพคุณของกวาวเครือขาวถูกบันทึกไว้ในตำรายาหัวกวาวเครือของหลวงอนุสารสุนทร กรมการพิเศษเชียงใหม่ ตั้งแต่ พฤษภาคม พ.ศ. 2474 สรรพคุณที่ว่าเน้นเป็นสมุนไพรใช้ประกอบกับสมุนไพรอื่น เพื่อใช้เป็นยาอายุวัฒนะบำรุงกำลัง นั่นแสดงว่ากวาวเครือถูกนำมาใช้เป็นสรรพคุณทางยาแผนโบราณของไทยมานานแล้ว

     นอกจากนี้ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของกวาวเครือที่ศึกษาในปัจจุบันยังพบว่าสารในกวาวเครือขาวประกอบด้วยไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogens) ซึ่งออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ในเพศหญิง ซึ่งสารตัวนี้เองที่กระตุ้นการแสดงลักษณะของเพศหญิงออกมา คือ หน้าอกขยาย ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีเลือดฝาด จึงมีการนำกวาวเครือขาวมาใช้เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของความเป็นหญิงให้มากขึ้น

ประโยชน์ของกวาวเครือขาว

     1. กวาวเครือขาวช่วยให้ผิวพรรณเต่งตึงสดใส เลือดไหลเวียนดี ลดริ้วรอยที่เกิดก่อนวัย หรือชะลอวัยนั่นเอง เพราะสารไมโรเอสโตร (Miroestrol) ที่เป็นส่วนหนึ่งของไฟโตรเอสโตรเจนเป็นตัวช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้ผิวยืดหยุ่นจึงลดการเกิดริ้วรอย

     2. ช่วยขยายทรวงอก ทั้งจากไมโรเอสโต และดีออกซีไมโรเอสโตร (Deoxymiroestrol) ที่ออกฤทธิ์กระตุ้นฮอร์โมนเพศหญิง มีการศึกษาพบว่าเมื่อใช้กวาวเครือขาวติดต่อกัน 2-3 เดือน หน้าอกจะขยายใหญ่ขึ้นประมาณ 1 นิ้ว

     3. เนื่องมาจากกวาวเครือขาวออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง จึงช่วยลดอาการวัยทองในผู้หญิง ลดอาการวูบวาบตามร่างกาย ลดอาการปวดท้องจากประจำเดือน บำรุงโลหิต กระตุ้นให้ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ

     4. ป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันสายตาฝ้าฟาง อันเป็นผลมาจากฮอร์โมนไฟโตรเอสโตรเจนอีกเช่นกัน

     5. ช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) หรือสมองเสื่อม มีการวิจัยร่วมระหว่างโรงพยาบาลพระมงกุฎ คณะการแพทย์ตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และโรงเรียนแพทย์สหรัฐอเมริกา พบว่า สารสกัดจากกวาวเครือขาว ขมิ้นชัน และตรีผลา ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้

โทษของกวาวเครือขาว

     ยังไม่มีวิจัยที่ชัดเจนเกี่ยวกับโทษของกวาวเครือขาว มีแต่ข้อสันนิษฐานว่าอาจเชื่อมโยงกับการเกิดมะเร็ง แต่ก็มีวิจัยออกมาค้านจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าว่า กวาวเครือขาวอาจช่วยต้านมะเร็ง แต่ทุกๆการวิจัยยังต้องทำต่อเนื่องไปในระยะยาว อย่างไรก็ดีสำหรับผู้บริโภคควรใช้กวาวเครือขาวในปริมาณที่แนะนำคือ 100 มิลลิกรัม ต่อวัน และไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 2 ปี อาการข้างเคียงที่พบ

     1. คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ปวดศีรษะ ท้องอืด
     2. ในบางรายอาจมีประจำเดือนมามากกว่าปกติ
     3. คัดตึงเต้านม อาการคล้ายก่อนมีประจำเดือน

     นอกจากอาการข้างเคียงที่อาจพบได้ ยังมีคำแนะนำจากตำราสมุนไพรแผนโบราณห้ามให้บุคคลเหล่านี้ใช้สมุนไพรกวาวเครือขาว

     1. คนหนุ่มสาว หมายถึง คนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เด็กสาวที่ยังไม่มีประจำเดือน และหญิงวัยเจริญพันธุ์ห้ามรับประทาน เพราะสารจากกวาวเครือขาวจะไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนปกติ
     2. สตรีที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์และให้นมบุตร
     3. ผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอก หรือมะเร็งโดยเฉพาะมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ เพราะสารที่คล้ายฮอร์โมนเพศหญิงจะไปกระตุ้นเนื้องอกหรือมะเร็งในส่วนนั้น
     4. ห้ามรับประทานร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และห้ามใช้ในผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบ เพราะกวาวเครือขาวจะทำให้เกิดพิษที่ตับ
     5. ห้ามรับประทานร่วมกับยาเม็ดคุมกำเนิด เพราะจะทำให้ฮอร์โมนแปรปรวน
     6. ห้ามรับประทานร่วมกับของหมักดอง เพราะเป็นของแสลงกัน อาจทำให้มีอาการข้างเคียงมากขึ้น เช่น มีอาการปวดศีรษะมากขึ้น อืดท้องมากขึ้น เนื่องจากสารไฟโตรเอสโตรเจนที่ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิงทำให้ผิวบวมน้ำในระดับหนึ่งอยู่แล้ว เมื่อรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมเกลือมากยิ่งทำให้ร่างกายบวมน้ำเพิ่มขึ้น

     เนื่องจากกวาวเครือทุกพันธุ์มีทั้งประโยชน์และโทษ สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้ในเรื่องสมุนไพรจึงแนะนำการใช้กวาวเครือขาวชนิดสกัดแล้ว และมีทะเบียนกำกับสูตรตำรับยาแผนโบราณ เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคเอง โดยกวาวเครือขาวที่ขายอยู่ตามท้องตลาดจะพบใน 2 รูปแบบ คือ

ผลิตภัณฑ์กวาวเครือขาวชนิดสกัด

ผลิตภัณฑ์กวาวเครือขาวชนิดสกัด

     1. ชนิดสารสกัดในรูปเม็ด หรือแคปซูลควรดูข้างฉลาก จำนวนมิลลิกรัมต่อเม็ด และไม่ควรบริโภคเกิน 100 มิลลิกรัมต่อวัน

     2. ชนิดครีมผสมสารสกัดจากกวาวเครือขาว ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ทางองค์การอาหารและยา ได้กำหนดให้กวาวเครือขาวต้องไปผสมอยู่กับสมุนไพรอื่น และไม่มีการโฆษณาเกินจริงหรือชี้นำในเรื่องเพิ่มขนาดหน้าอก การใช้ในรูปแบบครีมทานั้นสะดวก และมีอาการข้างเคียงน้อยกว่าชนิดรับประทาน แต่หากหลังทาครีมไปแล้วผิวมีอาการเห่อ แดง คัน ให้หยุดใช้ครีมและพบแพทย์

     อย่างไรก็ตามการใช้สมุนไพรมีทั้งประโยชน์และโทษ ผู้บริโภคควรสังเกตอาการของตัวเองหลังใช้ผลิตภัณฑ์ว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำข้างบรรจุภัณฑ์อย่างเคร่งครัด เพื่อประโยชน์ และประสิทธิภาพสูงสุดของสมุนไพรที่เราใช้

แสดงความคิดเห็น