กลิ่นปากปัญหาน่าปวดหัว แต่แก้ไขได้

     กลิ่นปากเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ที่ใครๆ ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ขาดความมั่นใจ ไม่กล้าพูดคุยกับใคร เพราะผู้ที่มีกลิ่นปากเองมักไม่ค่อยรู้ตัวว่าตัวเองมีกลิ่นปาก กว่าจะรู้ตัวอีกทีคู่สนทนาก็เบือนหน้าหนียิ่งทำให้ขาดความมั่นใจในการสนทนาครั้งต่อๆไป ยิ่งหากเราทำงานที่ต้องพบปะพูดคุยกับคนอื่นก็จะพาให้เสียงาน เราจึงต้องดูแลช่องปากของตัวเองให้มีสุขภาพดี ไม่ให้เกิดกลิ่นปากที่สร้างความรำคาญใจให้เรา

สาเหตุของการมีกลิ่นปาก

     กลิ่นปากเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ แม้การดูแลรักษาเพื่อระงับกลิ่นปากจะคล้ายกันนั่นคือ การรักษาความสะอาดช่องปาก แต่หากทราบสาเหตุของกลิ่นปากที่แท้จริงก็จะทำให้ทราบถึงวิธีการรักษาตรงจุด เพื่อระงับกลิ่นปากไปได้นานขึ้น สาเหตุของกลิ่นปาก แบ่งเป็น

     1. การรักษาความสะอาดช่องปากและฟันไม่ดีพอ ทำให้เกิดการสะสมของคราบน้ำลาย คราบหินปูน แบคทีเรียในช่องปากเติบโตเร็วและทำให้มีกลิ่นปากในที่สุด

     2. สาเหตุจากโรคเหงือก ฟัน และช่องปาก
          2.1 สาเหตุจากโรคเหงือก เช่น เหงือกอักเสบ เหงือกร่น สาเหตุเหล่านี้หากปล่อยไว้นานๆ จะตามมาด้วยอาการปวดฟัน ช่องปากอักเสบ วิธีการแก้ปัญหา คือ พบทันตแพทย์เพื่อรักษาโรคเหงือกและฟัน
          2.2 สาเหตุจากฟันผุ เมื่อเกิดปัญหาฟันผุต้องพบทันตแพทย์เพื่อรักษา เพราะนอกจากกลิ่นปากไม่พึงประสงค์ ยังตามมาด้วยอาการปวดฟันมากจนรบกวนกิจวัตรประจำวัน
          2.3 การมีแผลในปาก ทั้งแผลจากเหล็กจัดฟัน หรือผลร้อนใน ล้วนเป็นสาเหตุให้มีกลิ่นปาก

     3. สาเหตุที่ไม่ได้มาจากโรคเหงือกและฟัน
          3.1 สาเหตุจากอาหาร เช่น การรับประทานอาหารที่มีเครื่องเทศกลิ่นฉุน เช่น กระเทียม หอมหัวใหญ่ การรับประทานเนื้อสัตว์ หรือชีสมากเกินไป การดื่มสุรา การสูบบุหรี่
          3.2 สาเหตุจากการขาดสารอาหาร เช่น การขาดธาตุสังกะสี (Zinc) ก็ทำให้มีกลิ่นปาก เพราะสังกะสีเป็นแร่ธาตุที่ช่วยลดแบคทีเรียในช่องปาก
          3.3 ระบบขับถ่ายทำงานไม่ปกติ ท้องผูกเป็นประจำ ก็เป็นสาเหตุให้เกิดลมในกระเพาะ ส่งผลให้มีกลิ่นปาก
          3.4 เกิดจากโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต โดยโรคเหล่านี้หากเป็นในระยะแรกๆ ก็ไม่ทำให้เกิดกลิ่นปาก แต่หากเป็นโรคนานๆ ไม่รักษาจนอาการของโรคทรุดลง จะมีปัญหากลิ่นปาก แม้กระทั่งกลิ่นลมหายใจตามมา

วิธีการทดสอบว่าตัวเองมีกลิ่นปากหรือไม่

     แน่นอนว่าเรามักไม่ทราบว่าตัวเองมีกลิ่นปากหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราสัมผัสอยู่ทุกวันจนเคยชิน แต่หากอยากทดสอบว่าเรามีกลิ่นปากหรือไม่ ก็มีวิธีง่ายๆ มาฝาก คือ

     1. การใช้มือป้องปากและจมูกหลังจากนั้นพ่นลมหายใจออกมายาวๆ เพื่อสูดดมพิสูจน์กลิ่นปากด้วยตัวเอง
     2. หากวิธีการแรกยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับเราได้ก็ลองตรวจซ้ำด้วยการเลียข้อมือ หรือหลังมือแล้วดมดู
     3. หรือหากใครใช้ทั้งสองวิธีข้างต้น แต่ยังไม่แน่ใจก็ลองถามคนใกล้ตัวดูจะเป็นสิ่งยืนยันแน่นอนที่สุด

วิธีการดูแลตนเองไม่ให้มีกลิ่นปาก

     ถึงแม้ว่าสาเหตุของกลิ่นปากจะมีหลายสาเหตุแตกต่างกัน ที่ต้องแก้ไขถึงต้นตอถึงจะหยุดกลิ่นปากได้นาน แต่โดยทั่วไปวิธีการระงับกลิ่นปากก็จะคล้ายกัน คือ

     1. การแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและก่อนเข้านอน อาจแปรงฟันหลังมื้ออาหารหากรับประทานอาหารที่มีเครื่องเทศกลิ่นแรง อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ หรือผักที่อาจมีเศษที่เหลือไปติดตามซอกฟัน เศษอาหารเหล่านี้จะทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตจนเกิดเป็นกลิ่นปากได้

     2. ทุกครั้งที่แปรงฟันอย่าลืมแปรงลิ้นด้วย เพราะลิ้นก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้ และคนส่วนใหญ่มักละเลยการแปรงลิ้น

     3. ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ เพราะการแปรงฟันอาจเข้าไม่ถึงในซอกฟันที่อาจมีเศษอาหารเข้าไปติด ซึ่งเป็นสาเหตุให้แบคทีเรียเติบโตและทำให้มีกลิ่นปาก อีกทั้งเศษอาหารเหล่านี้ยังเป็นตัวการให้เกิดฟันผุได้ในอนาคต

     4. หากไม่มีข้อจำกัดเรื่องการดื่มน้ำ เช่น มีโรคประจำตัวเป็นโรคไต หรือโรคหัวใจ ให้ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว เพื่อเป็นการลดเชื้อแบคทีเรียที่หมักหมมในช่องปาก ช่วยให้ปากชุ่มชื่น ช่วยลดกลิ่นปาก

     5. เพิ่มการรับประทานผัก และผลไม้สดให้มาก โดยเฉพาะผลไม้ตระกูลส้ม ฝรั่ง มะขามป้อม ผักใบเขียว เพราะอาหารเหล่านี้จะปรับสมดุลกรด-ด่างในร่างกายที่เป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นปากได้อีกทาง

     6. อย่าลืมรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุสังกะสี เพราะธาตุสังกะสีช่วยลดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก แร่ธาตุนี้พบมากในข้าวโพด ธัญพืช ไข่ เนื้อสัตว์

     7. ดูแลการขับถ่าย ให้ขับถ่ายทุกวันเป็นกิจวัตร เพราะอาการท้องผูกก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดลมในกระเพาะและทำให้เกิดกลิ่นปาก หากมีปัญหาท้องผูกให้เพิ่มอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผักและผลไม้ หรืออาจรับประทานโยเกิร์ตก่อนนอนเพื่อกระตุ้นการขับถ่ายให้เป็นปกติ

     8. พบทันตแพทย์เพื่อตรวจช่องปากอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อขูดหินปูน และดูแลสุขภาพฟัน หากมีปัญหาฟันผุ เหงือกร่น จะได้รักษาก่อนเป็นสาเหตุให้เกิดกลิ่นปาก

     9. เปลี่ยนแปรงสีฟันทุก 3 เดือน นอกจากนี้หากมีอาการติดเชื้อในคอ เช่น ทอนซิลอักเสบ ไข้หวัดใหญ่ก็ควรเปลี่ยนแปรงสีฟันหลังหายจากอาการไข้ อีกทั้งหลังการใช้แปรงสีฟันให้แช่น้ำส้มสายชูครั้งละ 5-10 นาที ก่อนล้างและผึ่งให้แห้ง ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยลดการหมักหมมของเชื้อแบคทีเรียในแปรงสีฟันได้

     10. ระมัดระวังการเกิดแผลในช่องปากทั้งแผลจากเหล็กจัดฟันเกี่ยว แผลร้อนใน เพราะแผลเหล่านี้เป็นสาเหตุของกลิ่นปาก หากเป็นแผลในปากยิ่งต้องรักษาความสะอาดช่องปากให้มาก ดื่มน้ำบ่อยๆ และอาจป้ายแผลในปากด้วยขี้ผึ้งทาแผล หรือยาทาแผลร้อนใน เช่น ยาทากลุ่มไตรแอมซิโนโลน (Triamcinolone) ที่ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบลุกลามของแผล

     11. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต ควรเข้ารับการรักษาต่อเนื่องกับแพทย์ ไม่ปล่อยไว้ให้อาการลุกลาม เพราะโรคเหล่านี้หากปล่อยไว้จนอาการหนักก็เป็นสาเหตุของกลิ่นปากและกลิ่นลมหายใจไม่พึงประสงค์

สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

     หากปฏิบัติตัวตามแนวทางการป้องกันการมีกลิ่นปากแล้วยังหลีกหนีไม่พ้น อาจต้องใช้ตัวช่วยระงับกลิ่นปาก อย่างแรกเลยก็คือ น้ำยาระงับกลิ่นปากที่มีขายอยู่ตามท้องตลาด แต่หากใครแพ้หรือรู้สึกว่าน้ำยาระงับกลิ่นปากออกฤทธิ์แรงไป ก็อาจใช้สมุนไพรแบบไทยๆ ที่มีให้เลือกหลายชนิด อีกทั้งยังสามารถระงับกลิ่นปากได้ดีไม่แพ้น้ำยาระงับกลิ่นปากที่วางขายในท้องตลาด สมุนไพรระงับกลิ่นปากที่นิยม เช่น

ใบฝรั่ง สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

ใบฝรั่ง สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

     1. ใบฝรั่งระงับกลิ่นปาก เป็นสูตรที่คนไทยเราทราบถึงสรรพคุณนี้มานาน เพราะในใบฝรั่งมีน้ำมันหอมระเหยที่ระงับกลิ่นปากได้ทั้งสาเหตุจากโรคเหงือกและฟัน เช่น ฟันผุ เหงือกร่น เหงือกอักเสบ รวมทั้งสาเหตุอื่น เช่น การรับประทานอาหารรสจัด เครื่องเทศมีกลิ่น ใบฝรั่งก็สามารถช่วยได้ โดยนำใบฝรั่ง 3-5 ใบ มาล้างให้สะอาดเคี้ยวไว้สักพักและคายกากออก บ้วนน้ำตาม เพียงเท่านี้ก็ช่วยระงับกลิ่นปากได้

ใบพลู  สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

ใบพลู สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

     2. ใบพลู มีสรรพคุณระงับกลิ่นปากจากโรคเหงือกและฟัน รวมทั้งลดการอักเสบจากฟันผุ อีกทั้งระงับกลิ่นปากจากการรับประทานอาหารที่มีเครื่องเทศฉุน วิธีการ คือ นำใบพลู 1 ใบ มาล้างให้สะอาด เคี้ยวไว้สักพักก่อนคายทิ้งและใช้น้ำกลั้วปากตามปกติ ใบพลูอาจมีรสเผ็ดร้อนได้

เกลือ  สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

เกลือ สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

     3. เกลือ เป็นสูตรที่คนโบราณใช้กันมานานเพื่อระงับกลิ่นปาก วิธีการ คือ ใช้เกลือ 1 ช้อนช้า ผสมน้ำอุ่นครึ่งแก้ว ใช้อมกลั้วปากและคอในตอนเช้าและก่อนเข้านอน เกลือจะปรับสมดุลกรดและด่างในปากให้มีสภาพไม่เหมาะกับการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียจึงช่วยระงับกลิ่นปากได้

ใบสะระแหน่  สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

ใบสะระแหน่ สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

     4. ใบสะระแหน่ระงับกลิ่นปาก เป็นสมุนไพรที่นิยมใช้แพร่หลายในเรื่องการระงับกลิ่นปากทั่วทั้งโลก คนส่วนใหญ่รู้จักในชื่อ เปปเปอร์มินต์ (Peppermint) เราจะเห็นว่าผลิตภัณฑ์หลายชนิด เช่น ยาสีฟัน สเปรย์ระงับกลิ่นปาก หมากฝรั่ง ลูกอม ต่างมีส่วนผสมเปปเปอร์มินต์ สำหรับในประเทศไทย สูตรที่ใช้แต่โบราณ คือ ใช้ใบสะระแหน่ครึ่งถ้วย คั้นเอาแต่น้ำ ต้มในน้ำสะอาดหนึ่งถ้วย ใช้กลั้วปากเช้าและก่อนนอน หรือระหว่างวันด้วย บางสูตรอาจโรยเกลือลงไปหนึ่งช้อนชาเพื่อลดความเผ็ดซ่าของสะระแหน่ แต่หากเป็นเวลาเร่งรีบก็ให้นำใบสะระแหน่มา 4-5 ใบ ล้างน้ำให้สะอาดเคี้ยวไว้สักพักก่อนใช้น้ำกลั้วปากตามก็ช่วยลดกลิ่นปากได้

ชาเขียว สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

ชาเขียว สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

     5. ชาเขียว น้ำมันหอมระเหยในชาเขียวจะช่วยระงับกลิ่นปาก และชาเขียวเองยังมีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียในช่องปาก วิธีการก็คือ การชงชาเขียวดื่มระหว่างวันก็ช่วยลดกลิ่นปาก หากจะให้มีประสิทธิภาพดีไม่ควรผสมน้ำตาล เพราะนั่นจะยิ่งทำให้มีแบคทีเรียสะสม เกิดกลิ่นปากมากขึ้น

ใบข่อย สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

ใบข่อย สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

     6. ข่อยระงับกลิ่นปาก ข่อยเป็นต้นไม้ที่คนไทยนิยมปลูกทำแนวรั้ว นอกจากประโยชน์จากการใช้ตกแต่งสถานที่ ในก้านข่อยยังมีสรรพคุณช่วยระงับกลิ่นปาก โดยคนโบราณจะนำก้านข่อยมาทุบพอแหลกใช้ถูฟันไปมาในเวลาหลังตื่นนอนและก่อนเข้านอน เป็นการช่วยป้องกันฟันผุและลดกลิ่นปาก บางคนอาจโรยเกลือเล็กน้อยใช้ขัดถูฟันก็ช่วยป้องกันโรคปริทันต์หรือโรคเหงือกอักเสบได้

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

     7. น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นกลั้วปาก ในน้ำมันมะพร้าวมีสารประกอบที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ยีสต์ วิธีใช้ คือ หลังตื่นนอนตอนเช้าให้ใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 2 ช้อนชา กลั้วปากสัก 10-15 นาที ก่อนจะบ้วนทิ้ง แล้วบ้วนปากตามปกติ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นจะช่วยระงับกลิ่นปากและป้องกันฟันผุ ช่วยให้สุขภาพในช่องปากดีขึ้น

กานพลู สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

กานพลู สมุนไพรระงับกลิ่นปาก

     8. กานพลูระงับกลิ่นปาก กานพลูเป็นสมุนไพรไทยหาซื้อได้ในร้านขายสมุนไพร หรือแม้แต่ในร้านที่ขายเครื่องเทศปรุงอาหาร มีสรรพคุณระงับกลิ่นปาก ช่วยรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก วิธีใช้ คือ นำกานพลูแห้ง 2-3 ดอก อมไว้ในปาก 5-10 นาที แล้วคายทิ้ง กลั้วปากด้วยน้ำเปล่าตาม จะช่วยระงับกลิ่นปากได้ กานพลูมีรสเผ็ดร้อนหากใช้ครั้งแรกอาจไม่ชิน ให้เริ่มต้นใช้กานพลูแห้งครั้งละน้อยๆ ก่อน

     ถึงแม้ว่ากลิ่นปากอาจไม่ใช่โรคที่รุนแรง แต่ก็อาจเป็นอาการเริ่มต้นของหลายๆโรค ทั้งโรคเหงือกและฟัน หรือโรคทางกายอื่นๆ นอกจากการรักษาความสะอาดช่องปากด้วยวิธีการดังกล่าวข้างต้นแล้ว อย่าลืมไปพบแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของกลิ่นปากจะได้รักษาถึงสาเหตุที่แท้จริงเพื่อสุขภาพช่องปากจะได้ไม่มีกลิ่นปากให้ต้องกังวลไปอีกนานๆ

แสดงความคิดเห็น